คุณแม่ตั้งครรภ์เบิกค่าฝากครรภ์ได้กี่บาท มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

เบิกค่าฝากครรภ์ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร

พ.ค. 28, 2026
11นาที

คุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่านอาจกำลังสงสัยว่า เบิกค่าฝากครรภ์ ประกันสังคมทำอย่างไร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และเบิกได้กี่บาท โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งทราบว่าตั้งครรภ์ อาจยังไม่แน่ใจเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่พึงได้รับ ซึ่งจริงๆ แล้วสิทธิการเบิกค่าตรวจและฝากครรภ์เป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์สำคัญที่ประกันสังคมมอบให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงตั้งครรภ์ค่ะ 3,5 ปัจจุบันคุณแม่สามารถเบิกค่าฝากครรภ์ได้รวม 1,500 บาท แบ่งจ่ายตามช่วงอายุครรภ์ทั้งหมด 5 ครั้ง ซึ่งนอกจากการไปยื่นเรื่องด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคมแล้ว ยังสามารถทำเรื่องเบิกผ่านระบบออนไลน์ e-Self Service ได้อีกด้วยค่ะ 5,8 เราได้รวบรวมข้อมูลเรื่องเงื่อนไข เอกสาร และขั้นตอนการเบิกค่าฝากครรภ์ประกันสังคมฉบับอัปเดตล่าสุดมาให้คุณแม่ครบทุกประเด็นในบทความนี้แล้วค่ะ

Listen Transcript

เบิกค่าฝากครรภ์ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าทำใบเสร็จค่าฝากครรภ์หาย จะทำยังไงดีคะ ยังจะเบิกได้ไหม?

คุณแม่สามารถขอสำเนาใบเสร็จหรือใบแทนใบเสร็จรับเงินได้ที่สถานพยาบาลที่ไปฝากครรภ์ค่ะ แนะนำให้ติดต่อคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ใช้บริการเพื่อขอออกเอกสารใหม่ แล้วนำไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคมตามปกติ ทั้งนี้ควรเก็บรักษาใบเสร็จต้นฉบับไว้ทุกครั้งที่ไปฝากครรภ์ เพื่อความสะดวกในการเบิกค่าฝากครรภ์ค่ะ

สามีเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ค่ะ แต่ตัวคุณแม่ไม่ได้ทำงาน สามารถใช้สิทธิ์สามีเบิกค่าฝากครรภ์ได้ไหมคะ

ได้ค่ะ คุณพ่อที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สามารถใช้สิทธิเบิกค่าฝากครรภ์แทนภรรยาได้เลยค่ะ โดยเตรียมเอกสารเพิ่มเติมคือสำเนาทะเบียนสมรส หรือกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้ใช้หนังสือรับรองของผู้ประกันตนแทน แล้วยื่นที่สำนักงานประกันสังคมสาขาที่สะดวกค่ะ 4,5

คุณแม่ส่งประกันสังคมมาตรา 39 ค่ะ จะได้รับสิทธิ์เบิกค่าฝากครรภ์เหมือนมาตรา 33 ไหมคะ?

ผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้รับสิทธิค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรเท่ากับมาตรา 33 ค่ะ คือเบิกค่าฝากครรภ์ได้รวม 1,500 บาท (5 ครั้ง) และค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ผู้ประกันตนมาตรา 39 จะไม่ได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร เนื่องจากไม่ได้อยู่ในสถานะการจ้างงานค่ะ 4,5

สรุป

  • ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่ส่งเงินสมทบครบ 5 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอดบุตร มีสิทธิเบิกค่าฝากครรภ์ได้รวม 1,500 บาท แบ่งเป็น 5 ครั้งตามช่วงอายุครรภ์ 3,4
  • เอกสารหลักที่ต้องเตรียมคือ แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส. 2-01, ใบเสร็จค่าฝากครรภ์, ใบรับรองแพทย์หรือสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก, และสำเนาทะเบียนสมรส (กรณีคุณพ่อเป็นผู้ยื่น) 6
  • คุณพ่อที่เป็นผู้ประกันตนสามารถเบิกค่าฝากครรภ์แทนภรรยาได้ โดยเลือกใช้สิทธิฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ซ้ำทั้งสองฝ่ายได้ค่ะ 4,5
  • ยื่นเบิกได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านระบบ e-Self Service ทางเว็บไซต์ www.sso.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 5,8
  • สิทธิเบิกค่าฝากครรภ์สามารถยื่นย้อนหลังได้ภายในระยะเวลา 2 ปีนับแต่วันที่มีสิทธิ ควรเก็บใบเสร็จและเอกสารให้ครบถ้วนค่ะ 7

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

รีวิว ค่าใช้จ่ายตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงคลอดลูกเท่าไหร่ถึงจะพอ

จะเบิกค่าฝากครรภ์ได้ ต้องส่งเงินประกันสังคมมากี่เดือน

ต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอดบุตรค่ะ 3,4 นี่คือเงื่อนไขสำคัญที่คุณแม่หรือคุณพ่อผู้ประกันตนต้องมีครบก่อน จึงจะสามารถเบิกค่าฝากครรภ์ได้ คุณแม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานอาจกังวลว่าจะมีสิทธิหรือยัง ให้ลองนับจำนวนเดือนที่จ่ายเงินสมทบย้อนหลังดูนะคะ ถ้าครบ 5 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนกำหนดคลอด ก็มีสิทธิเบิกได้เลยค่ะ

สิทธินี้ครอบคลุมผู้ประกันตนทั้ง 2 มาตรา ได้แก่ มาตรา 33 (ลูกจ้างที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการ) และมาตรา 39 (ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 แล้วลาออกจากงาน แต่ยังคงส่งเงินสมทบต่อเนื่องด้วยตนเอง) ทั้งสองมาตราได้รับสิทธิค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรเท่ากัน 5

อย่างไรก็ตาม จุดที่แตกต่างคือ ผู้ประกันตนมาตรา 39 จะไม่ได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร เนื่องจากไม่ได้อยู่ในสถานะการจ้างงานค่ะ ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 33 (ฝ่ายหญิง) จะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นระยะเวลา 90 วัน ทั้งนี้สำหรับการใช้สิทธิบุตรคนที่ 3 เป็นต้นไป จะไม่ได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานนี้ค่ะ 4,6

 

เบิกค่าฝากครรภ์ ทำได้ตอนไหน เบิกได้เท่าไหร่

ตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนกรณีการฝากครรภ์ตามเกณฑ์คุณภาพ (มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564) สำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าตรวจและรับฝากครรภ์ให้ผู้ประกันตนรวมทั้งหมด 5 ครั้ง วงเงินรวมไม่เกิน 1,500 บาท โดยแบ่งตามช่วงอายุครรภ์ดังนี้ค่ะ 3

ครั้งที่ช่วงอายุครรภ์วงเงินที่เบิกได้ (จ่ายตามจริง)

1

ไม่เกิน 12 สัปดาห์ไม่เกิน 500 บาท

2

มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ไม่เกิน 300 บาท

3

มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 28 สัปดาห์ไม่เกิน 300 บาท

4

มากกว่า 28 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 32 สัปดาห์ไม่เกิน 200 บาท

5

มากกว่า 32 สัปดาห์ ถึง 40 สัปดาห์ขึ้นไปไม่เกิน 200 บาท

 

การแบ่งเป็น 5 ครั้งตามช่วงอายุครรภ์นี้ สอดคล้องกับเกณฑ์คุณภาพการฝากครรภ์ตามมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็กของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกำหนดให้คุณแม่ได้รับการตรวจครรภ์ในแต่ละช่วงอายุครรภ์สำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถคัดกรองและติดตามสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยได้อย่างครอบคลุมค่ะ 3

ทั้งนี้ ค่าฝากครรภ์เป็นการจ่ายตามจริงไม่เกินวงเงินที่กำหนดในแต่ละช่วง หมายความว่าถ้าค่าฝากครรภ์ครั้งแรกอยู่ที่ 300 บาท คุณแม่ก็จะได้รับ 300 บาท ไม่ใช่ 500 บาทเต็มจำนวนค่ะ และคุณแม่สามารถเบิกค่าฝากครรภ์ได้ไม่จำกัดจำนวนบุตรค่ะ 4 นอกจากค่าฝากครรภ์แล้ว ผู้ประกันตนยังมีสิทธิเบิกค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายอีก 15,000 บาทต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้งอีกด้วยค่ะ 4,6

 

เบิกค่าฝากครรภ์ ทำได้ตอนไหน

 

ฝ่ายคุณพ่อที่มีสิทธิประกันสังคม สามารถเบิกค่าฝากครรภ์ได้ไหม

ฝ่ายคุณพ่อที่มีสิทธิประกันสังคม สามารถเบิกค่าฝากครรภ์ให้ภรรยาได้ค่ะ ทั้งกรณีผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 โดยเลือกใช้สิทธิของคุณพ่อหรือคุณแม่คนใดคนหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้สิทธิซ้ำทั้งสองฝ่ายได้ค่ะ 4,5

สำหรับกรณีที่คุณแม่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตน แต่คุณพ่อเป็นผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไข คุณพ่อสามารถเป็นผู้ยื่นเรื่องเบิกค่าฝากครรภ์แทนได้เลยค่ะ โดยจะต้องแนบเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ สำเนาทะเบียนสมรส ส่วนกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน คุณพ่อจะต้องแนบหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรสแทนค่ะ 6,9

ข้อแนะนำสำหรับครอบครัวที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ แนะนำให้ใช้สิทธิของคุณแม่ (ผู้ประกันตนหญิง) ในการเบิกค่าคลอดบุตร เนื่องจากคุณแม่จะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเพิ่มเติมด้วยค่ะ 6

 

ไปฝากครรภ์ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

เมื่อคุณแม่ต้องการยื่นเรื่องเบิกค่าฝากครรภ์ จะต้องเตรียมเอกสารสำหรับทำเรื่องเบิกค่าฝากครรภ์ให้ครบถ้วน ดังนี้ค่ะ

  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน กองทุนประกันสังคม (สปส. 2-01) กรอกข้อมูลครบถ้วนพร้อมลงลายมือชื่อ สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้จากเว็บไซต์ www.sso.go.th 6,9
  • ใบเสร็จรับเงินค่าฝากครรภ์จากสถานพยาบาล เช่น คลินิกหรือโรงพยาบาลที่คุณแม่ไปฝากครรภ์ 6
  • ใบรับรองแพทย์ หรือสำเนาสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก ที่ระบุวันที่ตรวจครรภ์และอายุครรภ์ 6
  • สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีคุณพ่อเป็นผู้ยื่นเรื่อง) หรือหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรส 6,9
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก หรือลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน 6,9

คุณแม่หลายท่านเล่าว่าการเตรียมเอกสารอาจดูเยอะ แต่จริงๆ แล้วเอกสารส่วนใหญ่มีอยู่ในมือแล้ว เช่น ใบเสร็จที่ได้รับทุกครั้งที่ไปฝากครรภ์ และสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กที่โรงพยาบาลจะให้ตอนฝากครรภ์ครั้งแรกค่ะ แนะนำให้เก็บใบเสร็จทุกครั้งไว้ในที่เดียวกัน จะได้ไม่ต้องตามหาตอนยื่นเรื่องนะคะ

 

เบิกค่าฝากครรภ์ต้องใช้ใบเสร็จไหม

เบิกค่าฝากครรภ์ต้องใช้ใบเสร็จค่ะ โดยใบเสร็จรับเงินจากสถานพยาบาลเป็นเอกสารสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะเป็นหลักฐานแสดงว่าคุณแม่ได้จ่ายค่าฝากครรภ์จริง 6 คุณแม่ควรเก็บใบเสร็จตัวจริงทุกครั้งที่ไปฝากครรภ์ไว้ให้เรียบร้อย และหากทำใบเสร็จหายก็สามารถติดต่อสถานพยาบาลเพื่อขอสำเนาใบเสร็จหรือใบแทนได้ค่ะ

 

ขั้นตอนการเบิกค่าฝากครรภ์ประกันสังคม ต้องไปทำที่ไหน

ขั้นตอนการเบิกค่าฝากครรภ์ประกันสังคมไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดค่ะ คุณแม่หรือคุณพ่อสามารถยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสาขาทั่วประเทศที่สะดวก 5,6 รวมถึงยังสามารถยื่นผ่านทางไปรษณีย์โดยส่งเอกสารครบถ้วน หรือจะเลือกทำเรื่องเบิกค่าฝากครรภ์ออนไลน์ผ่านระบบ e-Self Service ก็ได้ค่ะ 5,8

ขั้นตอนการเบิกค่าฝากครรภ์ด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคมมีดังนี้ค่ะ

  • กรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส. 2-01 ให้ครบถ้วน พร้อมลงลายมือชื่อ 6
  • รวบรวมเอกสารประกอบทั้งหมด (ใบเสร็จค่าฝากครรภ์, ใบรับรองแพทย์หรือสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก, สำเนาทะเบียนสมรส ฯลฯ) โดยเอกสารสำเนาทุกฉบับต้องรับรองความถูกต้อง 6,9
  • ยื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่สะดวก เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบหลักฐานและพิจารณาอนุมัติ 6
  • เมื่อได้รับอนุมัติ เงินจะโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ หรือผ่านบริการพร้อมเพย์ที่ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชนค่ะ 6

ทั้งนี้ หากคุณแม่ไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณา สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งค่ะ 6

 

เบิกค่าฝากครรภ์ออนไลน์ มีขั้นตอนอย่างไร

นอกจากการไปยื่นเรื่องด้วยตนเองแล้ว คุณแม่ยังสามารถเบิกค่าฝากครรภ์ออนไลน์ได้ผ่านระบบ e-Self Service ของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งสะดวกมากสำหรับคุณแม่ท้องที่ไม่อยากเดินทางไปสำนักงานด้วยตนเอง ทำได้ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ 5,8 มีขั้นตอนดังนี้

  • เข้าเว็บไซต์ประกันสังคม www.sso.go.th แล้วเข้าสู่ระบบผู้ประกันตน
  • ใส่รหัสเพื่อเข้าสู่ระบบ หรือทำการสมัครสมาชิกก่อน (สำหรับคุณแม่ที่ยังไม่เคยลงทะเบียน)
  • เลือกกดเข้า "ระบบ e-Self Service"
  • เลือกกดเข้า "ขอรับประโยชน์ทดแทนของกองทุนประกันสังคม"
  • เลือกหัวข้อ "คลอดบุตร" แล้วเลือก "ฝากครรภ์ตามเกณฑ์คุณภาพ"
  • กรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน เลือกสำนักงานประกันสังคมที่สะดวกติดต่อ พร้อมอัปโหลดเอกสารประกอบเข้าระบบ ได้แก่ ใบเสร็จรับเงิน, ใบรับรองแพทย์หรือสำเนาสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (ระบุวันที่ตรวจครรภ์และอายุครรภ์), และทะเบียนสมรส หรือทะเบียนการหย่าพร้อมบันทึกแนบท้าย (ถ้ามี) จากนั้นกรอกข้อมูลช่องทางรับเงินและกดบันทึกค่ะ

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม คุณแม่สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 1506 ซึ่งให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ

 

เบิกค่าฝากครรภ์ย้อนหลังได้ไหม ต้องยื่นภายในกี่วัน

คุณแม่หลายท่านอาจกังวลว่าถ้าไม่ได้ยื่นเบิกค่าฝากครรภ์ทันทีหลังฝากครรภ์จะยังเบิกได้หรือเปล่า คำตอบคือ สามารถเบิกค่าฝากครรภ์ย้อนหลังได้ค่ะ โดยสำนักงานประกันสังคมกำหนดให้ผู้ประกันตนสามารถยื่นเบิกค่าฝากครรภ์ย้อนหลังได้ภายในระยะเวลา 2 ปีนับแต่วันที่มีสิทธิค่ะ 7

ดังนั้น คุณแม่ไม่ต้องรีบร้อนยื่นเรื่องในทันที แต่ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป เพราะอาจลืมหรือเอกสารอาจสูญหายได้ค่ะ สิ่งสำคัญคือ ควรเก็บใบเสร็จค่าฝากครรภ์ ใบรับรองแพทย์ และสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กไว้ให้ครบถ้วน เพราะเอกสารเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ในการยื่นเบิกทุกครั้งค่ะ 6,7

นอกจากนี้ เมื่อเอกสารครบถ้วนและได้รับการอนุมัติแล้ว เงินจะโอนเข้าบัญชีผู้ประกันตนภายในประมาณ 7-10 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ยื่นเอกสารเสร็จสมบูรณ์ค่ะ 9

 

เปรียบเทียบสิทธิเบิกค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม บัตรทอง และข้าราชการ

คุณแม่หลายท่านอาจสงสัยว่านอกจากสิทธิประกันสังคมแล้ว ยังมีสิทธิอะไรอีกบ้างที่ช่วยแบ่งเบาค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรได้ ซึ่งประเทศไทยมีระบบสวัสดิการด้านสุขภาพ 3 ระบบหลักที่ครอบคลุมสิทธิประโยชน์สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ได้แก่ สิทธิประกันสังคม สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) และสิทธิสวัสดิการข้าราชการค่ะ 12

รายการประกันสังคม (ม.33/ม.39)บัตรทอง (สปสช.)สวัสดิการข้าราชการ
ค่าฝากครรภ์เบิกได้ 1,500 บาท (5 ครั้ง) สำรองจ่ายก่อนฝากครรภ์ฟรีที่ รพ.รัฐ ไม่จำกัดวงเงินเบิกจ่ายตรงที่ รพ.รัฐ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง
ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาท/ครั้ง สำรองจ่ายก่อนคลอดฟรีที่ รพ.รัฐ ไม่ต้องสำรองจ่ายเบิกจ่ายตรงที่ รพ.รัฐ ตามจริง
เงินสงเคราะห์หยุดงาน50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน (เฉพาะ ม.33)ไม่มีลาคลอดได้เงินเดือนเต็ม 90 วัน
สถานพยาบาลรพ.ไหนก็ได้ (สำรองจ่าย)รพ.รัฐที่ลงทะเบียนไว้รพ.รัฐ (เบิกจ่ายตรง)
เงื่อนไขส่งเงินสมทบครบ 5 เดือน/15 เดือนลงทะเบียนสิทธิ์ ไม่มีสิทธิ์อื่นเป็นข้าราชการหรือบุคคลในครอบครัว

 

สิ่งที่คุณแม่ควรรู้คือ ทุกคนมีสิทธิฝากครรภ์ฟรี 5 ครั้งที่สถานพยาบาลของรัฐ ตามโครงการ "ฝากครรภ์ทุกที่ฟรีทุกสิทธิ" ของ สปสช. ค่ะ 12 ดังนั้นแม้จะมีสิทธิประกันสังคมหรือสิทธิข้าราชการอยู่แล้ว คุณแม่ก็ยังสามารถใช้สิทธิฝากครรภ์ฟรีเพิ่มเติมได้ด้วยนะคะ แนะนำให้ตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองก่อนไปฝากครรภ์ จะได้วางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสมค่ะ

 

ฝากครรภ์แล้ว ดูแลสุขภาพลูกให้สมาร์ทและแข็งแรงได้อย่างไร?

นอกจากการใช้สิทธิเบิกค่าฝากครรภ์อย่างครบถ้วนแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการดูแลสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ให้แข็งแรงค่ะ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การฝากครรภ์อย่างมีคุณภาพมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ผ่านการตรวจพบปัญหาสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง 1

การดูแลโภชนาการที่ดียังเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างต้นทุนสุขภาพ โดยเฉพาะคุณแม่ที่วางแผนผ่าคลอด ซึ่งอาจต้องใส่ใจเรื่องการสร้างสมดุลจุลินทรีย์และภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยเป็นพิเศษ โดยมี นมแม่ เป็นแหล่งรวมสารอาหารมหัศจรรย์กว่า 200 ชนิด ที่ธรรมชาติออกแบบมาเพื่อส่งต่อความสมาร์ทและความแข็งแรงจากแม่สู่ลูกได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ

ในน้ำนมแม่เปี่ยมไปด้วย ดีเอชเอ (DHA)  และ โอเมก้า 3,6,9 (Omega 3,6,9) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเนื้อเยื่อสมอง มีบทบาทสำคัญในกระบวนการสร้างเซลล์ประสาทและการส่งสัญญาณประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2 ร่วมกับสารอาหารอย่าง โคลีน (Choline) และ วิตามินบี 12 ที่จำเป็นต่อการพัฒนาหลอดประสาทและสมอง 10 11 รวมถึง ลูทีน (Lutein) ที่สนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและสายตา ให้ลูกน้อยพร้อมเรียนรู้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์

นอกจากเรื่องพัฒนาการทางสมองแล้ว การสร้างเกราะป้องกันร่างกายก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ ในนมแม่ยังมี จุลินทรีย์แอลรียูเทอรี (L. reuteri) และ วิตามินซี ที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ตามปกติ การรับประทานอาหารที่หลากหลายตามคำแนะนำของแพทย์ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ในทุกย่างก้าวค่ะ

เสริมภูมิคุ้มกันด้วยจุลินทรีย์ดี L. reuteri

 

การเตรียมตัวเรื่องสิทธิประกันสังคมตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณแม่หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและมุ่งเน้นดูแลสุขภาพครรภ์ได้อย่างเต็มที่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บใบเสร็จค่าฝากครรภ์ทุกครั้ง การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน หรือการเลือกช่องทางยื่นเรื่องที่สะดวก ทั้งหมดนี้ล้วนช่วยให้กระบวนการเบิกค่าฝากครรภ์เป็นไปอย่างราบรื่นค่ะ และอย่าลืมว่าสุขภาพที่ดีของคุณแม่คือรากฐานสำคัญของพัฒนาการลูกน้อย การฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอและการดูแลโภชนาการอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยแข็งแรงตลอดการตั้งครรภ์จนถึงวันคลอดนะคะ

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

อ้างอิง:

  1. WHO Recommendations on Antenatal Care for a Positive Pregnancy Experience, World Health Organization (WHO)
  2. Omega-3 Fatty Acids Fact Sheet, National Institutes of Health (NIH)
  3. ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนกรณีการฝากครรภ์ตามเกณฑ์คุณภาพ, ราชกิจจานุเบกษา
  4. สิทธิประกันสังคม 3 ต่อ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรพลาด (ข้อมูล ณ มีนาคม 2569), สำนักงานประกันสังคม
  5. ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง, สำนักงานประกันสังคม
  6. กรณีคลอดบุตร สิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม, สำนักงานประกันสังคม
  7. อัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทน กรณีสงเคราะห์บุตร มาตรา 33 และ มาตรา 39, สำนักงานประกันสังคม
  8. ผู้ประกันตนยื่นใช้สิทธิกรณีคลอดบุตรผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม ยื่นได้ทั้งกรณีคลอดบุตร ค่าตรวจและค่าฝากครรภ์ (15 ก.ค. 2567), สำนักงานประกันสังคม (Facebook)
  9. เบิกค่าคลอดบุตรประกันสังคมผ่านออนไลน์ ง่ายๆ, โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ สมุย
  10. Choline Supplementation in Pregnancy: Current Evidence and Implications, Jaiswal A. et. al. (2023)
  11. Prenatal Vitamin B12 and Children's Brain Development and Cognitive, Language and Motor Outcomes: A Scoping Review, Jembere et.al. (2024)
  12. อีกเพียงก้าวเดียว หญิงไทย 'ฝากท้อง คลอด' ฟรี, สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

 

อ้างอิง ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569