ทำหมันแล้วอยากมีลูก? เปิดค่าใช้จ่ายแก้หมัน และข้อมูลทำหมันครบ
คำถามที่พบบ่อย
ทำหมันแล้ว ยังมีประจำเดือนอยู่ไหม?
ยังมีประจำเดือนตามปกติค่ะ การทำหมันเป็นเพียงการอุดตันท่อนำไข่เท่านั้น ไม่ได้ตัดรังไข่หรือมดลูกออก ร่างกายจึงยังผลิตฮอร์โมนและมีรอบเดือนเป็นปกติเหมือนเดิมทุกประการ 7 รวมถึงความรู้สึกทางเพศก็ไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดค่ะ
ทำหมันแล้วเปลี่ยนใจอยากมีลูกอีก ทำได้ไหม?
ทำได้ค่ะ ปัจจุบันมี 2 ทางเลือกหลัก คือ การผ่าตัดแก้หมัน (Tubal Reanastomosis) ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อท่อนำไข่ให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง มีอัตราการตั้งครรภ์สำเร็จประมาณ 75% 3 และการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ท่อนำไข่ในการปฏิสนธิ ทั้งนี้ทางเลือกที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และปัจจัยอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ
ทำหมันแล้วทำให้อ้วนขึ้นจริงไหม?
ไม่จริงค่ะ การทำหมันไม่ส่งผลต่อน้ำหนักตัว เพราะเป็นเพียงการอุดตันท่อนำไข่เท่านั้น ไม่ได้ตัดรังไข่ออก ร่างกายจึงยังคงผลิตฮอร์โมนเพศได้ตามปกติ ไม่ส่งผลต่อระดับฮอร์โมนหรือการเผาผลาญพลังงาน 7, 5 น้ำหนักที่อาจเพิ่มขึ้นหลังทำหมันมักเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น พฤติกรรมการกินหรือการออกกำลังกายที่เปลี่ยนไปค่ะ
สรุป
- การทำหมันหญิงเป็นการคุมกำเนิดแบบถาวรที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 99% โดยแพทย์จะทำให้ท่อนำไข่อุดตัน ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น การผูก รัด หนีบ หรือตัดท่อนำไข่บางส่วนออก 1
- การทำหมันหญิงมี 2 ประเภทหลัก คือ ทำหมันเปียก (ทำหลังคลอดภายใน 24-48 ชั่วโมง) และทำหมันแห้ง (ทำในช่วงเวลาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์) รวมถึงสามารถทำพร้อมกับการผ่าคลอดได้ 2, 7
- ก่อนการผ่าตัด แพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่หรือยาสลบเพื่อระงับความรู้สึก ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บปวดระหว่างผ่าตัด ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที 7
- หากเปลี่ยนใจอยากมีลูกอีกครั้ง สามารถเลือกผ่าตัดแก้หมันหรือทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ได้ โดยการผ่าตัดแก้หมันมีอัตราตั้งครรภ์สำเร็จสูงถึง 75% ในผู้หญิงอายุน้อยกว่า 35 ปี 3
- การทำหมันเป็นสิทธิคุมกำเนิดฟรีสำหรับคนไทยทุกสิทธิ ทั้งบัตรทอง ประกันสังคม และสิทธิข้าราชการ 6
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- การทำหมันหญิงคืออะไร รู้จักการคุมกำเนิดแบบถาวรที่นิยมที่สุด
- การทำหมันหญิงมีกี่ประเภท เปรียบเทียบทำหมันเปียกกับทำหมันแห้ง
- การทำหมันหญิง ข้อดี ข้อเสีย ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
- ขั้นตอนการทำหมันหญิงเป็นอย่างไร ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
- วิธีดูแลตัวเองหลังทำหมันหญิง พักฟื้นกี่วันถึงกลับมาใช้ชีวิตปกติได้
- หลังทำหมัน ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างไร ส่งผลต่อน้ำนมหรือไม่
- ค่าใช้จ่ายการทำหมันและแก้หมัน ใช้สิทธิประกันสังคมได้ไหม
- ทำหมันแล้วเปลี่ยนใจ อยากมีลูกอีกทำได้ไหม
- ไขข้อสงสัยการทำหมันหญิง
การทำหมันหญิงคืออะไร รู้จักการคุมกำเนิดแบบถาวรที่นิยมที่สุด
การทำหมันหญิง (Female Sterilization) คือการคุมกำเนิดแบบถาวรที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก 1 โดยแพทย์จะทำให้ท่อนำไข่ของคุณแม่เกิดการอุดตัน เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอสุจิเดินทางมาพบกับไข่ได้ เมื่อไข่ไม่ถูกผสมก็จะไม่เกิดการตั้งครรภ์ค่ะ
วิธีการที่แพทย์ใช้ทำให้ท่อนำไข่อุดตันมีหลายเทคนิค เช่น การผูก การรัด การหนีบ หรือการตัดท่อนำไข่บางส่วนออก ซึ่งแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามสภาพร่างกายของคุณแม่แต่ละท่าน 2 การทำหมันถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณแม่ที่มั่นใจว่ามีบุตรเพียงพอแล้ว และต้องการวางแผนครอบครัวในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ การทำหมันเป็นเพียงการอุดตันท่อนำไข่เท่านั้น ไม่ได้ตัดรังไข่หรือมดลูกออก ดังนั้นร่างกายยังคงผลิตฮอร์โมนเพศได้ตามปกติ ประจำเดือนยังมาปกติ และไม่มีผลกระทบต่อความรู้สึกทางเพศแต่อย่างใด 7
การทำหมันหญิงมีกี่ประเภท เปรียบเทียบทำหมันเปียกกับทำหมันแห้ง
การทำหมันหญิงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักตามช่วงเวลาที่ทำ ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีและความเหมาะสมที่แตกต่างกันค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถทำหมันพร้อมกับการผ่าคลอดได้อีกด้วย
ทำหมันเปียก (ทำหมันหลังคลอด / Postpartum Sterilization)
การทำหมันเปียกคือการทำหมันในระยะหลังคลอด ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่นิยมทำมากที่สุด 2 โดยมักจะทำภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังจากคุณแม่คลอดลูก แต่ไม่ควรเกิน 7 วันหลังคลอดค่ะ
สาเหตุที่นิยมทำในช่วงนี้เพราะมดลูกยังมีขนาดโตและลอยอยู่เหนืออุ้งเชิงกราน ทำให้แพทย์สามารถเปิดแผลหน้าท้องขนาดเล็กเพียงประมาณ 2.5 เซนติเมตร บริเวณใต้สะดือ เพื่อผูกและตัดท่อนำไข่ทั้ง 2 ข้างได้สะดวก ใช้เวลาในการผ่าตัดเพียงประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น 7 คุณแม่ที่วางแผนจะทำหมันด้วยวิธีนี้ควรตัดสินใจและแจ้งแพทย์ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ เพื่อที่จะได้ทำหมันได้ทันทีหลังคลอดค่ะ
ประสบการณ์ทำหมันหลังคลอดที่คุณแม่หลายท่านบอกต่อกันคือ ค่อนข้างสะดวกและไม่ต้องเสียเวลานอนโรงพยาบาลนานกว่าปกติ เพราะสามารถทำควบคู่ไปกับการพักฟื้นหลังคลอดได้เลยค่ะ
ทำหมันแห้ง (Interval Sterilization)
การทำหมันแห้งคือการทำหมัน ณ ช่วงเวลาใดก็ได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ โดยทั่วไปหมายถึงหลังคลอดไปแล้วมากกว่า 6 สัปดาห์ขึ้นไป 2 หรือจะเป็นช่วงเวลาอื่นที่คุณแม่รู้สึกพร้อมก็ได้ค่ะ
ก่อนทำหมันแห้ง คุณแม่จะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพก่อน และแพทย์จะนัดผ่าตัดทำหมัน (7) ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ทำหลังมีประจำเดือนแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ค่ะ วิธีการผ่าตัดจะเหมือนกับการทำหมันเปียก แต่อาจมีความซับซ้อนกว่าเล็กน้อย เนื่องจากมดลูกกลับเข้าสู่ตำแหน่งปกติแล้ว ทำให้การหาท่อนำไข่อาจทำได้ยากกว่า 2
สำหรับคุณแม่ที่สงสัยว่าทำหมันแห้งต้องนอนโรงพยาบาลไหม คำตอบคือ ส่วนใหญ่ต้องนอน รพ. ประมาณ 1-2 คืน ขึ้นอยู่กับวิธีที่ใช้ผ่าตัด หลังจากนั้นก็สามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ค่ะ
ทำหมันพร้อมผ่าคลอด ต่างจากทำหมันเปียกอย่างไร
สำหรับคุณแม่ที่มีกำหนดผ่าคลอดอยู่แล้ว แพทย์สามารถทำหมันไปพร้อมกับการผ่าตัดคลอดได้เลย โดยไม่ต้องเปิดแผลเพิ่มเติม 1, 2 ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ เพราะคุณแม่ไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดแยกอีกครั้ง ลดความเจ็บปวดและระยะเวลาพักฟื้นได้มาก
วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าคลอดและทำหมันจะคล้ายคลึงกับการดูแลหลังผ่าคลอดทั่วไป เพียงแต่ต้องระวังเรื่องแผลเพิ่มเติมเล็กน้อย และงดการมีเพศสัมพันธ์ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำค่ะ
ไม่ว่าคุณแม่จะเลือกทำหมันแบบไหน การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ
การทำหมันหญิง ข้อดี ข้อเสีย ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
การทำหมันหญิงมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่คุณแม่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจค่ะ โดยสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงถึง 99% 1 แต่ก็เป็นการคุมกำเนิดแบบถาวรที่ย้อนกลับได้ยาก การทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อเสียของการทำหมันหญิงจะช่วยให้คุณแม่สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ และเหมาะสมกับวิถีชีวิตของตัวเองและครอบครัวค่ะ
ข้อดีของการทำหมันหญิง
- คุมกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นวิธีที่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงถึง 99% 1 ทำให้คุณแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมอีกต่อไป
- ปลอดภัยจากผลข้างเคียงของฮอร์โมน คุณแม่จะไม่ต้องกังวลกับผลข้างเคียงจากการใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมน เช่น น้ำหนักเพิ่ม อารมณ์แปรปรวน หรือผิวพรรณเปลี่ยนแปลง 1
- ไม่กระทบกับการใช้ชีวิตคู่ การทำหมันไม่มีผลต่อความรู้สึกทางเพศ 7 ทำให้คุณแม่และสามีสามารถใช้ชีวิตปกติได้อย่างมีความสุข
- ไม่ส่งผลต่อการให้นมบุตร คุณแม่ยังสามารถให้นมลูกได้ตามปกติหลังทำหมัน 7
- สะดวกและประหยัดในระยะยาว ทำเพียงครั้งเดียวก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการคุมกำเนิดอีกตลอดชีวิต ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการซื้อยาคุมกำเนิดหรือไปพบแพทย์เพื่อคุมกำเนิดซ้ำ
- ยังมีทางเลือกในอนาคต หากเปลี่ยนใจและต้องการมีลูกอีกครั้ง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อผ่าตัดแก้หมัน หรือใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IVF และ ICSI ได้ค่ะ 3
ข้อเสียและข้อจำกัดของการทำหมันหญิง
- ไม่ใช่การคุมกำเนิดที่ 100% แม้จะมีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ยังมีโอกาสเล็กน้อยที่หมันอาจหลุดได้ โดยอัตราความล้มเหลวใน 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 7.5 ถึง 54.3 ต่อ 1,000 ราย ขึ้นอยู่กับวิธีที่ใช้และอายุของคุณแม่ 1 และหากตั้งครรภ์หลังทำหมัน มีความเสี่ยงที่จะเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ค่ะ
- อาจมีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เช่น อาการคลื่นไส้หรืออ่อนเพลียจากฤทธิ์ยาสลบ และอาจมีอาการปวดท้องน้อยจากพังผืดเล็กน้อยบริเวณที่ตัดผูกท่อนำไข่ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ปกติและจะค่อยๆ ทุเลาลงค่ะ 1
- ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ การทำหมันป้องกันได้เฉพาะการตั้งครรภ์เท่านั้น 1 หากต้องการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยทุกครั้งค่ะ
- อาจเกิดความเสียใจภายหลัง จากการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่ทำหมันก่อนอายุ 30 ปี มีอัตราการเสียใจสูงถึง 12-20% และอาจสูงถึง 40% ในผู้หญิงอายุน้อยกว่า 24 ปี แต่จะลดลงเหลือเพียงประมาณ 6% ในผู้หญิงอายุมากกว่า 30 ปี 1 ดังนั้นจึงควรตัดสินใจอย่างรอบคอบร่วมกับคู่สมรสค่ะ
- ไม่สามารถทำได้ในบางกรณี แพทย์อาจไม่แนะนำให้ทำหมันหากคุณแม่มีภาวะแทรกซ้อนบางอย่าง เช่น มีพังผืดในช่องท้องมาก โรคอ้วนรุนแรง หรือมีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยงในการผ่าตัด 1 ในกรณีเหล่านี้แพทย์อาจแนะนำวิธีคุมกำเนิดทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่าค่ะ
การตัดสินใจครั้งนี้ควรมาจากความเข้าใจและความพร้อมของทั้งคุณแม่และคู่สมรสนะคะ หากมีข้อสงสัยใดๆ สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมได้เลยค่ะ
ขั้นตอนการทำหมันหญิงเป็นอย่างไร ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
การทำหมันหญิงในปัจจุบันเป็นหัตถการมาตรฐานที่ปลอดภัย ใช้เวลาไม่นาน และมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนค่ะ แต่เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น คุณแม่ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัดนะคะ
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนทำหมัน
ก่อนเข้ารับการผ่าตัดทำหมัน คุณแม่ควรเตรียมตัวและพิจารณาในประเด็นสำคัญเหล่านี้ค่ะ
- ปรึกษาและตกลงร่วมกับคู่สมรส ให้แน่ใจว่าทุกคนในครอบครัวเห็นพ้องต้องกัน เพราะการทำหมันเป็นการคุมกำเนิดแบบถาวร การตัดสินใจครั้งนี้ควรเกิดจากความสมัครใจของคุณแม่เอง ปราศจากแรงกดดันจากภายนอก 1
- ตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด แพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพื่อประเมินความพร้อม หากคุณแม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด หรือโรคเบาหวาน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดค่ะ 7
- ตรวจการตั้งครรภ์ (กรณีทำหมันแห้ง) แพทย์จะตรวจให้แน่ใจว่าคุณแม่ไม่ได้ตั้งครรภ์ก่อนทำผ่าตัด 2
- ทำความเข้าใจทางเลือกอื่นๆ แพทย์จะอธิบายข้อดีข้อเสียเปรียบเทียบกับวิธีคุมกำเนิดอื่น เช่น การใส่ห่วงคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด หรือการทำหมันชาย เพื่อให้คุณแม่มั่นใจว่าการทำหมันเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดค่ะ 1
ขั้นตอนการผ่าตัดทำหมันหญิง
การทำหมันหญิงในประเทศไทยนิยมทำด้วยวิธีการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง (Mini-laparotomy) เป็นหลัก ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ
- แพทย์จะระงับความรู้สึกให้คุณแม่ โดยอาจใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือการบล็อกหลัง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ค่ะ 7
- แพทย์จะกรีดแผลขนาดเล็กประมาณ 2.5 เซนติเมตร บริเวณใต้สะดือ (กรณีทำหมันเปียก) หรือเหนือหัวหน่าว (กรณีทำหมันแห้ง) 1, 7
- แพทย์จะใส่เครื่องมือเข้าไปในแผลเพื่อหาตำแหน่งท่อนำไข่ทั้ง 2 ข้าง
- เมื่อเจอท่อนำไข่แล้ว แพทย์จะทำการผูกและตัดท่อนำไข่บางส่วนออก เพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิเดินทางไปผสมกับไข่ได้ 2, 7
- เมื่อขั้นตอนเสร็จสิ้น แพทย์จะเย็บปิดแผลให้เรียบร้อย โดยใช้เวลาผ่าตัดทั้งหมดเพียงประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น 7
คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ ขั้นตอนเหล่านี้เป็นมาตรฐานที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดตลอดการผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ
การทำหมันหญิงเจ็บไหม
คุณแม่หลายท่านอาจกังวลเรื่องความเจ็บปวด แต่ไม่ต้องกลัวนะคะ เพราะก่อนผ่าตัดทำหมัน แพทย์จะระงับความรู้สึกให้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาชาเฉพาะที่ การบล็อกหลัง หรือการดมยาสลบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และความเหมาะสมของแต่ละกรณี 1
หลังผ่าตัดเสร็จ คุณแม่อาจรู้สึกปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยคล้ายมีประจำเดือน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ สามารถทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่งได้ค่ะ อาการเจ็บแผลต่างๆ จะค่อยๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 7 วัน 5
สำหรับเรื่องการดูแลแผลผ่าตัดนั้น มีข้อแนะนำดังนี้ค่ะ
- หากเย็บด้วยไหมละลาย เมื่อเปิดแผลและแผลติดดีแล้ว ก็สามารถโดนน้ำได้ตามปกติ
- หากเย็บด้วยไหมธรรมดา เมื่อครบ 7 วัน จะต้องไปตัดไหมก่อน แล้วจึงโดนน้ำได้ 7
อย่างไรก็ตาม คุณแม่ควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้แผลหายเร็วขึ้นนะคะ หากพบอาการผิดปกติ เช่น ปวดแผลรุนแรง มีไข้ หรือมีเลือดหรือน้ำซึมออกจากแผลผ่าตัด ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีค่ะ
วิธีดูแลตัวเองหลังทำหมันหญิง พักฟื้นกี่วันถึงกลับมาใช้ชีวิตปกติได้
หลังจากการผ่าตัดทำหมันเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่คุณแม่หลายท่านอยากรู้คือ ทำหมันหญิงพักฟื้นกี่วัน จึงจะกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งระยะเวลาพักฟื้นจะแตกต่างกันไปตามประเภทของการทำหมันค่ะ
พักฟื้นหลังทำหมันเปียก (รวมทำหมันพร้อมผ่าคลอด)
สำหรับคุณแม่ที่ทำหมันเปียกหลังคลอดปกติ ระยะเวลาพักฟื้นจะคล้ายคลึงกับการพักฟื้นหลังคลอดทั่วไปค่ะ เพราะสามารถดูแลแผลทำหมันไปพร้อมกับการพักฟื้นหลังคลอดได้เลย โดยทั่วไปคุณแม่จะนอนพักที่โรงพยาบาลประมาณ 1-2 วัน และกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านค่ะ 7
ส่วนคุณแม่ที่ทำหมันพร้อมผ่าคลอด จะต้องนอนพักที่โรงพยาบาลประมาณ 3-5 วัน ตามมาตรฐานการดูแลหลังผ่าคลอด และต้องดูแลทั้งแผลผ่าคลอดและแผลทำหมันไปพร้อมกันค่ะ
พักฟื้นหลังทำหมันแห้ง
คุณแม่ที่ทำหมันแห้งควรหยุดพักงานประมาณ 7 วัน 5 และหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักในช่วงนี้ค่ะ สำหรับกรณีที่ทำผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง (mini-laparotomy) อาจต้องพักฟื้นนานขึ้นเป็น 2-4 สัปดาห์ 5
วิธีดูแลตัวเองหลังทำหมันหญิงที่สำคัญมีดังนี้ค่ะ
- ทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง หากรู้สึกปวดหน่วงคล้ายมีประจำเดือน ซึ่งเป็นเรื่องปกติหลังการผ่าตัด 5
- ระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ จนกว่าจะครบกำหนดเปิดแผลหรือตัดไหม ประมาณ 7 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้แผลอักเสบหรือติดเชื้อ 7
- งดการมีเพศสัมพันธ์ ประมาณ 1 เดือนครึ่ง ถึง 2 เดือน เพื่อป้องกันการติดเชื้อภายในโพรงมดลูก 7
- งดยกของหนัก และงดออกกำลังกายหนักประมาณ 7 วัน (กรณีทำหมันแห้ง mini-laparotomy อาจต้องงด 4-6 สัปดาห์) 5
- มาตรวจตามแพทย์นัด เพื่อให้แพทย์ตรวจดูแผลและประเมินการฟื้นตัวค่ะ 7
สัญญาณผิดปกติที่ควรรีบพบแพทย์
แม้ว่าการทำหมันจะเป็นหัตถการที่ปลอดภัยสูง แต่คุณแม่ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีหากพบอาการเหล่านี้ค่ะ
- ปวดท้องรุนแรงต่อเนื่องนานเกิน 12 ชั่วโมง
- มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
- มีเลือดหรือของเหลวที่มีกลิ่นผิดปกติไหลออกจากแผลผ่าตัด
- มีอาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรงที่ไม่ทุเลาลง
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ หรือเลือดออกผิดปกติ ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากแพทย์โดยเร็วค่ะ 1
หลังทำหมัน ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างไร ส่งผลต่อน้ำนมหรือไม่
หลังทำหมัน ร่างกายของคุณแม่แทบไม่เปลี่ยนแปลงเลยค่ะ ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันชัดเจนว่า การผ่าตัดทำหมันหญิงจะไม่ทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เช่น ความรู้สึกทางเพศ การมีประจำเดือนยังคงมีตามปกติ 7 ทั้งนี้เพราะการทำหมันเป็นเพียงการอุดตันท่อนำไข่เท่านั้น ไม่ได้ตัดรังไข่หรือมดลูกออก ฮอร์โมนจึงยังคงผลิตได้ตามปกติค่ะ
สิ่งที่คุณแม่หลายท่านกังวลเป็นพิเศษคือเรื่องน้ำนม แต่ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าการทำหมันไม่ส่งผลต่อระดับฮอร์โมนหรือการผลิตน้ำนมค่ะ 5 เนื่องจากกระบวนการผลิตน้ำนมถูกควบคุมโดยฮอร์โมนโปรแลกติน (Prolactin) ที่ผลิตจากต่อมใต้สมอง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับท่อนำไข่แต่อย่างใด คุณแม่จึงยังสามารถให้นมลูกได้ตามปกติค่ะ
งานวิจัยยังพบอีกว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สัมพันธ์กับพัฒนาการทางสมองที่ดีกว่า ซึ่งอาจเกิดจากสารอาหารและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีอยู่ในนมแม่ 15 โดยนมแม่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญมากกว่า 200 ชนิด 14 สำหรับคุณแม่ที่ผ่าคลอด ลูกน้อยอาจพลาดโอกาสรับจุลินทรีย์ดีจากช่องคลอดของแม่ การดูแลเรื่องโภชนาการจึงสำคัญเป็นพิเศษ โดยในนมแม่มีจุลินทรีย์สุขภาพอย่างบี แล็กทิส (B. lactis) ที่มีส่วนช่วยเสริมสมดุลระบบทางเดินอาหารของลูกน้อย รวมถึงสารอาหารที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง เช่น ดีเอชเอ (DHA) โอเมก้า 3, 6, 9 (Omega 3, 6, 9) และแอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน (Alphalac Sphingomyelin) ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างปลอกไมอีลิน (Myelination) อันเป็นส่วนสำคัญของระบบประสาท ส่งผลให้สมองลูกน้อยส่งสัญญาณได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างการเรียนรู้และพัฒนาการให้ลูกน้อยได้เต็มศักยภาพค่ะ
คุณแม่หลังคลอดที่ทำหมันแล้ว แนะนำให้ฟื้นฟูร่างกายด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมที่มีคุณภาพสำหรับลูกน้อย หากมีปัญหาเรื่องน้ำนมหรือการให้นมบุตร สามารถปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญได้เลยนะคะ
ค่าใช้จ่ายการทำหมันและแก้หมัน ใช้สิทธิประกันสังคมได้ไหม
การทำหมันหญิงเป็นสิทธิคุมกำเนิดฟรีสำหรับคนไทยทุกสิทธิค่ะ ไม่ว่าจะเป็นบัตรทอง ประกันสังคม หรือสิทธิข้าราชการ 6 ส่วนการแก้หมันและการทำเด็กหลอดแก้วจะมีค่าใช้จ่ายที่ต้องวางแผนล่วงหน้า รายละเอียดมีดังนี้ค่ะ
ค่าใช้จ่ายทำหมันหญิง
ข่าวดีคือ การทำหมันทั้งชายและหญิง (ได้ทั้งหมันเปียกและหมันแห้ง) เป็นสิทธิคุมกำเนิดฟรีสำหรับคนไทยทุกสิทธิค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรทอง สิทธิประกันสังคม หรือสิทธิข้าราชการ 6 คุณแม่สามารถเข้ารับบริการทำหมันได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่ะ
เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายแก้หมัน และ ค่า IVF
สำหรับคุณแม่ที่ต้องการกลับมามีบุตรอีกครั้ง ค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งที่ต้องวางแผนล่วงหน้าค่ะ
ค่าผ่าตัดแก้หมันหญิง จากข้อมูลแพ็กเกจของโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศไทย ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 34,000 - 69,000 บาท ขึ้นอยู่กับวิธีการผ่าตัด (ผ่าตัดเปิดหน้าท้องหรือผ่าตัดส่องกล้อง) ความยากง่ายของแต่ละเคส และนโยบายราคาของแต่ละสถานพยาบาล 9, 10, 11
ค่าทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าค่าแก้หมันค่อนข้างมาก โดยราคาอยู่ในช่วงประมาณ 50,000 ถึง 400,000 บาทต่อรอบการรักษา ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ สถานพยาบาล และขั้นตอนเพิ่มเติม เช่น การตรวจคัดกรองโครโมโซม 12, 13
ทั้งนี้ ราคาที่ระบุเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นจากข้อมูลแพ็กเกจของโรงพยาบาลต่างๆ ค่าใช้จ่ายจริงอาจแตกต่างกันไป คุณแม่ควรสอบถามรายละเอียดและรายการที่ครอบคลุมโดยตรงจากสถานพยาบาลที่สนใจค่ะ
สิทธิประกันสังคมครอบคลุมอะไรบ้าง
- การทำหมัน ใช้สิทธิประกันสังคมได้ โดยเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลตามสิทธิจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่ะ 6
- การแก้หมัน ไม่สามารถใช้สิทธิประกันสังคม สิทธิบัตรทอง หรือสิทธิข้าราชการได้ค่ะ เนื่องจากการแก้หมันถือเป็นการรักษาเพื่อความต้องการมีบุตร ซึ่งไม่เข้าข่ายภาวะเจ็บป่วยหรือการรักษาโรค 8 หากคุณแม่มีประกันสุขภาพเอกชน ควรตรวจสอบกรมธรรม์กับบริษัทประกันโดยตรง เพราะบางแผนอาจครอบคลุมการรักษาภาวะมีบุตรยากได้ค่ะ
- การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) โดยทั่วไปไม่สามารถใช้สิทธิประกันสังคมหรือบัตรทองได้เช่นกัน คุณแม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองค่ะ 8
ทำหมันแล้วเปลี่ยนใจ อยากมีลูกอีกทำได้ไหม
ทำได้ค่ะ ปัจจุบันทางการแพทย์มีทางเลือกหลัก 2 วิธี คือ การผ่าตัดแก้หมัน (Tubal Reanastomosis) และการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและความเหมาะสมที่แตกต่างกันค่ะ
ทางเลือกที่ 1 ผ่าตัดแก้หมัน (Tubal Reanastomosis)
การผ่าตัดแก้หมันคือการศัลยกรรมเพื่อเชื่อมต่อท่อนำไข่ที่เคยถูกตัดหรือผูกไว้ให้กลับมาทำงานได้ตามปกติอีกครั้ง เพื่อให้เชื้ออสุจิและไข่สามารถเดินทางมาพบกันได้ วิธีนี้สามารถทำได้ 2 รูปแบบหลักค่ะ
- การผ่าตัดแก้หมันผ่านทางหน้าท้อง เป็นการเปิดแผลขนาดเล็กบริเวณหน้าท้องส่วนล่าง เพื่อทำการตัดต่อเชื่อมท่อนำไข่ทั้ง 2 ข้างให้กลับมาติดกัน
- การผ่าตัดส่องกล้องแก้หมัน เป็นการผ่าตัดโดยเจาะแผลขนาดเล็กประมาณ 1 เซนติเมตร 3 จุดที่หน้าท้อง เพื่อสอดกล้องและเครื่องมือเข้าไปทำการตัดต่อท่อนำไข่
จากการศึกษาพบว่าการผ่าตัดแก้หมันมีอัตราการตั้งครรภ์สำเร็จสูงถึง 75.3% และมีอัตราคลอดบุตรครบกำหนด 52.7% 3 ทั้งนี้โอกาสสำเร็จจะลดลงตามอายุ โดยในกลุ่มอายุ 27-35 ปี มีอัตราการตั้งครรภ์สูงถึง 95.7% แต่ในกลุ่มอายุ 40-42 ปี อัตราจะลดลง 3
หลังจากผ่าตัดแก้หมันแล้ว แพทย์จะนัดให้คุณแม่เข้ารับการตรวจฉีดสี (Hysterosalpingography - HSG) เพื่อประเมินว่าท่อนำไข่กลับมาเปิดและใช้งานได้หรือไม่ โดยทั่วไปจะทำประมาณ 3 เดือนหลังการผ่าตัดค่ะ 3
ข้อดีของการผ่าตัดแก้หมัน คือเป็นการผ่าตัดครั้งเดียว หลังจากนั้นสามารถพยายามตั้งครรภ์ได้ทุกเดือนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และสามารถตั้งครรภ์ได้ตามธรรมชาติ 3 แต่ข้อเสียคือมีความเสี่ยงที่จะเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือเกิดการแท้งได้ และไม่ได้รับประกันว่าจะสามารถมีบุตรได้ 100% เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น คุณภาพของไข่ อายุ และภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่ต้องให้แพทย์พิจารณาร่วมด้วย 8
การแก้หมันของผู้ชายและผู้หญิงมีหลักการเดียวกันคือการเชื่อมต่ออวัยวะที่ถูกตัดแยกให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง โดยมีขั้นตอนการตรวจประเมินก่อนและหลังผ่าตัดที่คล้ายคลึงกัน รวมถึงระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 2 วันเท่ากัน แต่มีความแตกต่างที่สำคัญคือ การแก้หมันหญิงมีโอกาสสำเร็จสูงกว่า อยู่ที่ประมาณ 60-80% ขณะที่การแก้หมันชายอยู่ที่ประมาณ 30-40% 8
ทางเลือกที่ 2 เด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI)
สำหรับคุณแม่ที่เคยทำหมันไปแล้วและต้องการมีบุตรอีกครั้ง การทำเด็กหลอดแก้วถือเป็นอีกทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูง โดยวิธีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ท่อนำไข่ในการปฏิสนธิ เพราะแพทย์จะนำไข่ออกจากรังไข่โดยตรงแล้วนำมาผสมกับอสุจิในห้องปฏิบัติการ 4
เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์หลักที่ใช้มี 2 วิธี คือ IVF (In Vitro Fertilization) และ ICSI (Intra-Cytoplasmic Sperm Injection) ซึ่งมีขั้นตอนเริ่มต้นและขั้นตอนสุดท้ายเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่วิธีการปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการค่ะ 4
| รายละเอียด | IVF | ICSI |
| หลักการทำงาน | นำไข่และอสุจิหลายตัวมาใส่ไว้ในจานทดลอง ปล่อยให้อสุจิว่ายเข้าเจาะไข่เอง ตามกลไกธรรมชาติ | เป็นวิธีการทำเด็กหลอดแก้วแบบหนึ่ง โดยที่นักวิทยาศาสตร์จะคัดอสุจิ 1 ตัว เข้าไปในไข่ 1 ฟองโดยตรง 4 |
| เหมาะสำหรับ | ผู้ที่มีจำนวนอสุจิน้อยหรือไม่มีคุณภาพ มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และท่อนำไข่อุดตันหรือเสียหาย | ผู้มีปัญหาภาวะมีบุตรยากจากสาเหตุในเพศชาย (อสุจิอ่อนแอ/ปริมาณน้อย) 4 |
ไม่ว่าจะทำ IVF หรือ ICSI หลังจากปฏิสนธิแล้ว ตัวอ่อนที่คุณภาพดีที่สุดจะถูกเลี้ยงในตู้เพาะเลี้ยงเป็นเวลา 3-5 วัน ก่อนจะถูกย้ายกลับเข้าสู่มดลูกของคุณแม่เพื่อรอการฝังตัวและตั้งครรภ์ค่ะ 4
ข้อดีของการทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI
- เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สูง มีอัตราความสำเร็จสูงกว่าการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติและการฉีดเชื้อ 4
- สามารถทำได้หลังทำหมัน เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคู่สามีภรรยาที่เคยทำหมันมาแล้ว เพราะไม่จำเป็นต้องใช้ท่อนำไข่ในการปฏิสนธิ 4
- การคัดกรอง สามารถตรวจคัดกรองโครโมโซมและความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิด เพื่อลดความเสี่ยงของทารกได้ 4
- การจัดเก็บ สามารถเก็บรักษาไข่ อสุจิ และตัวอ่อนไว้ใช้ในอนาคตได้เป็นระยะเวลานาน 4
ข้อเสียของการทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI
- ค่าใช้จ่ายสูง เป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยอยู่ในช่วงหลักแสนบาทต่อรอบการรักษา 12, 13
- ใช้เวลาดำเนินการ ต้องใช้เวลาในการกระตุ้นไข่ เก็บไข่ และย้ายตัวอ่อน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ยาวนานกว่าวิธีอื่น 4
- ภาวะแทรกซ้อน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ภาวะรังไข่ตอบสนองต่อยามากเกินไป (OHSS) การตั้งครรภ์แฝด หรือความเสี่ยงของการติดเชื้อหลังการเก็บไข่ 4
ปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสสำเร็จ
ไม่ว่าจะเลือกวิธีใด ปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสสำเร็จมากที่สุดคือค่ะ
- อายุของผู้หญิง เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด โดยเฉพาะคุณแม่ที่อายุเกิน 40 ปี โอกาสสำเร็จจะลดลงอย่างมากทั้งสองวิธี 1, 3
- สภาพของท่อนำไข่ (กรณีแก้หมัน) หากท่อนำไข่มีความยาวเหลือน้อยกว่า 4-5 เซนติเมตร โอกาสสำเร็จจะลดลง รวมถึงวิธีและตำแหน่งที่ทำหมันเดิมก็มีผลต่อความเสียหายของท่อนำไข่ด้วยค่ะ 3
- ระยะเวลาหลังทำหมัน หากทำหมันมาเป็นเวลานาน โอกาสประสบความสำเร็จในการแก้หมันก็จะลดลงตามไปด้วย 3
- ความสมบูรณ์ด้านการเจริญพันธุ์ ต้องไม่มีความผิดปกติของมดลูก/รังไข่ เช่น เนื้องอก มดลูกโต หรือภาวะรังไข่ทำงานน้อย หากมีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ แพทย์จะไม่แนะนำให้แก้หมัน เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อทั้งคุณแม่และทารกค่ะ 1
- คุณภาพน้ำเชื้อของฝ่ายชาย แพทย์จะแนะนำให้ตรวจน้ำเชื้อของสามีก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้ออสุจิมีความสมบูรณ์เพียงพอ หากน้ำเชื้ออ่อนแอ แพทย์อาจแนะนำให้ทำ ICSI แทนการแก้หมัน 4
- ความเชี่ยวชาญของแพทย์ การผ่าตัดแก้หมันเป็นหัตถการที่ละเอียดอ่อน ความชำนาญของศัลยแพทย์จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลลัพธ์ค่ะ
จากการศึกษาพบว่า สำหรับคุณแม่อายุน้อยกว่า 41 ปี การผ่าตัดแก้หมันมีความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่ายมากกว่า เนื่องจากเป็นการผ่าตัดครั้งเดียวแล้วสามารถพยายามตั้งครรภ์ได้ทุกเดือนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในขณะที่การทำเด็กหลอดแก้วจะคุ้มค่ากว่าสำหรับคุณแม่อายุมากกว่า 41 ปี 3 การเลือกระหว่างสองวิธีนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินทางเลือกที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและงบประมาณของครอบครัวค่ะ

ไขข้อสงสัยการทำหมันหญิง
หลังจากที่คุณแม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ ของการทำหมันหญิงไปแล้ว เราได้รวบรวมคำถามที่คุณแม่หลายท่านสงสัยบ่อยที่สุดมาตอบให้ค่ะ
ทำหมันแล้ว ยังมีประจำเดือนอยู่ไหม?
ยังมีประจำเดือนมาตามปกติค่ะ การผ่าตัดทำหมันหญิงจะไม่ทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เช่น ความรู้สึกทางเพศ การมีประจำเดือนยังคงมีตามปกติ 7 เพราะการทำหมันเป็นเพียงการอุดตันท่อนำไข่ ไม่ได้ตัดรังไข่ออก รังไข่จึงยังคงผลิตฮอร์โมนและปล่อยไข่ตามรอบปกติ เพียงแต่ไข่จะไม่สามารถเดินทางไปพบกับอสุจิได้ค่ะ 1
ทำหมันแล้วเปลี่ยนใจอยากมีลูกอีก ทำได้ไหม?
ทำได้ค่ะ มี 2 ทางเลือกหลัก คือ การผ่าตัดแก้หมัน (Tubal Reanastomosis) ที่มีอัตราการตั้งครรภ์สำเร็จสูงถึง 75.3% 3 และการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ท่อนำไข่ 4 ทางเลือกที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และปัจจัยอื่นๆ โดยการศึกษาพบว่าสำหรับคุณแม่อายุน้อยกว่า 41 ปี การผ่าตัดแก้หมันมีความคุ้มค่ามากกว่า ขณะที่ IVF จะคุ้มค่ากว่าสำหรับคุณแม่อายุมากกว่า 41 ปี 3 ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ
หลังทำหมันต้องงดมีเพศสัมพันธ์นานแค่ไหน?
ควรงดประมาณ 1 เดือนครึ่ง ถึง 2 เดือน เพื่อป้องกันการติดเชื้อภายในโพรงมดลูก 7 หลังจากแผลหายดีแล้วก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตคู่ได้ตามปกติค่ะ การทำหมันไม่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกทางเพศหรือความต้องการทางเพศแต่อย่างใด 5, 7
ทำหมันแล้วทำให้อ้วนขึ้นจริงไหม?
ไม่จริงค่ะ การทำหมันไม่ได้ทำให้อ้วนขึ้น เพราะการทำหมันเป็นเพียงการอุดตันท่อนำไข่เท่านั้น ไม่ได้ตัดรังไข่ออก จึงไม่ส่งผลต่อระดับฮอร์โมนหรือการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย 5, 7 น้ำหนักที่อาจเพิ่มขึ้นหลังทำหมันมักเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น พฤติกรรมการกิน การออกกำลังกายที่เปลี่ยนไป หรือการเปลี่ยนแปลงตามวัยค่ะ
การทำหมันหญิง ข้อดี ข้อเสีย เป็นข้อมูลที่คุณแม่ควรรู้ก่อนตัดสินใจค่ะ เพราะนี่คือการคุมกำเนิดแบบถาวรที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความพร้อมทางร่างกาย ความมั่นใจว่าไม่ต้องการมีบุตรเพิ่ม และการวางแผนร่วมกับคู่สมรส การได้รับข้อมูลครบถ้วนและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจค่ะ
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่
อ้างอิง:
- Tubal Sterilization — StatPearls, สถาบันสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NIH)
- การทำหมันหญิง (Female sterilization) — ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- Laparoscopic Reversal of Tubal Sterilization; A Retrospective Study Over 135 Cases — Frontiers in Surgery, PMC
- Opportunities and Limits of Conventional IVF versus ICSI — International Journal of Molecular Sciences, PMC
- Recovering after female sterilisation — สถาบันบริการสุขภาพแห่งชาติ สหราชอาณาจักร (NHS)
- สิทธิคุมกำเนิดฟรี มีอะไรบ้าง — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
- การทำหมันหญิง — ฝ่ายการพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- ต่อหมัน-แก้หมัน — โรงพยาบาลเอกชัย
- ทำหมันแล้วก็มีลูกได้ !! — โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ
- โปรแกรมผ่าตัดต่อหมันหญิง — โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล
- แพ็คเกจเหมาจ่ายการผ่าตัดแก้หมันในสตรี — โรงพยาบาลวัฒนา อุดรธานี
- แพ็กเกจการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) — โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
- แพ็กเกจเด็กหลอดแก้วสำหรับชาวไทย — ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากจินตบุตร
- Functional effects of human milk oligosaccharides (HMOs) — Nutrients (2020), PMC
- Breastfeeding and the developing brain — Breastfeeding Medicine (2017), PMC
อ้างอิง ณ วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569