ผื่นในเด็กทารกเกิดจากอะไร มีลักษณะแบบไหน พร้อมวิธีการดูแลลูกน้อย

ผื่นในเด็กทารกเกิดจากอะไร มีลักษณะแบบไหน พร้อมวิธีการดูแลลูกน้อย

Jul 17, 2026
15นาที

คุณแม่หลายท่านคงเคยกังวลใจเมื่อเห็นลูกน้อยมีผื่นแดงหรือผิวสากขึ้นตามตัว ผื่นในเด็กเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ ทั้งพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และอาการแพ้อาหาร 1 ผื่นบางชนิดหายได้เอง แต่บางชนิดต้องดูแลอย่างถูกวิธี สิ่งสำคัญคือสังเกตลักษณะผื่นและรู้ว่าเมื่อไหร่ควรรีบพาลูกไปพบคุณหมอค่ะ

Listen Transcript

ผื่นในเด็กทารกเกิดจากอะไร มีลักษณะแบบไหน พร้อมวิธีการดูแลลูกน้อย

คำถามที่พบบ่อย

ผื่นเด็กทารก มีกี่ชนิด แบบไหนอันตราย?

ผื่นเด็กทารกมีหลายชนิดค่ะ ที่พบบ่อย เช่น ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผดร้อน ผื่นผ้าอ้อม ผื่นต่อมไขมันอักเสบ และผื่นลมพิษ โดยผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเป็นชนิดที่พบได้เร็ว ราว 45% ของเด็กที่เป็นจะเริ่มมีอาการก่อนอายุ 6 เดือน 7 ผื่นแต่ละชนิดมีลักษณะคล้ายกันจนแยกได้ยาก คุณหมอจึงต้องดูอาการร่วมอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น มีไข้ มีอาการคัน หรือตำแหน่งที่ขึ้น 9 ถ้าคุณแม่ไม่แน่ใจว่าลูกเป็นผื่นแบบไหน ปรึกษาคุณหมอจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

ลูกเป็นผื่นอยู่ ควรอาบน้ำให้ลูกทุกวันไหมคะ หรือควรจะงดอาบไปก่อน?

ควรอาบน้ำให้ลูกทุกวันค่ะ การอาบน้ำจะช่วยชำระล้างเหงื่อไคลและสิ่งสกปรกที่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้ผื่นแย่ลงได้ แต่ต้องอาบอย่างถูกวิธี คือ:

  • ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนหรืออุ่นจัดจนเกินไป
  • ใช้เวลาอาบน้ำสั้นๆ แค่ 5-10 นาทีก็พอ
  • ใช้สบู่สูตรอ่อนโยนสำหรับเด็กเท่านั้น
  • หลังอาบน้ำ ให้ซับตัวเบาๆ ไม่ถู และรีบทาครีมบำรุงทันทีเพื่อล็อกความชุ่มชื้นไว้ค่ะ

ดูแลอย่างดีแล้ว ทั้งทาครีมทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ทำไมผื่นของลูกยังไม่ดีขึ้นเลยคะ?

หากคุณแม่ดูแลเบื้องต้นอย่างเต็มที่แล้ว 2-3 วัน แต่ผื่นของลูกยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นหรือกลับแย่ลง ไม่ควรนิ่งนอนใจค่ะ เพราะผื่นนั้นอาจต้องการการรักษาที่จำเพาะเจาะจงกว่าการดูแลทั่วไป หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อแทรกซ้อนได้ กรณีนี้แนะนำให้พาลูกไปพบกุมารแพทย์หรือแพทย์ผิวหนังเด็ก เพื่อรับการวินิจฉัยและแนวทางการรักษาที่ถูกต้องจะดีที่สุดค่ะ

สรุป

  • ผื่นในเด็กเกิดได้จากหลายสาเหตุ เกิดจากพันธุกรรมสูงถึง 80% สิ่งแวดล้อมที่ถูกกระตุ้นให้ระคายเคือง 1 และอาหารบางชนิด 2
  • ผื่นเด็กทารกที่พบบ่อย ได้แก่ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง 9 ผดร้อน 14 สิวทารก 10 ผื่นต่อมไขมันอักเสบ 15 และผื่นลมพิษ 11 โดยแต่ละชนิดมีลักษณะและวิธีดูแลต่างกัน
  • ตำแหน่งผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเปลี่ยนตามช่วงวัย ทารกมักขึ้นที่แก้มและแขนขาด้านนอก ส่วนเด็กโตมักขึ้นตามข้อพับ 8
  • การเติมความชุ่มชื้นด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำตั้งแต่ช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังคลอด มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงการเกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนังลงได้ถึง 50% 4
  • นมแม่มีสารอาหารครบถ้วน ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภูมิแพ้ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ทารก 3 ควรให้นมแม่อย่างน้อย 6 เดือน หรือให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ผื่นในทารกเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยและสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่หลายคน หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแลหรือรักษาตั้งแต่ต้น ผื่นเล็ก ๆ อาจลุกลามกลายเป็นผื่นแดงทั้งตัว ซึ่งนอกจากจะทำให้ลูกน้อยรู้สึกไม่สบายตัวแล้ว ยังอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจในระยะยาวได้ ดังนั้นการใส่ใจดูแลอย่างถูกวิธีและการเข้าใจสาเหตุของผื่นในทารกจะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการได้ดีขึ้น

 

ผื่นเด็กทารก เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

ผื่นทารก หรือผื่นแพ้ในเด็ก เป็นปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 1 ปี โดยราว 45% ของเด็กที่เป็นจะเริ่มมีอาการก่อนอายุ 6 เดือน และมากถึง 60% เริ่มก่อนขวบปีแรก 7 ผื่นในเด็กอาจปรากฏขึ้นได้หลายจุดบนร่างกาย เช่น ใบหน้า แก้ม คอ ข้อพับ ขาหนีบ และหลัง ซึ่งแต่ละชนิดของผื่นมีสาเหตุและอาการที่แตกต่างกันออกไป บางชนิดหายได้เอง แต่บางชนิดอาจต้องการการดูแลเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้อาการลุกลามและเพื่อความสบายตัวของทารก สาเหตุที่พบบ่อยของผื่นในเด็กทารกมี 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

1.พันธุกรรมและระบบภูมิคุ้มกัน

ถ้าคุณพ่อหรือคุณแม่มีประวัติเป็นภูมิแพ้ เช่น หอบหืด แพ้อากาศ หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ลูกน้อยจะมีโอกาสเกิดผื่นชนิดนี้สูงกว่าเด็กทั่วไปค่ะ จากการศึกษาพบว่าพันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมากถึงราว 80% 1

 

2. สิ่งกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม

ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น อากาศที่ร้อนเกินไป เหงื่อ ความอับชื้น หรือแม้แต่ฝุ่นละออง มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดผื่นในเด็กที่มีพันธุกรรมเสี่ยง 1 คุณแม่ลองสังเกตว่าลูกมักเป็นผื่นหลังเจอสถานการณ์ไหน เช่น อากาศเปลี่ยน ใส่เสื้อผ้าบางชนิด หรือเหงื่อออกมาก เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นได้ตรงจุดขึ้นค่ะ

 

3. การแพ้อาหารบางชนิด

ในเด็กเล็กที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนังระดับปานกลางถึงรุนแรง พบว่าประมาณ 30% มีอาการแพ้อาหารร่วมด้วย โดยอาหารที่แพ้บ่อย เช่น นมวัว ไข่ และถั่ว 2 อย่างไรก็ตาม คุณแม่ไม่ควรงดอาหารให้ลูกเองโดยไม่ปรึกษาคุณหมอก่อนนะคะ เพราะอาจทำให้ลูกขาดสารอาหารที่จำเป็นได้ค่ะ

รู้ทันปัญหาผิวลาย

ชนิดและลักษณะผื่นในทารกที่คุณแม่ต้องรู้

ผื่นแต่ละชนิดมีลักษณะที่แตกต่างกัน การสังเกตรูปร่าง สี ตำแหน่ง และอาการ จะช่วยให้คุณแม่เข้าใจว่าลูกกำลังเป็นผื่นแบบไหนค่ะ 9 ผื่นที่พบบ่อยในเด็กทารกมีดังนี้

ชนิดผื่น

ลักษณะเด่น

ตำแหน่งที่พบบ่อย

อาการคัน/เจ็บ

การหายของผื่น

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง 7ผิวแห้ง แดง ตุ่มน้ำ น้ำเหลืองซึม เป็นๆ หายๆทารก: แก้ม แขนขาด้านนอก 
เด็กโต: ข้อพับ
คันมากไม่หายเอง ต้องดูแลต่อเนื่อง
ผดร้อน 14ตุ่มแดงเล็กๆ ตุ่มน้ำใสบริเวณที่ถูกเสื้อผ้าปกคลุมคัน ยิบๆอาจหายเมื่ออากาศเย็นลง
ผื่นผ้าอ้อม 13ผิวแดงเป็นปื้น แสบระคายเคืองก้น ขาหนีบ อวัยวะเพศแสบดีขึ้นเมื่อรักษาความแห้ง
ผื่นต่อมไขมันอักเสบ 15ผื่นแดงมีขุยสะเก็ดสีเหลืองหนังศีรษะ คิ้ว หลังหูไม่ค่อยคันมักหายได้เอง
ผื่นลมพิษ 11ผื่นนูนบวมแดง ขนาดต่างๆทั่วตัว เกิดเฉียบพลันคัน แสบร้อนมักยุบเองได้ใน 24 ชม. แต่อาจย้ายตำแหน่ง
สิวทารก 10ตุ่มเล็กๆแก้ม จมูก หน้าผากไม่คันมักหายได้เองตามธรรมชาติ

 

ผื่นทารก 6 ชนิดที่พบบ่อย

 

1. ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis)

เกิดจากความผิดปกติของเกราะป้องกันผิวหนังร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรม 1 เป็นผื่นเรื้อรังที่พบมากที่สุดในเด็กเล็ก ลักษณะเด่นคือผิวแห้ง แดง คันมาก เป็นๆ หายๆ ในทารกมักเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มน้ำเล็กๆ ร่วมกับน้ำเหลืองซึม พบบ่อยบริเวณแก้ม หนังศีรษะ และแขนขาด้านนอก 1, 7 หากเกามาก อาจเกิดสะเก็ดหรือผิวหนาขึ้นได้ค่ะ โดยราว 45% ของเด็กที่เป็นจะเริ่มมีอาการก่อนอายุ 6 เดือน 7

ผื่นทารก รักษาให้หายขาดได้ไหม

2. ผดร้อน (Miliaria)

เกิดจากท่อเหงื่ออุดตัน มักพบในช่วงอากาศร้อนหรือเมื่อลูกใส่เสื้อผ้าหนาเกินไป ลักษณะเป็นตุ่มแดงเล็กๆ หรือตุ่มน้ำใสกระจายตามบริเวณที่ถูกเสื้อผ้าปกคลุม 14 ผดร้อนไม่ได้มีลักษณะเรื้อรังเป็นๆ หายๆ เหมือนผื่นภูมิแพ้ อาการจะดีขึ้นเมื่อลดความอับชื้นค่ะ

ผื่นแพ้ในเด็ก กับผดผื่นทารก ต่างกันอย่างไร วิธีสังเกตความแตกต่างเบื้องต้น

คุณแม่ลองสังเกตจุดเหล่านี้ค่ะ ถ้าผื่นขึ้นที่แก้มและข้อพับ เป็นๆ หายๆ คันมาก และมีคนในครอบครัวเป็นภูมิแพ้ มักเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง 1 แต่ถ้าผื่นเป็นตุ่มเล็กๆ ขึ้นตามบริเวณที่ถูกเสื้อผ้าปกคลุม มักเป็นผดร้อนค่ะ 14 อย่างไรก็ตาม ลูกอาจเป็นทั้งสองชนิดพร้อมกันได้ ถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษาคุณหมอนะคะ 9

 

3. ผื่นผ้าอ้อม (Diaper Rash)

พบบริเวณที่สัมผัสผื่นแพ้ผ้าอ้อมในเด็ก เช่น ก้น ขาหนีบ และอวัยวะเพศ ผิวจะแดงเป็นปื้น อาจมีอาการแสบระคายเคือง สาเหตุหลักมาจากความอับชื้นและการเสียดสีของผ้าอ้อมกับผิวลูกเป็นเวลานาน การเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยๆ จะมีส่วนช่วยลดอาการได้ค่ะ 13

 

4. ผื่นต่อมไขมันอักเสบ (Seborrheic Dermatitis)

มักเริ่มในช่วงเดือนแรกๆ หลังคลอด ลักษณะเป็นผื่นแดงมีขุยหรือสะเก็ดสีเหลืองติดอยู่ พบบ่อยบริเวณหนังศีรษะ คิ้ว และหลังหู จุดสังเกตสำคัญคือผื่นชนิดนี้มักไม่ค่อยคัน 15 ส่วนใหญ่สามารถหายได้เองค่ะ

 

5. ผื่นลมพิษ (Urticaria)

เป็นผื่นที่พบได้บ่อยในเด็ก ลักษณะเด่นคือผื่นลมพิษนูนบวมแดง มีขนาดต่างๆ ล้อมรอบด้วยรอยแดง ร่วมกับอาการคันหรือแสบร้อน 11 ผื่นมักเกิดขึ้นเฉียบพลัน ถ้าลูกมีอาการบวมที่ใบหน้าหรือหายใจลำบากร่วมด้วย ควรพาไปพบคุณหมอทันทีนะคะ

 

6. สิวทารก (Neonatal Acne)

ลูกน้อยก็เป็นสิวได้เหมือนกันค่ะ มักพบในช่วง 4 สัปดาห์แรกของชีวิต ลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ บริเวณแก้ม จมูก และหน้าผาก ไม่ต้องบีบหรือทายาใดๆ เพราะสามารถหายได้เองค่ะ 10

 

ผื่นเด็กทารกขึ้นตรงไหน สังเกตตำแหน่งผื่นตามช่วงวัย

ตำแหน่งของที่ผื่นขึ้นบนร่างกายลูกสามารถบอกใบ้ได้ว่าลูกกำลังเป็นผื่นชนิดไหนค่ะ โดยเฉพาะผื่นภูมิแพ้ผิวหนังจะมีตำแหน่งที่เปลี่ยนไปตามช่วงอายุอย่างชัดเจน 1

ทารกแรกเกิด-2 ปี

ช่วงวัยนี้ผื่นมักขึ้นบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะแก้ม หน้าผาก และหนังศีรษะ รวมถึงแขนขาด้านนอก 1 ลักษณะผื่นมักเป็นตุ่มแดงคัน มีตุ่มน้ำเล็กๆ ร่วมกับน้ำเหลืองซึมและสะเก็ด 7 คุณแม่อาจสังเกตเห็นว่าลูกหงุดหงิดและพยายามเอามือถูหน้าบ่อยๆ ค่ะ จุดสังเกตสำคัญคือผื่นขึ้นหน้าทารกบริเวณแก้มทั้งสองข้างมักเป็นสัญญาณแรกที่พบได้บ่อยที่สุด 8

 

เด็กอายุ 2-12 ปี

เมื่อลูกโตขึ้น ผื่นจะย้ายตำแหน่งมาอยู่ที่ข้อพับแขน ข้อพับขา และข้อมือเป็นหลัก 5 ลักษณะผื่นจะเปลี่ยนเป็นผิวแห้ง หนาขึ้น เป็นปื้นสากๆ จากการเกาซ้ำๆ 5 ช่วงนี้อาการคันมักรบกวนการนอนของลูก ถ้าคุณแม่สังเกตว่าลูกเกาข้อพับบ่อยตอนกลางคืน ควรปรึกษาคุณหมอนะคะ

 

วัยรุ่น

ในวัยรุ่นผื่นมักพบบริเวณมือและเท้าเป็นหลัก 8 ข่าวดีคือผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมีโอกาสดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เด็กหลายคนอาการจะค่อยๆ ทุเลาลงค่ะ

สิ่งสำคัญคือบริเวณที่ใส่ผ้าอ้อม เช่น ก้นและขาหนีบ มักไม่ใช่ตำแหน่งของผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ถ้าลูกมีผื่นเฉพาะบริเวณนี้ อาจเป็นผื่นแพ้ผ้าอ้อมมากกว่าค่ะ

 

ลูกมีผื่นคันขึ้นตามตัวแต่ไม่มีไข้ เกิดจากอะไร

เมื่อลูกมีผื่นคันขึ้นตามตัวแต่ไม่มีไข้ คุณแม่มักกังวลว่าลูกเป็นอะไร จริงๆ แล้วผื่นคันที่ไม่มีไข้ร่วมด้วยมีหลายสาเหตุค่ะ

1. ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของผื่นคันเรื้อรังในเด็ก พบได้ในเด็กราว 20% มักจะเป็นเรื่องของผิวแห้ง ผื่นแดง และคัน เป็นๆ หายๆ โดยไม่มีไข้ร่วมด้วย ในทารกมักพบบริเวณแก้ม หนังศีรษะ และแขนขาด้านนอก ส่วนเด็กโตมักพบตามข้อพับแขนขา 9

 

2. ผดร้อน

เกิดจากการอุดตันท่อเหงื่อ ลักษณะเป็นตุ่มแดงเล็กๆ หรือตุ่มน้ำใส ตามบริเวณที่ถูกเสื้อผ้าปกคลุม 14 อาจมีอาการคันระคายเคืองร่วมด้วยค่ะ เช็ดตัวให้เย็นสบายอาการก็จะดีขึ้นค่ะ

 

3. ผื่นลมพิษ

ลักษณะเป็นผื่นนูนบวมแดง คันมาก เกิดขึ้นเฉียบพลัน 11 ผื่นมักยุบไปเองแต่อาจย้ายตำแหน่งไปขึ้นที่อื่นได้ค่ะ ถ้าลูกมีอาการบวมที่ใบหน้าหรือหายใจลำบากร่วมด้วย ควรพาไปพบคุณหมอทันทีนะคะ

ถ้าลูกมีผื่นคันแต่ไม่มีไข้ คุณแม่ลองสังเกตลักษณะและตำแหน่งของผื่นเพื่อช่วยแยกแยะเบื้องต้น  9 แต่ถ้าอาการคันรุนแรงจนลูกนอนไม่หลับหรือดูแลเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาคุณหมอนะคะ

 

ตุ่มแดงขึ้นตามตัวเด็ก ไม่คัน ไม่มีไข้ บอกอะไร

ถ้าลูกมีตุ่มแดงขึ้นตามตัวแต่ดูไม่คันและไม่มีไข้ร่วมด้วย คุณแม่ลองสังเกตช่วงอายุและลักษณะผื่นในทารกเพื่อช่วยแยกแยะเบื้องต้นค่ะ ในทารกช่วง 4 สัปดาห์แรก อาจเป็นสิวทารกซึ่งพบได้บ่อยบริเวณแก้ม จมูก และหน้าผาก 10 หรืออาจเป็นผื่นต่อมไขมันอักเสบซึ่งพบได้บ่อยมากเช่นกัน 15

ส่วนในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 3 ขวบ อาจพบผื่นที่เกิดหลังจากไข้สูงหายไปแล้ว ผื่นจะขึ้นที่ลำตัวก่อนแล้วกระจายออก ไม่คัน และหายได้เองภายใน 1-2 วัน 9

สิ่งที่คุณแม่ควรสังเกตเพิ่มเติมคือ ถ้าตุ่มแดงมีลักษณะนูนบวมชัดเจน ร่วมกับอาการคันหรือแสบร้อน อาจเป็นผื่นลมพิษ 11 ซึ่งควรดูแลต่างจากผื่นทั่วไปค่ะ นอกจากนี้ ถ้าตุ่มมีหนองหรือน้ำเหลืองไหล หรือลูกดูซึมลงผิดปกติ ควรพาไปพบคุณหมอนะคะ

 

ผื่นแดงในเด็ก แบบไหนต้องพาไปพบแพทย์

ผื่นในเด็กส่วนใหญ่ดูแลเบื้องต้นได้ที่บ้าน แต่มีบางสถานการณ์ที่คุณแม่ควรพาลูกไปพบคุณหมอค่ะ

1. ผื่นที่ไม่ตอบสนองต่อการดูแลเบื้องต้น

ถ้าคุณแม่ทามอยส์เจอไรเซอร์และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นแล้ว แต่ผื่นไม่ดีขึ้น ควรพาลูกไปพบคุณหมอค่ะ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่ไม่ตอบสนองต่อการดูแลตามมาตรฐาน ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมหรือเพาะเชื้อเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อแทรกซ้อนหรือไม่ 9

 

2. ผื่นที่มีสัญญาณการติดเชื้อ

ถ้าผื่นของลูกมีลักษณะเป็นตุ่มหนอง มีสะเก็ดสีเหลืองหนา หรือผิวหนังดูอักเสบร้อนผิดปกติ อาจเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง 9 ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมค่ะ

 

3. ผื่นที่มีอาการร่วมที่น่ากังวล

ถ้าลูกมีผื่นร่วมกับไข้สูง อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ 9 หรือมีอาการบวมที่ใบหน้าและหายใจลำบาก (กรณีลมพิษ) ควรรีบพาไปหาคุณหมอค่ะ

ถ้าคุณแม่ไม่แน่ใจว่าผื่นของลูกเป็นชนิดไหน การพาไปปรึกษาคุณหมอจะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและดูแลที่ถูกต้องค่ะ
 

รวมความรู้เกี่ยวกับภูมิแพ้ในเด็ก เพื่อดูแลลูกอย่างมั่นใจ

 

วิธีดูแลผิวลูกน้อยเมื่อเป็นผื่น คุณพ่อคุณแม่รับมืออย่างไร

สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) แนะนำหลักการดูแลผิวลูกแบบ “ซ่อมและสร้าง”  ด้วยการปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนการใช้ยาลดการอักเสบในช่วงที่ผื่นกำเริบ ร่วมกับการทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อซ่อมแซมเกราะป้องกันผิว 8 คุณแม่หลายท่านเล่าว่าตอนลูกผื่นกำเริบ รู้สึกกังวลไม่รู้จะทำอย่างไรดี ลองเริ่มจากคำแนะนำพื้นฐานเหล่านี้ก่อนได้ค่ะ

1. อาบน้ำให้ถูกวิธี

ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนจัด ใช้เวลาสั้นๆ 5-10 นาที และใช้สบู่สูตรอ่อนโยนที่สุด

 

2. ซ่อมแซมเกราะป้องกันผิว

การทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ลูกอย่างสม่ำเสมอเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลผื่นค่ะ 9 จากการศึกษาพบว่าการทามอยส์เจอไรเซอร์ทั่วตัวลูกทุกวันตั้งแต่ช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังคลอด มีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้ถึงครึ่งหนึ่ง (50%) เลยนะคะ 4

 

3. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น

การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นและการดูแลผิวอย่างถูกวิธีจะมีส่วนช่วยลดการกำเริบของผื่นได้ 8 คุณแม่ลองสังเกตว่าลูกมักเป็นผื่นหลังเจอสถานการณ์ไหน เช่น อาบน้ำร้อนบ่อย ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม หรือใช้น้ำยาซักผ้าที่มีสารเคมีรุนแรง แล้วพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านั้นค่ะ 9

 

ผื่นแพ้ในเด็กเกี่ยวกับอาหารมั้ย ลูกต้องงดอาหารอะไร

 

ผื่นแพ้ในเด็กเกี่ยวกับอาหารมั้ย ลูกต้องงดอาหารอะไร

คุณแม่หลายท่านสงสัยว่าผื่นแพ้ในเด็กเล็กของลูกเกี่ยวกับอาหารที่เด็กแพ้หรือเปล่า บางท่านเล่าว่าลองงดนมวัวให้ลูกเองแล้วผื่นก็ไม่ดีขึ้น จากการศึกษาพบว่าในเด็กเล็กที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนังระดับปานกลางถึงรุนแรง ราว 30% มีอาการแพ้อาหารร่วมด้วย 2 โดยอาหารที่เด็กเล็กมักแพ้ ได้แก่ นมวัว ไข่ และถั่ว 2

อย่างไรก็ตาม ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังไม่ได้เกิดจากอาหารเสมอไปค่ะ แต่ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังและอาการแพ้อาหารเป็นสองปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดในเด็กเล็ก 2 ดังนั้นการดูแลผิวลูกให้แข็งแรงตั้งแต่เนิ่นๆ จึงมีความสำคัญค่ะ 4

สิ่งที่คุณแม่ควรระวังคือ ไม่ควรงดอาหารให้ลูกเองโดยไม่ปรึกษาคุณหมอก่อนนะคะ เพราะอาจทำให้ลูกขาดสารอาหารที่จำเป็น ถ้าสงสัยว่าลูกแพ้อาหารชนิดใด ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้องค่ะ

 

นมแม่มีส่วนช่วยป้องกันผื่นภูมิแพ้ในเด็กได้อย่างไร

นอกจากการระวังเรื่องอาหารที่อาจกระตุ้นให้เกิดผื่นแล้ว โภชนาการตั้งแต่แรกเกิดก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนังลูกน้อยค่ะ จากการศึกษาพบว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 3 เดือนแรก มีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็กที่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว 3

นมแม่มีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด รวมถึงสารอาหารที่มีส่วนช่วยพัฒนาสมอง อาทิ ดีเอชเอ (DHA) โอเมก้า 3, 6, 9 (Omega 3, 6, 9) โดยงานวิจัยพบว่าเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่มีพัฒนาการทางสติปัญญาดีกว่า (6) หนึ่งในสารอาหารสำคัญที่พบในนมแม่คือ แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน (Alphalac Sphingomyelin) ซึ่งมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างปลอกไมอีลิน (myelination) ทำให้การส่งสัญญาณประสาทรวดเร็วและมีประสิทธิภาพค่ะ

 

แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน สร้างสมองไวกว่าเดิม

 

การได้รับนมแม่ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันโรคภูมิแพ้ตามธรรมชาติ เพราะ นมแม่มี

  • คุณสมบัติ Hypo-Allergenic (H.A.) อ่อนโยนต่อระบบภูมิคุ้มกันของทารก
  • PHP (Partially Hydrolyzed Proteins) โปรตีนบางส่วนที่ถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลง หรือ ทำให้ย่อยง่าย ลดภาระระบบย่อยอาหารที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ และมีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดผื่นหรืออาการแพ้ต่างๆ ได้ เปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันจากภายในให้ลูกน้อยตั้งแต่ช่วงแรกเกิด
  • HMOs พรีไบโอติกโอลิโกแซคคาไรด์ ใยอาหารหลักที่สำคัญที่มีส่วนช่วยเรื่องระบบภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อต่างๆ ซึ่งโอลิโกแซคคาไรด์ประกอบด้วยใยอาหารหลากหลายชนิด โดยมี 5 ใยอาหารหลัก (5 Oligosaccharides หรือ 5 HMOs) เช่น 2'FL, DFL, LNT, 6'SL และ 3'SL ที่มีบทบาทเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกันผิวและลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
  • จุลินทรีย์สุขภาพ เช่น บี แล็กทิส (B. lactis) ซึ่งมีส่วนช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ เพิ่มความแข็งแรงของภูมิคุ้มกันโดยรวม ทำให้ทารกที่ได้รับนมแม่มีแนวโน้มเกิดภูมิแพ้น้อยกว่า และมีระบบป้องกันโรคที่พร้อมรับมือมากกว่า 12

 

หากคุณพ่อคุณแม่อยากเช็กว่าลูกน้อยมีโอกาสเสี่ยงต่อภูมิแพ้มากน้อยเพียงใด สามารถทำแบบประเมินเบื้องต้นได้ที่นี่ เช็กความเสี่ยงภูมิแพ้

ผื่นในเด็กเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและมักทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจ แต่ถ้าเข้าใจสาเหตุ รู้จักสังเกตลักษณะผื่น และดูแลผิวลูกน้อยอย่างถูกวิธี ก็สามารถรับมือได้อย่างมั่นใจค่ะ ถ้าลูกมีอาการผื่นที่ไม่แน่ใจ หรือดูแลเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น อย่าลังเลที่จะพาไปปรึกษาคุณหมอนะคะ

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่