ตอบข้อสงสัย เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
1. ทำไมให้ลูกกินแต่นม จนถึง 6 เดือน

จริงๆแล้ว กระเพาะของทารกแรกเกิด มีขนาดเล็กมากค่ะ โดยในช่วงแรกเกิด ขนาดกระเพาะของทารกจะมีขนาดเท่ากับลูกเชอร์รี่ และขนาดของกระเพาะจะค่อยๆขยายขึ้นช้าๆ เท่ากับขนาดของ ไข่ไก่ ประมาณ 1 เดือน หลังคลอด

นอกจากนี้ ตับอ่อนของทารกยังทำงานไม่สมบูรณ์ ทำให้การหลั่งน้ำย่อยไม่สมบูรณ์เช่นกัน แปลง่ายๆคือ ย่อยไม่เก่ง ธรรมชาติจึงสร้าง นมแม่ ให้เหมาะกับระบบย่อยของทารกตั้งแต่แรกเกิด ทั้งย่อยง่าย ดูดซึมง่าย และ มีปริมาณน้ำและสารอาหารครบถ้วน พอเหมาะกับความต้องการของทารก
นมแม่มีคุณสมบัติ Hypo-Allergenic (H.A.) ที่อ่อนโยนต่อระบบภูมิคุ้มกันของทารก นมแม่ อุดมไปด้วยสารเสริมภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ที่ช่วยให้ระบบป้องกันโรคของลูกแข็งแรงขึ้น มีโปรตีนบางส่วนที่ถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลงตามธรรมชาติ หรือ PHP (Partially Hydrolyzed Proteins) ที่ช่วยลดภาระงานของระบบย่อยอาหาร ทำให้ลูกสบายท้องและย่อยโปรตีนได้ดีขึ้น พร้อมกันนี้ นมแม่ยังเป็นแหล่งของจุลินทรีย์สุขภาพอย่าง โพรไบโอติก บีแล็กทิส (B. lactis) ที่ช่วยสร้างสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารและภูมิคุ้มกันลำไส้ทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้ และช่วยให้ลูกเจ็บป่วยน้อยลงในวัยทารก
และที่สำคัญ นมแม่อุดมด้วยสารอาหารกว่า 200 ชนิด มีสารอาหารสำคัญต่อพัฒนาการสมอง เช่น ดีเอชเอ (DHA), โอเมก้า 3,6,9 (Omega 3,6,9) และ แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน (Alphalac Sphingomyelin) ซึ่งมีบทบาทในการสร้างปลอกประสาทไมอีลิน ช่วยให้การส่งสัญญาณประสาทของสมองเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทำให้ลูกเรียนรู้ จดจำ และพัฒนาทักษะต่าง ๆ ได้ดีขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของชีวิต
ในทางกลับกัน บางคนที่มีความเชื่อผิดๆว่า ทารกกินแต่นมไม่น่าอิ่ม และพยายามหาป้อนอาหารอื่นๆให้ทารก ทั้งที่กระเพาะยังไม่สามารถจุปริมาณได้เพียงพอ เมื่อป้อนอาหารอื่นๆ เช่น กล้วย หรือข้าว ที่มีสารอาหารต่ำกว่านมแม่ ทำให้กระเพาะเต็มเร็ว ทั้งที่สารอาหารยังไม่พอ อาจทำให้ทารกขาดสารอาหารได้
นอกจากนี้ การป้อนอาหารอื่นๆ ที่ทารกยังไม่พร้อมจะย่อย เนื่องจากน้ำย่อยยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้อาหารเหล่านี้ไม่ ย่อย เกิดลำไส้อุดตันได้ ทำให้ทารกมีอาการท้องอืด ปวดท้อง ลำไส้อักเสบ ซึ่งสามารถเสียชีวิตได้ จากที่เคยมีข่าวปรากฎอยู่ โดยตับอ่อนจะเริ่มหลั่งน้ำย่อยตอนประมาณ 4 เดือน ดังนั้น จึงเป็นที่มาว่า ทำไมปัจจุบัน เราควรให้ทารกกินแต่นม จนถึง 6 เดือนค่ะ
2. หลังฉีดวัคซีน ต้องปั๊มนมทิ้งไหม

หลังฉีดวัคซีนใดๆ ไม่ว่าจะเป็น วัคซีน Covid19 หรือวัคซีนอื่นๆ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไม่ต้องปั๊มนม ทิ้งค่ะ เนื่องจากเชื้อที่นำมาทำ วัคซีน เป็นเชื้อที่ทำให้อ่อนฤทธิ์อยู่แล้ว ก่อโรคไม่ได้ เมื่อแม่ฉีดวัคซีน และให้นมลูก จะไม่ส่งผ่านเชื้อ ก่อโรคไปยังลูกแน่นอน

ถึงแม้ว่า หลังฉีดวัคซีนอาจมีอาการไม่สบายตัว มีไข้ ปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีด ก็ยังสามารถให้นมแม่ได้ค่ะ ทารกจะไม่ติดไข้จากแม่ เนื่องจากไข้ของแม่เกิดจากปฏิกิริยาของ ภูมิต้านทานโรคที่กำลังทำงาน และไข้นี้ไม่สามารถส่งผ่านทางน้ำนม ไปสู่ลูกได้
3. แม่ไม่สบายให้นมได้ไหม

ตามปกติแล้ว ไม่ว่าคุณแม่จะมีอาการไม่สบาย เป็นหวัด มีไข้ ท้องเสีย เชื้อเหล่านี้ ไม่ได้ผ่าน ทางน้ำนมดังนั้น เมื่อแม่ไม่สบายด้วยอาการทั่วๆ ไปเหล่านี้ยังสามารถให้นมแม่ได้ค่ะ แต่ควรระวังการติดลูกทางอื่นแทนค่ะ เช่น หวัด ไม่ได้ติดทางการให้นม แต่ลูกอาจติดจากการไอจามหายใจรดกัน ดังนั้นขณะให้นมควรล้างมือให้สะอาด หรือใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันการไอจามใส่ลูก หรือหากแม่เป็นเริม / สุกใส ก็ยังสามารถให้นมได้ เพราะเชื้อไม่ผ่านน้ำนม แต่ลูกอาจติดได้ทางการสัมผัส ดังนั้นควรระวังลูกสัมผัสโดนตุ่มน้ำของเรา ต้องล้างมือก่อน ให้นม อาจใช้การปั๊มนมให้ลูกกินแทนการกินจากเต้าก็ได้ค่ะ หากมีตุ่มขึ้นบริเวณใกล้กับเต้านมด้วย หากคุณแม่ให้นมจำเป็นต้องกินยา แนะนำให้ปรึกษา บุคลากรทางการแพทย์
4. นมแม่ใส แปลว่า ไม่มีสารอาหาร?
ในนมแม่ ทุกๆครั้งที่หลั่งออกมา จะมี 2 ส่วน คือ ส่วนหน้า กับส่วนหลัง ซึ่งรู้ไหมคะ ว่า ส่วนประกอบไม่เหมือนกัน

นมแม่ส่วนหน้า (foremilk)
มีส่วนประกอบของน้ำเป็นหลัก ดังนั้นจึงดูใส แต่จริงๆแล้วมีสารอาหารเต็มเปี่ยม ทั้งน้ำตาลแลคโตสที่เป็นสารอาหาร ที่สำคัญของสมอง โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น สำหรับการเติบโต

นมส่วนหลัง (hindmilk)
มีส่วนประกอบหลักเป็นไขมัน ทำให้ข้นหนืดกว่า แต่คุณแม่หลายคนที่ปั๊มไม่เกลี้ยงเต้า หรือให้ลูกกินจากเต้าจะไม่เห็นว่ามีนมส่วนนี้ จึงทำให้เข้าใจ ผิดว่านมแม่มีแต่ใสๆได้ค่ะ
นอกจากนี้สารอาหารหลายตัว เป็นสารอาหารที่ละลายในน้ำ ดังนั้นจึงใส และไม่จำเป็นต้องเป็นตะกอนให้เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งสารอาหารหนึ่งที่สำคัญมาก และมองไม่ เห็นด้วยตาเปล่าจริงๆ นั่นคือ ภูมิต้านทานจากแม่ค่ะ ที่ส่งผ่านทางน้ำนมสู่ลูก ดังนั้น หมอจึงยืนยันว่า นมแม่ที่ใส ก็มีสารอาหารครบถ้วน แน่นอนค่ะ
5. หลัง 6 เดือน นมแม่มีสารอาหาร น้อยลงจริงหรือ?

หลัง 6 เดือน นมแม่ ยังมีประโยชน์เหมือนเดิมค่ะ ไม่ได้ลดคุณค่าทางสารอาหารลง แต่เด็กหลัง 6 เดือน ต้องการสารอาหารที่มากขึ้น เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต และพัฒนาการที่มากขึ้น โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ที่ต้องการมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่เด็กต้อง “กินเพิ่ม” เริ่มกินอาหารตามวัยเมื่ออายุครบ 6 เดือน แต่ไม่ได้แปลว่า นมแม่ “มีสารอาหารน้อยลง”
มันไม่เกี่ยวกันเลยค่ะ นมแม่ยังคงมีสารอาหารครบถ้วน และมีสิ่งที่จำเป็นสำหรับ ลูกเช่นเคย นั่นคือ ภูมิต้านทานที่ส่งผ่านจากนมแม่สู่ลูก ดังนั้น หลัง 6 เดือน แม่ท่านไหนที่ยังมีนมแม่อยู่ ยังไม่จำเป็นต้องเลิกนะคะ ยังสามารถให้นมลูกต่อได้ยาวๆ ตราบที่แม่ยังไหว ได้เลยค่ะ
6. แม่ให้นม กินกาแฟได้ไหม
โดยทั่วไปแล้ว คุณแม่ให้นมสามารถดื่มกาแฟได้ในปริมาณที่ไม่มากเกินไปได้ค่ะ โดยดูจากปริมาณของคาเฟอีนในเครื่องดื่ม เป็นหลัก แต่นอกจากกาแฟแล้ว ชาและช็อคโกแลตก็เป็นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเช่นกัน ต้องอย่าลืมจำกัดปริมาณด้วยเช่นกันค่ะ
ปริมาณคาเฟอีนที่แนะนำคือ ไม่เกิน 200 มก.ต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับ (โดยประมาณ เนื่องจากปริมาณคาเฟอีนขึ้นกับหลายปัจจัย)


กาแฟชองพร้อมชง 3 ซอง

น้ำอัดลมสีดำ 6 กระป๋อง

อเมริกาโน่ 1 แก้ว

ลาเต้ 3 แก้ว
คาเฟอีนมีผลต่อทารกอย่างไร
คาเฟอีนในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ทารกกระสับกระส่าย ร้องกวน งอแง หัวใจเต้นเร็ว หรือนอนไม่หลับได้ค่ะ โดยคาเฟอีนสามารถอยู่ในร่างกายคุณแม่ได้ 4-6 ชั่วโมง สูงสุดในช่วง 1-2 ชั่วโมงหลังดื่ม และความไวต่อคาเฟอีนของทารกแต่ละคน อาจไม่เท่ากัน ดังนั้นนอกจากจำกัดปริมาณคาเฟอีนต่อวันแล้ว คุณแม่อาจสังเกตอาการของลูกหากกระสับกระส่ายมาก ควรปั๊มนมทิ้งในช่วง 4-6 ชั่วโมงหลังดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทิ้งได้ค่ะ
7. โด๊ปอะไรดี ให้มีน้ำนมเยอะๆ
จริงๆแล้วสูตรการเพิ่มน้ำนม มีเยอะมาก แต่หมอขอแนะนำ “ตัวช่วย” มาให้แม่ๆเช็กลิสต์ตัวเองกันดูค่ะ

1. ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ
อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของคนที่ให้นมค่ะ เนื่องจากถ้าปริมาณน้ำในร่างกายไม่เพียงพอ บำรุงด้วยอย่างอื่นยังไง นมแม่ก็มา น้อยได้เพราะปริมาณน้ำในร่างกายไม่เพียงพอ นอกจากนี้การฝืนปั๊มนมเยอะทั้งที่ดื่มน้ำไม่พอ จะทำให้ร่างกายของแม่ขาดน้ำ และยิ่งทำให้สุขภาพของแม่ทรุดโทรมเร็วขึ้นด้วยค่ะ โดยปริมาณที่แนะนำคือ มากกว่า 2-3 ลิตรต่อวันค่ะ
2. สมุนไพรที่มีฤทธิ์กระตุ้นน้ำนม
ที่นิยมนำมาใช้ เช่น ลูกซัด หัวปลี น้ำขิง ฯลฯ สามารถใช้ร่วมกันได้ค่ะ แต่ควรควบคู่กับการดื่มน้ำให้เพียงพอ กระตุ้นเต้านมสม่ำเสมอทุก 3 ชั่วโมง และพักผ่อนให้เพียงพอ ถึงจะเห็นผลค่ะ
สิ่งสำคัญคือ คุณแม่ต้องอย่าลืมดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย ด้วยการปรับสภาพอารมณ์ พยายามไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากสุขภาพที่ทรุดโทรมและฮอร์โมนความเครียดก็ทำให้น้ำนมมาน้อยได้ค่ะ และสุดท้าย หากคุณแม่ยังกังวลใจเรื่องน้ำนมน้อยควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ค่ะ
8. สูตรปั๊มให้น้ำนมแม่ ไหลมาเทมา
สำหรับแม่ๆสายปั๊ม ที่อยากให้น้ำนมมาเยอะๆ วิธีคือ
1. ปั๊มนมทุก 3 ชั่วโมง

เพื่อกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน oxytocin ให้สม่ำเสมอ ทำให้น้ำนมแม่ไหลดี ต่อเนื่องได้ค่ะ
2. ปั๊มทีละ 2 ข้าง พร้อมกัน

หรือกรณีที่ให้ ลูกเข้าเต้า อาจใช้เครื่อง ปั๊มนมปั๊มอีกข้างพร้อมกัน เพื่อหลอกร่างกายว่า มีลูกแฝด ทำให้ร่างกาย ต้องเพิ่มการผลิตน้ำนม
3. สูตรปั๊ม แบบ Power Pump (20-10-10-10-10)
วิธีทำคือ ปั๊มนมทีละ 2 ข้าง ปั๊มแล้วพักเป็นรอบๆ โดยปั๊ม 20 นาที - พัก 10 นาที - ปั๊ม10นาที - พัก 10 นาที - ปั๊ม 10 นาที นับเป็น 1 เซ็ต ทำ Power Pump วันละ 1-2 เซ็ต
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การเลือกเครื่องปั๊มนมให้เหมาะกับเราด้วยค่ะ เลือกกรวยปั๊มนมที่มีขนาดเหมาะสม เนื่องจากถึงใช้สูตร ปั๊มทุกสูตรแล้ว แต่หากกรวยปั๊มนมขนาดไม่เหมาะสม หรือเครื่องปั๊มเบาไป/แรงไป ปั๊มแล้วเจ็บ ก็ทำให้น้ำนมมาน้อย ได้เช่นกันค่ะ
9. ลูกกินนมแม่จากเต้า จะรู้ได้อย่างไรว่า ได้รับน้ำนมเพียงพอ

ในกรณีกินนมจากเต้า คุณแม่หลายคนสงสัยว่า น้ำนมแม่ ไหลดีไหม? ลูกได้รับนมพอไหม? จะดูอย่างไร ในขณะให้นม วิธีสังเกตว่า ลูกได้รับน้ำนมพอหรือไม่ ให้ดูว่าที่เต้า นมอีกข้างมีน้ำนมไหลซึมออกมาหรือไม่ค่ะ
ซึ่งอาการที่น้ำนมอีกข้างไหลออกมาด้วยนี้ เรียกว่า Led down reflex เนื่องจากเป็นการตอบสนองของฮอร์โมนหลั่งน้ำนม ทำให้น้ำนมอีกข้างไหลออกมาด้วย ช่วยให้แม่ ๆ มั่นใจได้ค่ะว่าข้างที่ลูกดูด มีน้ำนมไหลออกมาแน่นอน
ส่วนปริมาณนม การดูว่าลูกได้รับปริมาณนมเพียงพอไหม ให้ดูการขับถ่ายของลูกค่ะ โดยเด็กทารกแรกเกิด เมื่อได้รับ น้ำนมเพียงพอ จะปัสสาวะวันละ 6 ครั้งขึ้นไป อุจจาระ 4 ครั้ง ขึ้นไป (นับรวมกันใน 24 ชั่วโมง) นอกจากนี้ ยังสามารถดูได้จาก น้ำหนักของลูก โดยเด็กทารกควรมีน้ำหนักขึ้นตามนี้

- 0-3 เดือน น้ำหนักทารก ขึ้นเดือนละ 600-800 กรัม
- 4-6 เดือน น้ำหนักทารก ขึ้นเดือนละ 400-600 กรัม
ควรติดตามน้ำหนักลูกทุกครั้งที่ไปฉีดวัคซีน โดยเทียบกับกราฟมาตรฐานการเจริญเติบโตเกณฑ์ปกติค่ะ เพื่อดูว่าน้ำหนัก ของลูก ขึ้นตามเกณฑ์หรือไม่ เนื่องจากการดูด้วยตาเปล่าอาจทำให้คลาดเคลื่อนได้
10. ทำไมห้ามอุ่นนมแม่ ด้วยไมโครเวฟ

ในกรณีที่แม่ๆที่ทำนมสต็อกให้ลูกกิน การเอานมสต็อกมาอุ่น ควรอุ่นในชามน้ำร้อน ไม่ควรอุ่นในไมโครเวฟค่ะ เนื่องจาก การอุ่นในไมโครเวฟ ความร้อนในนมไม่สม่ำเสมอ ทำให้เกิดการไหม้ในบางจุดได้ ในขณะที่บางจุดยังเย็น เมื่อทารกกินอาจทำให้บางจุดที่ความร้อนสูง ลวกปากและลิ้นของ ทารกได้
นอกจากนี้ การอุ่นในไมโครเวฟ ยังทำลายสารภูมิต้านทานและสารอาหารในนมแม่อีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรอุ่นนมแม่ในไมโครเวฟ วิธีการที่ถูกต้องคือ
1. ย้ายถุงนมแม่แช่แข็งจากช่องฟรีส ลงมาช่องธรรมดา ให้ละลายเองในตู้เย็นข้ามคืน
2. ก่อนให้ลูกกิน ใช้วิธีแช่ถุงนมในชามน้ำอุ่น
การอุ่นนมที่ถูกวิธี นอกจากไม่ลวกปากและลิ้นของลูก ยังช่วย รักษาคุณค่าและสารอาหารของนมแม่ให้ได้มากที่สุดอีกด้วยค่ะ
All articles
พัฒนาการเด็ก 4 ด้าน ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ที่พ่อแม่ควรรู้
เจาะลึกพัฒนาการเด็ก 4 ด้านสำคัญ (ร่างกาย, สติปัญญา, อารมณ์-สังคม, ภาษา) ตั้งแต่วัยทารกถึงวัยก่อนเรียน พร้อมวิธีส่งเสริมทักษะรอบด้าน ครบจบในบทความเดียว
17นาที อ่าน
แจกไอเดียทรงผมเด็กผู้หญิง ทั้งผมสั้น-ยาวน่ารัก ทำไปโรงเรียนได้
รวมไอเดียทรงผมเด็กผู้หญิง ทั้งแบบทรงผมสั้น-ทรงผมยาว ตั้งแต่เด็กเล็กถึงวัยเรียน ดูเรียบร้อย น่ารัก พร้อมคำแนะนำการเลือกทรงผมเด็กผู้หญิงให้เหมาะกับบุคลิก
8นาที อ่าน
พ่อแม่รังแกฉัน? วิธีฝึกลูกให้ดูแลตัวเองและมีวินัยตั้งแต่วัยเยาว์
เราจะอยู่กับลูกไปได้นานแค่ไหน? มาสำรวจนิยามของ "พ่อแม่รังแกฉัน" ในยุคใหม่ และความสำคัญของการฝึกให้ลูกรู้จักรับผิดชอบตัวเองเพื่อการใช้ชีวิตในสังคมอนาคต
1นาที สำหรับรับชม
ลูกกินยาก-กลัวเข็ม แก้ยังไง? เทคนิคพิชิตใจเจ้าตัวเล็กที่หมอแนะนำ
รวมวิธีรับมือเมื่อลูกดื้อตอนกินยาหรือฉีดวัคซีน ทั้งเทคนิคเบี่ยงเบนความสนใจสำหรับเด็กเล็ก และการสื่อสารเตรียมใจสำหรับเด็กโต ช่วยให้ทุกการรักษาเป็นเรื่องง่ายขึ้น
1นาที สำหรับรับชม
ลูกชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น สร้างความมั่นใจอย่างไร
เมื่อลูกรู้สึกด้อยกว่าเพราะชอบเปรียบเทียบกับเพื่อน คุณแม่ควรรับมืออย่างไร? เจาะลึกวิธีค้นหาจุดเด่นเพื่อฟื้นฟูความมั่นใจ และเปลี่ยนมุมมองให้ลูกภูมิใจในตัวเองค่ะ
1นาที สำหรับรับชม
ทำไมเด็กในเมืองป่วยบ่อยกว่าเด็กต่างจังหวัด พร้อมวิธีเสริมภูมิ
ไขข้อสงสัยทำไมการเล่นดินเล่นทรายช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่า พร้อมเช็กผลกระทบจากวิถีชีวิตแบบใหม่ที่ทำให้เด็กยุคนี้เจ็บป่วยง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าค่ะ
1นาที สำหรับรับชม
วิธีรับมือความเชื่อเรื่องการเลี้ยงลูกที่ต่างกันของคนในครอบครัว
เทคนิคเปิดใจผู้ใหญ่ในบ้านด้วยสื่อหรือคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยลดความขัดแย้งในการเลี้ยงลูก เพื่อให้ทุกคนดูแลลูกไปในทิศทางเดียวกัน จะมีวิธีไหนบ้าง ไปดูกัน
1นาที สำหรับรับชม
ลูกน้อยวัย 6 เดือนแรก กินน้ำเปล่าได้ไหม? ปัญหาที่เถียงกันทุกบ้าน
ลูก 6 เดือนแรกต้องกินน้ำไหม? ฟังคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญเรื่องการให้ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม และความเสี่ยงที่เด็กต้องเจอ หากให้เด็กดื่มน้ำมากเกินไป
1นาที สำหรับรับชม
เลี้ยงลูก Gen Alpha ให้รุ่ง ด้วย 3 ทักษะที่พ่อแม่ต้องสอน
เตรียมความพร้อมให้ลูก Gen Alpha ด้วยการฝึกทักษะ EF เพื่อการควบคุมตัวเอง และการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ เพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัล
1นาที สำหรับรับชม
S-Mom Podcast EP 1.2 | รับมือกับเด็กเจนใหม่
แชร์มุมมองการเลี้ยงลูกที่จะช่วยพ่อแม่เข้าใจเด็กเจนใหม่ และปรับวิธีเลี้ยงลูกให้เหมาะกับยุคดิจิทัล ที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
1นาที สำหรับรับชม
เราโมโหลูกผิดไหม? วิธีจัดการอารมณ์และรักษาใจคุณแม่เมื่อโกรธลูก
ทำไมเราต้องรู้สึกผิดเวลาโมโหลูก? เข้าใจธรรมชาติของพ่อแม่ที่ก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง และความสำคัญของการมีสติในการเลี้ยงลูกเพื่อให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น
1นาที สำหรับรับชม
Baby Blue น่ากลัวกว่าที่คิด เช็กอาการซึมเศร้าหลังคลอด
ทำไมแม่หลังคลอดถึงรู้สึกไม่อยากอุ้มลูก? ทำความรู้จักภาวะ Baby Blue ที่อาจเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรม ฮอร์โมน และสิ่งแวดล้อม พร้อมเช็กสัญญาณเตือนที่แม่ๆ ไม่ควรละเลย
1นาที สำหรับรับชม
เลี้ยงลูกคนโตอย่างไรไม่ให้รู้สึกขาด? พร้อมเคล็ดลับสร้างความสุข
เข้าใจความรู้สึกพี่คนโตที่ต้องแชร์ความรัก เปรียบเทียบมุมมองที่เห็นภาพชัดเจน เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมรับมือกับความน้อยใจและอิจฉาที่อาจเกิดขึ้น
1นาที สำหรับรับชม
ลูกปาจานข้าว = ต่อต้าน? วิธีรับมือพฤติกรรมตามวัยด้วยวินัยเชิงบวก
เข้าใจพฤติกรรมตามวัยของเด็กเล็ก เมื่อคำว่า “อย่าโยน” อาจยิ่งกระตุ้นให้ลูกทำทันที ไปเรียนรู้วิธีรับมือโดยไม่ตีตราว่าลูกดื้อ เพื่อช่วยให้ลูกปรับพฤติกรรมได้ดีขึ้น
1นาที สำหรับรับชม
ล้อลูกเล่นๆ หรือบูลลี่กันแน่? สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องระวัง
พ่อแม่ควรสังเกตอย่างไรว่าลูกกำลังได้รับผลกระทบจากคำล้อเล่น? ชวนคุณพ่อคุณแม่มาทบทวนวิธีพูดคุยเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัยภายในบ้าน
1นาที สำหรับรับชม
เลี้ยงลูกเชิงบวก vs สปอย ต่างกันอย่างไร? พร้อมเคล็ดลับสร้างวินัย
สงสัยไหมว่าเรากำลังเลี้ยงลูกเชิงบวกหรือแค่สปอยลูกกันแน่? มาดูความแตกต่างที่เส้นแบ่งคือ "วินัย" และการสอนให้ลูกจัดการตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้การลงโทษ
1นาที สำหรับรับชม
จินตนาการ vs ความจริง! ทำไมควรพาลูกออกไปเจอโลกเพื่อการเรียนรู้
แม้จินตนาการจะสำคัญ แต่การให้ลูกได้เห็นโลกแห่งความเป็นจริงก็จำเป็นไม่แพ้กัน ชวนคุณแม่มาเติมเต็มประสบการณ์จริงผ่านการเดินทาง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดค่ะ
1นาที สำหรับรับชม
ทำไมลูกป่วยบ่อย? ไขข้อสงสัยเด็ก 3 ขวบแรกกับคุณหมอเด็ก
สงสัยไหมว่าทำไมเด็ก 3 ขวบแรกป่วยบ่อย? ฟังคำแนะนำจากคุณหมอวาวาเรื่องภูมิคุ้มกันธรรมชาติในเด็ก พร้อมเคล็ดลับดูแลลูกให้แข็งแรง โตสมวัย ห่างไกลโรค
1นาที สำหรับรับชม
ลูกพัฒนาการล่าช้าหรือ "ออทิสติกเทียม" วิธีสังเกตเบื้องต้น
ทำความรู้จักภาวะ "ออทิสติกเทียม" อาการที่ดูคล้ายออทิสติกแต่มีสาเหตุหลักมาจากการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม พร้อมวิธีสังเกตอาการเบื้องต้น
1นาที สำหรับรับชม
การกินแบบ BLW คืออะไร ฝึกลูกให้กินมื้อแรกแบบ BLW
นอกจากการให้อาหารเสริมตามวัย อีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ การให้ทารกหยิบอาหารกินเองซึ่งมีพื้นฐานจากลักษณะการกินอาหารด้วยตัวเองจากการดูดนมแม่นั่นเอง
9นาที อ่าน
ภูมิแพ้คนท้อง ลดความเสี่ยงคนท้องเป็นภูมิแพ้ได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์
คนท้องเป็นภูมิแพ้ กับ 2 สาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้คนท้อง เพื่อให้คุณแม่หาวิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้ลูกน้อยจากปัจจัยสิ่งแวดล้อม เพื่อลดความเสี่ยงลูกเป็นภูมิแพ้
7นาที อ่าน
กลากน้ำนม เกิดจากอะไร พร้อมวิธีดูแลเกลื้อนน้ำนมในเด็ก
กลากน้ำนม คืออะไร กลากน้ำนม เกลื้อนน้ำนม หรือเกลื้อนแดด พบได้บ่อยในเด็กอายุ 3-14 ปี เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคกลากน้ำนมได้
7นาที อ่าน
ลูกเป็นผื่นผิวสาก ๆ เกิดจากอะไร พร้อมวิธีดูแลทารกผื่นสาก
ลูกเป็นผื่นผิวสาก ๆ เกิดจากอะไร ทารกมีผื่นสาก บอกอะไรได้บ้าง ลูกเป็นผื่นผิวสาก ๆ ทารกผื่นสาก เป็นอันตรายไหม มีสาเหตุมาจากอะไร พร้อมวิธีดูแลลูกน้อย
8นาที อ่าน
ผื่นแพ้ผ้าอ้อมในเด็ก เรื่องใกล้ตัวที่คุณแม่ควรสังเกต พร้อมวิธีดูแล
ลูกน้อยมีอาการผื่นผ้าอ้อมทำยังไงดี ปัญหาผื่นแพ้ที่มักเกิดขึ้นกับทารก อาการผื่นแพ้ผ้าอ้อมหายเองได้ไหม ดูแลอย่างไร พร้อมวิธีการป้องกันผื่นผ้าอ้อมลูกน้อย
6นาที อ่าน