เช็กค่าคลอดบุตรประกันสังคม กี่วันได้ พร้อมวิธีเช็กผลอนุมัติ
คำถามที่พบบ่อย
ใช้สิทธิ์เบิกค่าคลอดบุตรของสามีได้ไหม ถ้าภรรยาไม่ได้ทำงาน?
ได้ค่ะ หากสามีเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือมาตรา 39 ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอดบุตร สามารถเบิกค่าคลอดบุตรประกันสังคมเหมาจ่าย 15,000 บาทแทนภรรยาได้ค่ะ 1 โดยต้องแนบสำเนาทะเบียนสมรส หรือหนังสือรับรองกรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ผู้ประกันตนชายจะไม่ได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร เนื่องจากสิทธินี้เป็นของผู้ประกันตนหญิงเท่านั้นค่ะ 4
คลอดบุตรประกันสังคม สามารถใช้ที่โรงพยาบาลเอกชนได้ไหม
ได้ค่ะ ผู้ประกันตนสามารถคลอดบุตรที่สถานพยาบาลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ 1 โดยผู้ประกันตนสำรองจ่ายก่อน แล้วนำใบเสร็จมายื่นเบิกค่าคลอดบุตรกับสำนักงานประกันสังคมในภายหลัง จะได้รับเงินเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อการคลอดหนึ่งครั้ง หากค่าใช้จ่ายเกินกว่านี้ ผู้ประกันตนต้องรับผิดชอบส่วนเกินเอง
เงินสงเคราะห์บุตร ได้เดือนละเท่าไหร่ และได้ถึงลูกอายุเท่าไหร่
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นมา เงินสงเคราะห์บุตรปรับเพิ่มเป็นเดือนละ 1,000 บาทต่อบุตร 1 คน (จากเดิม 800 บาท) ตามกฎกระทรวง การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2567 2 โดยจ่ายตั้งแต่บุตรแรกเกิดจนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ สูงสุดคราวละไม่เกิน 3 คนค่ะ
สรุป
- สิทธิประกันสังคมมาตรา 33 เป็นสิทธิ์ที่ให้แก่ผู้ประกอบการและลูกจ้างที่มีการจ่ายเงินสมทบประกันสังคม
- ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 เบิกค่าคลอดบุตรประกันสังคมได้เหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง 1
- ผู้ประกันตนหญิงมาตรา 33 ได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน ใช้สิทธิได้ไม่เกิน 2 ครั้ง 4
- เงินสงเคราะห์บุตร ปรับเป็น 1,000 บาท/เดือน/คน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 จนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ สูงสุด 3 คน 2
- สามี (ผู้ประกันตนชาย) สามารถเบิกค่าคลอดแทนภรรยาที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตนได้ 1
- ยื่นเรื่องได้ทั้งที่สำนักงานประกันสังคมและผ่านระบบ e-Self Service ออนไลน์ 5
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- สิทธิประกันสังคมกรณีคลอดบุตร แต่ละมาตราครอบคลุมอะไรบ้าง
- เช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 คลอดบุตร ได้เงินอะไรบ้าง
- เบิกค่าคลอดบุตรประกันสังคม ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
- ขั้นตอนการยื่นเบิกค่าคลอดบุตรประกันสังคม
- ยื่นเรื่องเบิกค่าคลอดบุตรไปแล้ว กี่วันได้เงิน
- วิธีเช็กผลอนุมัติเงินค่าคลอดบุตร ทำได้ทั้งออนไลน์และแอป
- ปัจจัยที่ควรวางแผนก่อนใช้สิทธิค่าคลอดบุตร
- สิทธิประกันสังคม ม.33 สงเคราะห์บุตร ได้อะไรบ้าง
สิทธิประกันสังคมกรณีคลอดบุตร แต่ละมาตราครอบคลุมอะไรบ้าง
สิทธิกรณีคลอดบุตรประกันสังคมเป็นของผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เท่านั้น 1 ส่วนมาตรา 40 ไม่ได้รับสิทธินี้ค่ะ ก่อนจะเตรียมเอกสารเบิกค่าคลอดประกันสังคม สิ่งแรกที่ควรรู้คือ ผู้ประกันตนแต่ละมาตราได้รับความคุ้มครองไม่เหมือนกัน ลองมาดูรายละเอียดกันค่ะ
ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39
ผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือพนักงานบริษัทที่ถูกหักเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน จะได้รับความคุ้มครองครบ 7 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย/อุบัติเหตุ, กรณีทุพพลภาพ, กรณีเสียชีวิต, กรณีชราภาพ, กรณีว่างงาน ซึ่งรวมถึงสิทธิกรณีคลอดบุตรและสงเคราะห์บุตรด้วย 3
ผู้ประกันตนมาตรา 39 สำหรับคุณแม่ที่เคยทำงานประจำมาก่อน (เป็น ม.33 มาไม่น้อยกว่า 12 เดือน) แต่ลาออกแล้วและสมัครรักษาสิทธิประกันสังคมต่อด้วยตัวเอง จะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย/อุบัติเหตุ, กรณีทุพพลภาพ, กรณีเสียชีวิต, กรณีชราภาพ รวมถึงสิทธิคลอดบุตรและสงเคราะห์บุตร 5 จุดที่ต้องรู้คือ คุณแม่ ม.39 เบิกค่าคลอดและค่าฝากครรภ์ได้เหมือน ม.33 ทุกประการ แต่จะไม่ได้รับเงินชดเชยการหยุดงานเพื่อคลอดบุตร เพราะ ม.39 ไม่ได้มีสถานะเป็นลูกจ้างแล้ว 5
ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 40 หรือผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ ที่สมัครประกันสังคมเองนั้น ไม่ได้รับสิทธิกรณีคลอดบุตร ไม่ว่าจะเลือกส่งเงินสมทบทางเลือกใดก็ตาม 5 หากคุณแม่เป็น ม.40 แต่สามีเป็น ม.33 หรือ ม.39 ที่ส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไข สามีก็สามารถเบิกค่าคลอดบุตรให้ภรรยาได้เช่นกัน 1
คุณแม่คุณพ่อสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกันตนได้ค่ะ
กรณีสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (มาตรา 38 และมาตรา 41)
คุณแม่หลายท่านกังวลว่า ถ้าลาออกจากงานระหว่างตั้งครรภ์ จะยังใช้สิทธิประกันสังคมได้หรือเปล่า คำตอบคือ สำหรับผู้ที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 38 (ลาออกจากงาน) หากส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไขแล้ว จะยังคงมีสิทธิกรณีคลอดบุตรต่อไปอีก 6 เดือนนับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 7 ดังนั้น หากคุณแม่ลาออกจากงานระหว่างตั้งครรภ์ ยังสามารถใช้สิทธิค่าคลอดบุตรประกันสังคมได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว
ต้องส่งเงินสมทบกี่เดือนถึงจะใช้สิทธิคลอดบุตรได้
ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอดบุตร 1 เช่น หากกำหนดคลอดเดือนธันวาคม 2569 ก็ต้องมีประวัติจ่ายเงินสมทบอย่างน้อย 5 เดือน ภายในช่วงเดือนกันยายน 2568 ถึงพฤศจิกายน 2569 จึงจะมีสิทธิเบิกค่าคลอดบุตรได้ค่ะ
เช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 คลอดบุตร ได้เงินอะไรบ้าง
เมื่อรู้แล้วว่ามีสิทธิเบิกได้ คำถามต่อมาคือ ได้เงินเท่าไหร่บ้าง? สิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตรประกันสังคมแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้ 1
ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย
คุณแม่คุณพ่อจะได้รับเงินค่าคลอดในรูปแบบเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อการคลอด 1 ครั้ง ไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอดก็ใช้สิทธิได้เหมือนกัน และไม่จำกัดจำนวนครั้ง หมายความว่าคลอดลูกคนที่ 2, 3 ก็ยังเบิกได้เต็มจำนวน 1 ที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องคลอดที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ เลือกคลอดที่ไหนก็ได้ตามที่สะดวก โดยสำรองจ่ายก่อนแล้วค่อยนำหลักฐานมายื่นเบิกภายหลังค่ะ
เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร
สิทธินี้เป็นของคุณแม่ที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 เท่านั้นค่ะ โดยจะได้รับเงินชดเชยรายได้ช่วงที่หยุดงานเพื่อคลอด คำนวณจาก 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย จ่ายให้เป็นเวลา 90 วัน และใช้สิทธินี้ได้สูงสุด 2 ครั้ง 4 คุณพ่อที่เป็นผู้ประกันตนชายจะไม่ได้รับเงินส่วนนี้ แม้จะเบิกค่าคลอดแทนภรรยาได้ก็ตาม 1
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา ประกันสังคมได้ปรับเพดานฐานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบจากเดิม 15,000 บาท เป็น 17,500 บาทต่อเดือน 6 เหตุผลของการปรับครั้งนี้คือ เพดานเดิม 15,000 บาท ถูกใช้มานานกว่า 30 ปีโดยไม่ปรับตาม ทำให้สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนได้รับไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น 6 ส่งผลให้เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรสูงสุดเพิ่มจาก 22,500 บาทต่อครั้ง เป็น 26,250 บาทต่อครั้ง สำหรับผู้ที่มีฐานค่าจ้าง 17,500 บาทขึ้นไป 6 ส่วนผู้ที่มีฐานค่าจ้างต่ำกว่า 17,500 บาท ก็ยังคงคำนวณจากฐานค่าจ้างจริงตามเดิมค่ะ
ค่าตรวจและรับฝากครรภ์
อีกหนึ่งสิทธิที่คุณแม่ไม่ควรลืมคือ ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ ซึ่งเบิกได้ตามที่จ่ายจริง รวม 5 ครั้งตลอดการตั้งครรภ์ วงเงินรวมไม่เกิน 1,500 บาท 1 โดยแบ่งตามช่วงอายุครรภ์ดังนี้
- ช่วงแรก (ไม่เกิน 12 สัปดาห์) เบิกได้ไม่เกิน 500 บาท
- ช่วงที่ 2 (มากกว่า 12 ถึง 20 สัปดาห์) เบิกได้ไม่เกิน 300 บาท
- ช่วงที่ 3 (มากกว่า 20 ถึง 28 สัปดาห์) เบิกได้ไม่เกิน 300 บาท
- ช่วงที่ 4 (มากกว่า 28 ถึง 32 สัปดาห์) เบิกได้ไม่เกิน 200 บาท
- ช่วงที่ 5 (มากกว่า 32 สัปดาห์ขึ้นไป) เบิกได้ไม่เกิน 200 บาท
เบิกค่าคลอดบุตรประกันสังคม ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
เอกสารที่ต้องใช้มีเพียงไม่กี่รายการ แต่ถ้าเตรียมไม่ครบตั้งแต่แรก อาจต้องเสียเวลากลับมาเพิ่มทีหลัง การเตรียมเอกสารให้ครบจะช่วยให้การยื่นเบิกค่าคลอดประกันสังคมเป็นไปอย่างราบรื่นค่ะ 5
เอกสารกรณีผู้ประกันตนหญิง
- แบบ สปส. 2-01 (แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน) กรอกให้ครบและลงลายมือชื่อ ดาวน์โหลดได้ที่ www.sso.go.th
- สำเนาสูติบัตรลูก 1 ชุด (คลอดแฝด ให้แนบสูติบัตรของลูกทุกคน)
- สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีออมทรัพย์ที่ต้องการรับเงิน หรือใช้พร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนก็ได้ค่ะ 5
เอกสารกรณีผู้ประกันตนชาย (เบิกแทนภรรยา)
- แบบ สปส. 2-01 (แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน) กรอกให้ครบและลงลายมือชื่อ ดาวน์โหลดได้ที่ www.sso.go.th
- สำเนาสูติบัตรลูก 1 ชุด (คลอดแฝด ให้แนบสูติบัตรของลูกทุกคน)
- สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีออมทรัพย์ที่ต้องการรับเงิน หรือใช้พร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน
- เอกสารทุกรายการเหมือนกรณีคุณแม่ เพิ่มเติมคือ สำเนาทะเบียนสมรส หรือหากไม่ได้จดทะเบียนสมรส ให้ใช้หนังสือรับรองจากผู้ประกันตนแทนค่ะ 5
ขั้นตอนการยื่นเบิกค่าคลอดบุตรประกันสังคม
คุณแม่คุณพ่อสามารถยื่นเบิกค่าคลอดบุตรประกันสังคมได้ 2 ช่องทาง คือไปยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคม หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ e-Self Service บนเว็บไซต์ www.sso.go.th 5
ขั้นตอนรายละเอียดการยื่นเบิกค่าคลอดบุตร
1. เตรียมเอกสาร
รวบรวมเอกสารให้ครบตามรายการที่กำหนด ได้แก่ แบบ สปส. 2-01, สำเนาสูติบัตรบุตร, สำเนาบัญชีธนาคาร และเอกสารเพิ่มเติมตามกรณี (ดูรายละเอียดเอกสารได้ในหัวข้อก่อนหน้า) ควรถ่ายสำเนาและเตรียมไว้ตั้งแต่หลังคลอด เพื่อไม่ให้พลาดระยะเวลาการยื่นค่ะ
2. ยื่นที่สำนักงานหรือออนไลน์
คุณแม่คุณพ่อสามารถเลือกยื่นได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสาขาที่สะดวก หรือจะยื่นผ่านระบบ e-Self Service บนเว็บไซต์ www.sso.go.th ก็ได้ค่ะ 5 โดยกรอกข้อมูลตามที่ระบบกำหนด อัปโหลดเอกสาร และเลือกสำนักงานประกันสังคมที่สะดวก
3. รอการพิจารณา
หลังยื่นเรื่องแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติของผู้ประกันตน เช่น ประวัติการส่งเงินสมทบ สถานะการเป็นผู้ประกันตน และความถูกต้องของเอกสาร หากข้อมูลครบถ้วนจะเข้าสู่กระบวนการอนุมัติค่ะ
4. รับเงินโอนเข้าบัญชี
หลังจากได้รับอนุมัติ เงินค่าคลอดบุตรจะโอนเข้าบัญชีธนาคารที่แจ้งไว้ หรือผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน แนะนำให้ตรวจสอบยอดเงินเมื่อได้รับแจ้งผลอนุมัติ และเก็บเอกสารสำคัญทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานค่ะ
ยื่นเรื่องเบิกค่าคลอดบุตรไปแล้ว กี่วันได้เงิน
โดยทั่วไปเงินจะโอนเข้าบัญชีผู้ประกันตนภายในประมาณ 5-7 วันทำการ หลังยื่นคำขอเบิกค่าคลอดประกันสังคมผ่านระบบ e-Self Service แล้ว หากเอกสารครบถ้วนและได้รับการอนุมัติ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีอาจใช้เวลานานกว่านี้หากเอกสารไม่ครบหรือต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม คุณแม่คุณพ่อสามารถติดตามสถานะได้หลายช่องทางค่ะ
วิธีเช็กผลอนุมัติเงินค่าคลอดบุตร ทำได้ทั้งออนไลน์และแอป
คุณแม่คุณพ่อสามารถตรวจสอบผลอนุมัติค่าคลอดบุตรประกันสังคมได้ 3 ช่องทาง โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานเลยค่ะ
ช่องทางที่ 1: เว็บไซต์ www.sso.go.th
เข้าสู่ระบบผู้ประกันตนบนเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม เลือกเมนูตรวจสอบสิทธิประโยชน์ จะเห็นสถานะการยื่นเรื่องและผลอนุมัติ 5
ช่องทางที่ 2: แอปพลิเคชัน SSO Connect
ดาวน์โหลดแอป SSO Connect ได้ทั้งระบบ Android และ iOS ล็อกอินด้วยข้อมูลผู้ประกันตน สามารถตรวจสอบสถานะได้สะดวกผ่านมือถือ
ช่องทางที่ 3: สายด่วน 1506
โทรสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจสอบสถานะและให้คำแนะนำค่ะ
คุณแม่ที่ทำงานอยู่อาจสนใจเรื่องการหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายแรงงานอีกส่วนหนึ่งที่ควรรู้ด้วยค่ะ

ปัจจัยที่ควรวางแผนก่อนใช้สิทธิค่าคลอดบุตร
แม้ว่าสิทธิประกันสังคมจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตรได้ส่วนหนึ่ง แต่ในทางปฏิบัติ ค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงกว่าที่ประกันสังคมครอบคลุม โดยเฉพาะถ้าเลือกคลอดที่โรงพยาบาลเอกชน ค่าคลอดธรรมชาติอาจอยู่ที่ประมาณ 30,000-80,000 บาท และค่าผ่าคลอดอาจสูงถึง 80,000-200,000 บาท ซึ่งห่างจากเงินเหมาจ่าย 15,000 บาทค่อนข้างมาก คุณแม่คุณพ่อจึงควรวางแผนการเงินไว้ล่วงหน้า เพื่อรับมือกับค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ
ค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่อาจเกิดขึ้น
ห้องพิเศษ
หากเลือกพักห้องพิเศษหรือห้องเดี่ยว จะมีส่วนต่างค่าห้องที่ต้องรับผิดชอบเอง เนื่องจากค่าคลอดบุตรประกันสังคมเหมาจ่าย 15,000 บาท ครอบคลุมค่าบริการทางการแพทย์ทั่วไป ไม่ได้รวมค่าห้องพิเศษ
กรณีผ่าคลอด
การผ่าคลอดมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการคลอดธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงค่าแพทย์ผ่าตัด ค่าวิสัญญีแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มเติม โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลเอกชน ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าวงเงินที่ประกันสังคมครอบคลุมค่อนข้างมาก
ภาวะแทรกซ้อน
ในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอดหรือหลังคลอด อาจต้องได้รับการดูแลพิเศษ พักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานกว่าปกติ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ในระหว่างที่วางแผนค่าใช้จ่ายสำหรับการคลอดบุตร คุณแม่ไม่ควรมองข้ามการเตรียมความพร้อมด้านโภชนาการเพื่อสร้างพื้นฐานที่สมาร์ทให้ลูกน้อยตั้งแต่วันแรกค่ะ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เตรียมตัวผ่าคลอดซึ่งสามารถส่งต่อภูมิคุ้มกันและสารอาหารมหัศจรรย์กว่า 200 ชนิด ผ่านทางน้ำนมแม่ที่ธรรมชาติออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้ง ดีเอชเอ (DHA) โอเมก้า 3,6,9 (Omega 3,6,9) โคลีน (Choline) ลูทีน (Lutein) และวิตามินบี 12 ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมพัฒนาการสมองและระบบประสาทให้เติบโตอย่างเต็มที่ พร้อมด้วย จุลินทรีย์ชั้นดีอย่าง แอลรียูเทอรี (L. reuteri) และวิตามินซี ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ให้ลูกน้อยออกไปเรียนรู้และค้นพบสิ่งใหม่ๆ ในโลกกว้างได้อย่างสมาร์ทและมั่นใจค่ะ

สิทธิประกันสังคม ม.33 สงเคราะห์บุตร ได้อะไรบ้าง
นอกจากค่าคลอดบุตรแล้ว ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ยังได้รับสิทธิเงินสงเคราะห์บุตรเป็นรายเดือนอีกด้วย โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ประกันสังคมได้ปรับเงินสงเคราะห์บุตรจากเดิมเดือนละ 800 บาท เป็นเดือนละ 1,000 บาทต่อบุตร 1 คน ตามกฎกระทรวง การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2567 2
เงื่อนไขการรับสิทธิสงเคราะห์บุตร
- ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน 2
- จ่ายเดือนละ 1,000 บาทต่อบุตร 1 คน ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีบริบูรณ์ สูงสุดคราวละไม่เกิน 3 คน 2
- ต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม หรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น 2
- สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินสงเคราะห์บุตรได้ที่สำนักงานประกันสังคมหรือผ่านระบบ e-Self Service ภายในระยะเวลา 2 ปีนับแต่วันที่มีสิทธิ 2
เงื่อนไขเรื่องจำนวนเดือนที่ต้องส่งเงินสมทบนั้นแตกต่างจากกรณีคลอดบุตร คุณแม่คุณพ่อควรตรวจสอบว่าเงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบ เพื่อให้ได้รับสิทธิ์เบิกเงินสงเคราะห์บุตรค่ะ
เอกสารกรณีสงเคราะห์บุตร
- แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส. 2-01
- สูติบัตรของบุตร (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร
- กรณีผู้ประกันตนชาย ให้แนบสำเนาทะเบียนสมรส หรือหนังสือรับรองกรณีไม่มีทะเบียนสมรส
การเตรียมตัวเรื่องสิทธิค่าคลอดบุตรประกันสังคมไว้ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ จะช่วยให้คุณแม่คุณพ่อวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาสำคัญของครอบครัว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามสายด่วนประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
อ้างอิง:
- สิทธิประกันสังคม 3 ต่อ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรพลาด (ข้อมูล ณ มีนาคม 2569), สำนักงานประกันสังคม
- อัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทน กรณีสงเคราะห์บุตร มาตรา 33 และ มาตรา 39, สำนักงานประกันสังคม
- 7 สิทธิประโยชน์พื้นฐานที่คุณต้องรู้ (ข้อมูล ณ มีนาคม 2569), สำนักงานประกันสังคม
- กรณีคลอดบุตร, สำนักงานประกันสังคม
- เช็กสิทธิค่าคลอดบุตร ประกันสังคม ม.33, ม.39, ThaiPBS Policy Watch
- ประกันสังคมปี 2569 ปรับอะไรบ้าง? รู้ไว้ใช้สิทธิได้คุ้มกว่าเดิม, กรุงเทพธุรกิจ
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533,สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
อ้างอิง ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569