ตอบข้อสงสัย เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
1. ทำไมให้ลูกกินแต่นม จนถึง 6 เดือน

จริงๆแล้ว กระเพาะของทารกแรกเกิด มีขนาดเล็กมากค่ะ โดยในช่วงแรกเกิด ขนาดกระเพาะของทารกจะมีขนาดเท่ากับลูกเชอร์รี่ และขนาดของกระเพาะจะค่อยๆขยายขึ้นช้าๆ เท่ากับขนาดของ ไข่ไก่ ประมาณ 1 เดือน หลังคลอด

นอกจากนี้ ตับอ่อนของทารกยังทำงานไม่สมบูรณ์ ทำให้การหลั่งน้ำย่อยไม่สมบูรณ์เช่นกัน แปลง่ายๆคือ ย่อยไม่เก่ง ธรรมชาติจึงสร้าง นมแม่ ให้เหมาะกับระบบย่อยของทารกตั้งแต่แรกเกิด ทั้งย่อยง่าย ดูดซึมง่าย และ มีปริมาณน้ำและสารอาหารครบถ้วน พอเหมาะกับความต้องการของทารก
นมแม่มีคุณสมบัติ Hypo-Allergenic (H.A.) ที่อ่อนโยนต่อระบบภูมิคุ้มกันของทารก นมแม่ อุดมไปด้วยสารเสริมภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ที่ช่วยให้ระบบป้องกันโรคของลูกแข็งแรงขึ้น มีโปรตีนบางส่วนที่ถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลงตามธรรมชาติ หรือ PHP (Partially Hydrolyzed Proteins) ที่ช่วยลดภาระงานของระบบย่อยอาหาร ทำให้ลูกสบายท้องและย่อยโปรตีนได้ดีขึ้น พร้อมกันนี้ นมแม่ยังเป็นแหล่งของจุลินทรีย์สุขภาพอย่าง โพรไบโอติก บีแล็กทิส (B. lactis) ที่ช่วยสร้างสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารและภูมิคุ้มกันลำไส้ทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้ และช่วยให้ลูกเจ็บป่วยน้อยลงในวัยทารก
และที่สำคัญ นมแม่อุดมด้วยสารอาหารกว่า 200 ชนิด มีสารอาหารสำคัญต่อพัฒนาการสมอง เช่น ดีเอชเอ (DHA), โอเมก้า 3,6,9 (Omega 3,6,9) และ แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน (Alphalac Sphingomyelin) ซึ่งมีบทบาทในการสร้างปลอกประสาทไมอีลิน ช่วยให้การส่งสัญญาณประสาทของสมองเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทำให้ลูกเรียนรู้ จดจำ และพัฒนาทักษะต่าง ๆ ได้ดีขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของชีวิต
ในทางกลับกัน บางคนที่มีความเชื่อผิดๆว่า ทารกกินแต่นมไม่น่าอิ่ม และพยายามหาป้อนอาหารอื่นๆให้ทารก ทั้งที่กระเพาะยังไม่สามารถจุปริมาณได้เพียงพอ เมื่อป้อนอาหารอื่นๆ เช่น กล้วย หรือข้าว ที่มีสารอาหารต่ำกว่านมแม่ ทำให้กระเพาะเต็มเร็ว ทั้งที่สารอาหารยังไม่พอ อาจทำให้ทารกขาดสารอาหารได้
นอกจากนี้ การป้อนอาหารอื่นๆ ที่ทารกยังไม่พร้อมจะย่อย เนื่องจากน้ำย่อยยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้อาหารเหล่านี้ไม่ ย่อย เกิดลำไส้อุดตันได้ ทำให้ทารกมีอาการท้องอืด ปวดท้อง ลำไส้อักเสบ ซึ่งสามารถเสียชีวิตได้ จากที่เคยมีข่าวปรากฎอยู่ โดยตับอ่อนจะเริ่มหลั่งน้ำย่อยตอนประมาณ 4 เดือน ดังนั้น จึงเป็นที่มาว่า ทำไมปัจจุบัน เราควรให้ทารกกินแต่นม จนถึง 6 เดือนค่ะ
2. หลังฉีดวัคซีน ต้องปั๊มนมทิ้งไหม

หลังฉีดวัคซีนใดๆ ไม่ว่าจะเป็น วัคซีน Covid19 หรือวัคซีนอื่นๆ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไม่ต้องปั๊มนม ทิ้งค่ะ เนื่องจากเชื้อที่นำมาทำ วัคซีน เป็นเชื้อที่ทำให้อ่อนฤทธิ์อยู่แล้ว ก่อโรคไม่ได้ เมื่อแม่ฉีดวัคซีน และให้นมลูก จะไม่ส่งผ่านเชื้อ ก่อโรคไปยังลูกแน่นอน

ถึงแม้ว่า หลังฉีดวัคซีนอาจมีอาการไม่สบายตัว มีไข้ ปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีด ก็ยังสามารถให้นมแม่ได้ค่ะ ทารกจะไม่ติดไข้จากแม่ เนื่องจากไข้ของแม่เกิดจากปฏิกิริยาของ ภูมิต้านทานโรคที่กำลังทำงาน และไข้นี้ไม่สามารถส่งผ่านทางน้ำนม ไปสู่ลูกได้
3. แม่ไม่สบายให้นมได้ไหม

ตามปกติแล้ว ไม่ว่าคุณแม่จะมีอาการไม่สบาย เป็นหวัด มีไข้ ท้องเสีย เชื้อเหล่านี้ ไม่ได้ผ่าน ทางน้ำนมดังนั้น เมื่อแม่ไม่สบายด้วยอาการทั่วๆ ไปเหล่านี้ยังสามารถให้นมแม่ได้ค่ะ แต่ควรระวังการติดลูกทางอื่นแทนค่ะ เช่น หวัด ไม่ได้ติดทางการให้นม แต่ลูกอาจติดจากการไอจามหายใจรดกัน ดังนั้นขณะให้นมควรล้างมือให้สะอาด หรือใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันการไอจามใส่ลูก หรือหากแม่เป็นเริม / สุกใส ก็ยังสามารถให้นมได้ เพราะเชื้อไม่ผ่านน้ำนม แต่ลูกอาจติดได้ทางการสัมผัส ดังนั้นควรระวังลูกสัมผัสโดนตุ่มน้ำของเรา ต้องล้างมือก่อน ให้นม อาจใช้การปั๊มนมให้ลูกกินแทนการกินจากเต้าก็ได้ค่ะ หากมีตุ่มขึ้นบริเวณใกล้กับเต้านมด้วย หากคุณแม่ให้นมจำเป็นต้องกินยา แนะนำให้ปรึกษา บุคลากรทางการแพทย์
4. นมแม่ใส แปลว่า ไม่มีสารอาหาร?
ในนมแม่ ทุกๆครั้งที่หลั่งออกมา จะมี 2 ส่วน คือ ส่วนหน้า กับส่วนหลัง ซึ่งรู้ไหมคะ ว่า ส่วนประกอบไม่เหมือนกัน

นมแม่ส่วนหน้า (foremilk)
มีส่วนประกอบของน้ำเป็นหลัก ดังนั้นจึงดูใส แต่จริงๆแล้วมีสารอาหารเต็มเปี่ยม ทั้งน้ำตาลแลคโตสที่เป็นสารอาหาร ที่สำคัญของสมอง โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น สำหรับการเติบโต

นมส่วนหลัง (hindmilk)
มีส่วนประกอบหลักเป็นไขมัน ทำให้ข้นหนืดกว่า แต่คุณแม่หลายคนที่ปั๊มไม่เกลี้ยงเต้า หรือให้ลูกกินจากเต้าจะไม่เห็นว่ามีนมส่วนนี้ จึงทำให้เข้าใจ ผิดว่านมแม่มีแต่ใสๆได้ค่ะ
นอกจากนี้สารอาหารหลายตัว เป็นสารอาหารที่ละลายในน้ำ ดังนั้นจึงใส และไม่จำเป็นต้องเป็นตะกอนให้เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งสารอาหารหนึ่งที่สำคัญมาก และมองไม่ เห็นด้วยตาเปล่าจริงๆ นั่นคือ ภูมิต้านทานจากแม่ค่ะ ที่ส่งผ่านทางน้ำนมสู่ลูก ดังนั้น หมอจึงยืนยันว่า นมแม่ที่ใส ก็มีสารอาหารครบถ้วน แน่นอนค่ะ
5. หลัง 6 เดือน นมแม่มีสารอาหาร น้อยลงจริงหรือ?

หลัง 6 เดือน นมแม่ ยังมีประโยชน์เหมือนเดิมค่ะ ไม่ได้ลดคุณค่าทางสารอาหารลง แต่เด็กหลัง 6 เดือน ต้องการสารอาหารที่มากขึ้น เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต และพัฒนาการที่มากขึ้น โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ที่ต้องการมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่เด็กต้อง “กินเพิ่ม” เริ่มกินอาหารตามวัยเมื่ออายุครบ 6 เดือน แต่ไม่ได้แปลว่า นมแม่ “มีสารอาหารน้อยลง”
มันไม่เกี่ยวกันเลยค่ะ นมแม่ยังคงมีสารอาหารครบถ้วน และมีสิ่งที่จำเป็นสำหรับ ลูกเช่นเคย นั่นคือ ภูมิต้านทานที่ส่งผ่านจากนมแม่สู่ลูก ดังนั้น หลัง 6 เดือน แม่ท่านไหนที่ยังมีนมแม่อยู่ ยังไม่จำเป็นต้องเลิกนะคะ ยังสามารถให้นมลูกต่อได้ยาวๆ ตราบที่แม่ยังไหว ได้เลยค่ะ
6. แม่ให้นม กินกาแฟได้ไหม
โดยทั่วไปแล้ว คุณแม่ให้นมสามารถดื่มกาแฟได้ในปริมาณที่ไม่มากเกินไปได้ค่ะ โดยดูจากปริมาณของคาเฟอีนในเครื่องดื่ม เป็นหลัก แต่นอกจากกาแฟแล้ว ชาและช็อคโกแลตก็เป็นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเช่นกัน ต้องอย่าลืมจำกัดปริมาณด้วยเช่นกันค่ะ
ปริมาณคาเฟอีนที่แนะนำคือ ไม่เกิน 200 มก.ต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับ (โดยประมาณ เนื่องจากปริมาณคาเฟอีนขึ้นกับหลายปัจจัย)


กาแฟชองพร้อมชง 3 ซอง

น้ำอัดลมสีดำ 6 กระป๋อง

อเมริกาโน่ 1 แก้ว

ลาเต้ 3 แก้ว
คาเฟอีนมีผลต่อทารกอย่างไร
คาเฟอีนในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ทารกกระสับกระส่าย ร้องกวน งอแง หัวใจเต้นเร็ว หรือนอนไม่หลับได้ค่ะ โดยคาเฟอีนสามารถอยู่ในร่างกายคุณแม่ได้ 4-6 ชั่วโมง สูงสุดในช่วง 1-2 ชั่วโมงหลังดื่ม และความไวต่อคาเฟอีนของทารกแต่ละคน อาจไม่เท่ากัน ดังนั้นนอกจากจำกัดปริมาณคาเฟอีนต่อวันแล้ว คุณแม่อาจสังเกตอาการของลูกหากกระสับกระส่ายมาก ควรปั๊มนมทิ้งในช่วง 4-6 ชั่วโมงหลังดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทิ้งได้ค่ะ
7. โด๊ปอะไรดี ให้มีน้ำนมเยอะๆ
จริงๆแล้วสูตรการเพิ่มน้ำนม มีเยอะมาก แต่หมอขอแนะนำ “ตัวช่วย” มาให้แม่ๆเช็กลิสต์ตัวเองกันดูค่ะ

1. ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ
อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของคนที่ให้นมค่ะ เนื่องจากถ้าปริมาณน้ำในร่างกายไม่เพียงพอ บำรุงด้วยอย่างอื่นยังไง นมแม่ก็มา น้อยได้เพราะปริมาณน้ำในร่างกายไม่เพียงพอ นอกจากนี้การฝืนปั๊มนมเยอะทั้งที่ดื่มน้ำไม่พอ จะทำให้ร่างกายของแม่ขาดน้ำ และยิ่งทำให้สุขภาพของแม่ทรุดโทรมเร็วขึ้นด้วยค่ะ โดยปริมาณที่แนะนำคือ มากกว่า 2-3 ลิตรต่อวันค่ะ
2. สมุนไพรที่มีฤทธิ์กระตุ้นน้ำนม
ที่นิยมนำมาใช้ เช่น ลูกซัด หัวปลี น้ำขิง ฯลฯ สามารถใช้ร่วมกันได้ค่ะ แต่ควรควบคู่กับการดื่มน้ำให้เพียงพอ กระตุ้นเต้านมสม่ำเสมอทุก 3 ชั่วโมง และพักผ่อนให้เพียงพอ ถึงจะเห็นผลค่ะ
สิ่งสำคัญคือ คุณแม่ต้องอย่าลืมดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย ด้วยการปรับสภาพอารมณ์ พยายามไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากสุขภาพที่ทรุดโทรมและฮอร์โมนความเครียดก็ทำให้น้ำนมมาน้อยได้ค่ะ และสุดท้าย หากคุณแม่ยังกังวลใจเรื่องน้ำนมน้อยควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ค่ะ
8. สูตรปั๊มให้น้ำนมแม่ ไหลมาเทมา
สำหรับแม่ๆสายปั๊ม ที่อยากให้น้ำนมมาเยอะๆ วิธีคือ
1. ปั๊มนมทุก 3 ชั่วโมง

เพื่อกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน oxytocin ให้สม่ำเสมอ ทำให้น้ำนมแม่ไหลดี ต่อเนื่องได้ค่ะ
2. ปั๊มทีละ 2 ข้าง พร้อมกัน

หรือกรณีที่ให้ ลูกเข้าเต้า อาจใช้เครื่อง ปั๊มนมปั๊มอีกข้างพร้อมกัน เพื่อหลอกร่างกายว่า มีลูกแฝด ทำให้ร่างกาย ต้องเพิ่มการผลิตน้ำนม
3. สูตรปั๊ม แบบ Power Pump (20-10-10-10-10)
วิธีทำคือ ปั๊มนมทีละ 2 ข้าง ปั๊มแล้วพักเป็นรอบๆ โดยปั๊ม 20 นาที - พัก 10 นาที - ปั๊ม10นาที - พัก 10 นาที - ปั๊ม 10 นาที นับเป็น 1 เซ็ต ทำ Power Pump วันละ 1-2 เซ็ต
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การเลือกเครื่องปั๊มนมให้เหมาะกับเราด้วยค่ะ เลือกกรวยปั๊มนมที่มีขนาดเหมาะสม เนื่องจากถึงใช้สูตร ปั๊มทุกสูตรแล้ว แต่หากกรวยปั๊มนมขนาดไม่เหมาะสม หรือเครื่องปั๊มเบาไป/แรงไป ปั๊มแล้วเจ็บ ก็ทำให้น้ำนมมาน้อย ได้เช่นกันค่ะ
9. ลูกกินนมแม่จากเต้า จะรู้ได้อย่างไรว่า ได้รับน้ำนมเพียงพอ

ในกรณีกินนมจากเต้า คุณแม่หลายคนสงสัยว่า น้ำนมแม่ ไหลดีไหม? ลูกได้รับนมพอไหม? จะดูอย่างไร ในขณะให้นม วิธีสังเกตว่า ลูกได้รับน้ำนมพอหรือไม่ ให้ดูว่าที่เต้า นมอีกข้างมีน้ำนมไหลซึมออกมาหรือไม่ค่ะ
ซึ่งอาการที่น้ำนมอีกข้างไหลออกมาด้วยนี้ เรียกว่า Led down reflex เนื่องจากเป็นการตอบสนองของฮอร์โมนหลั่งน้ำนม ทำให้น้ำนมอีกข้างไหลออกมาด้วย ช่วยให้แม่ ๆ มั่นใจได้ค่ะว่าข้างที่ลูกดูด มีน้ำนมไหลออกมาแน่นอน
ส่วนปริมาณนม การดูว่าลูกได้รับปริมาณนมเพียงพอไหม ให้ดูการขับถ่ายของลูกค่ะ โดยเด็กทารกแรกเกิด เมื่อได้รับ น้ำนมเพียงพอ จะปัสสาวะวันละ 6 ครั้งขึ้นไป อุจจาระ 4 ครั้ง ขึ้นไป (นับรวมกันใน 24 ชั่วโมง) นอกจากนี้ ยังสามารถดูได้จาก น้ำหนักของลูก โดยเด็กทารกควรมีน้ำหนักขึ้นตามนี้

- 0-3 เดือน น้ำหนักทารก ขึ้นเดือนละ 600-800 กรัม
- 4-6 เดือน น้ำหนักทารก ขึ้นเดือนละ 400-600 กรัม
ควรติดตามน้ำหนักลูกทุกครั้งที่ไปฉีดวัคซีน โดยเทียบกับกราฟมาตรฐานการเจริญเติบโตเกณฑ์ปกติค่ะ เพื่อดูว่าน้ำหนัก ของลูก ขึ้นตามเกณฑ์หรือไม่ เนื่องจากการดูด้วยตาเปล่าอาจทำให้คลาดเคลื่อนได้
10. ทำไมห้ามอุ่นนมแม่ ด้วยไมโครเวฟ

ในกรณีที่แม่ๆที่ทำนมสต็อกให้ลูกกิน การเอานมสต็อกมาอุ่น ควรอุ่นในชามน้ำร้อน ไม่ควรอุ่นในไมโครเวฟค่ะ เนื่องจาก การอุ่นในไมโครเวฟ ความร้อนในนมไม่สม่ำเสมอ ทำให้เกิดการไหม้ในบางจุดได้ ในขณะที่บางจุดยังเย็น เมื่อทารกกินอาจทำให้บางจุดที่ความร้อนสูง ลวกปากและลิ้นของ ทารกได้
นอกจากนี้ การอุ่นในไมโครเวฟ ยังทำลายสารภูมิต้านทานและสารอาหารในนมแม่อีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรอุ่นนมแม่ในไมโครเวฟ วิธีการที่ถูกต้องคือ
1. ย้ายถุงนมแม่แช่แข็งจากช่องฟรีส ลงมาช่องธรรมดา ให้ละลายเองในตู้เย็นข้ามคืน
2. ก่อนให้ลูกกิน ใช้วิธีแช่ถุงนมในชามน้ำอุ่น
การอุ่นนมที่ถูกวิธี นอกจากไม่ลวกปากและลิ้นของลูก ยังช่วย รักษาคุณค่าและสารอาหารของนมแม่ให้ได้มากที่สุดอีกด้วยค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
เยื่อไมอีลิน คืออะไร? รู้จักหน้าที่และความสำคัญของไมอีลินต่อสมองลูก
เยื่อไมอีลิน คือไขมันหุ้มเส้นใยประสาทที่ช่วยให้สมองส่งสัญญาณได้ไวขึ้น เจาะลึกเยื่อไมอีลินหน้าที่สำคัญต่อพัฒนาการเด็ก และวิธีดูแลลูกน้อยให้ฉลาดสมวัย
11นาที อ่าน
นมผงเด็กแต่ละสูตรต่างกันยังไง? ความต่างนมผงเด็ก 1 ขวบแต่ละสูตร
รวมทุกเรื่องนมผงเด็ก 1 ขวบ ที่คุณแม่ต้องรู้ นมสูตร 3 มีสารอาหารอะไรบ้าง บทความนี้จะช่วยให้คุณแม่เข้าใจว่า นมผงแต่ละแบบต่างกันอย่างไร เพื่อเลือกนมผงที่ใช่สำหรับลูก
เด็กแพ้นมวัว มีอาการอย่างไร พร้อมวิธีสังเกตเมื่อลูกแพ้นมวัว
ไขข้อสงสัยเรื่องเด็กแพ้นมวัว ตั้งแต่สาเหตุที่แท้จริง อาการที่พบบ่อย บทความนี้ได้รวบรวมวิธีสังเกตลูกแพ้นมวัวเบื้องต้น แตกต่างระหว่างลูกแพ้นมวัวกับการแพ้อาหารอื่นๆ
11นาที อ่าน
ลูกอ้วกไม่มีไข้ไม่ท้องเสีย เกิดจากอะไร? วิธีรับมือลูกท้องเสียไม่มีไข้
สาเหตุลูกอ้วกไม่มีไข้ไม่ท้องเสีย และวิธีดูแลเมื่อลูกท้องเสียไม่มีไข้ พร้อมวิธีรับมือลูกปวดท้องอาเจียน และลูกอ้วกตอนกลางคืน พร้อมเรียนรู้บทบาทของ B. lactis และ 2'-FL ในลำไส้
13นาที อ่าน
ลูกอุจจาระแข็งทําไงดี ลูกถ่ายแข็งเป็นก้อน พร้อมวิธีดูแลลูกน้อย
ลูกถ่ายแข็งเป็นก้อน ลูกอุจจาระแข็งทำไงดี คุณแม่ควรหมั่นสังเกตลูกน้อยให้ดี เมื่อลูกถ่ายแข็งถ่ายไม่ออก พร้อมวิธีดูแลลูกน้อยและป้องกันเมื่อลูกถ่ายแข็ง
วิธีจับลูกเรอ ท่าจับถูกต้องทำอย่างไร อุ้มเรอกี่นาทีถึงพอ? เพื่อให้ลูกสบายท้อง
วิธีจับลูกเรอหลังลูกน้อยกินนม ช่วยป้องกันอาการแหวะนมของลูกน้อยได้ไหม ไปดูวิธีจับลูกเรอและท่าอุ้มเรอที่ช่วยให้ลูกเรอง่ายและท้องไม่อืดหลังกินนมกัน
11นาที อ่าน
ลูกอุจจาระสีเขียวขี้ม้าเหม็นปกติไหม บอกอะไรบ้าง
อุจจาระสีเขียวขี้ม้าเหม็นในเด็กปกติไหม ลูกอุจจาระสีเขียวปนเหลืองหรือขี้สีเขียว เกิดจากอะไร อาการแบบนี้ ผิดปกติหรือเปล่า ไปดูวิธีรับมือที่ถูกต้องกัน
16นาที อ่าน
รู้จักอาการอาหารเป็นพิษในเด็ก วิธีสังเกตอาการ และดูแลอย่างไร
ลูกกินแล้วอาเจียนบ่อย เสี่ยงอาหารเป็นพิษไหม? รวมสาเหตุ อาการอาหารเป็นพิษในเด็ก วิธีดูแลเบื้องต้น เคล็ดลับการป้องกันอาหารเป็นพิษ และสัญญาณอันตรายที่ควรพบแพทย์
15นาที อ่าน
12 เมนู อาหารเด็ก 1 ขวบ อร่อย ทำง่าย สารอาหารหลากหลาย
รวม 12 เมนู อาหารเด็ก 1 ขวบ อร่อย ทำง่าย อุดมด้วยสารอาหารสำคัญ ช่วยให้ลูกน้อยได้รับประโยชน์หลากหลาย เหมาะกับเด็กวัย 1 ขวบ ช่วยแก้ปัญหาลูกเบื่ออาหาร
20นาที อ่าน
วิธีบรรเทาอาการไอของลูกน้อย เมื่อลูกไอแห้งๆ ไม่มีไข้ ดูแลอย่างไร
รวมวิธีบรรเทาอาการไอของลูกน้อย เมื่อลูกไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ ไม่มีไข้ ไอตอนกลางคืนพ่อแม่ควรดูแลอย่างไร พร้อมสาเหตุการไอที่พบบ่อย แนวทางสังเกตอาการ และสัญญาณเตือน
15นาที อ่าน
เด็กทารกไม่ถ่ายกี่วันผิดปกติ เมื่อทารกตดบ่อย ควรดูแลอย่างไร
ทารกไม่ถ่ายนานกี่วันถึงผิดปกติ รวมสาเหตุที่ทำให้เด็กทารกไม่ถ่าย ตดบ่อย พร้อมวิธีแก้และแนวทางดูแลลูกน้อยอย่างปลอดภัย ช่วยให้พ่อแม่ดูแลได้อย่างเหมาะสม
11นาที อ่าน
ลูกอ๊อก ลูกแหวะนมบ่อย อันตรายไหม? วิธีรับมือทารกสำลักนม
ลูกอ๊อกคืออะไร? ลูกแหวะบ่อยเกิดจากอะไร สังเกตลูกแหวะน้ำใสๆ หรือลูกแหวะเป็นสีเหลือง แบบไหนที่ลูกแหวะบ่อยอันตรายไหม พร้อมวิธีดูแลทารกแหวะนมและสำลักนมที่ถูกต้อง
12นาที อ่าน
ผื่นขึ้นหน้าทารกทำไงดี ลูกเป็นผื่นไม่หาย พร้อมวิธีดูแล
ผื่นขึ้นหน้าทารก ทารกเป็นผื่นแดงที่หน้าเกิดจากอะไร ผื่นทารกมีกี่แบบ รู้จักอาการผื่นขึ้นหน้าทารก ปัญหากวนใจคุณแม่มือใหม่ พร้อมวิธีดูแลผดผื่นบนใบหน้าลูก
19นาที อ่าน
ผื่นลมพิษในเด็ก ผื่นลมพิษเด็ก พร้อมวิธีป้องกัน
ลมพิษในเด็ก อาการผื่นนูนแดงที่เกิดขึ้นตามร่างกายของลูก ผื่นลมพิษในเด็ก คืออะไร ลูกน้อยจะมีอาการอย่างไร หากเป็นผื่นลมพิษ พร้อมวิธีป้องกันลมพิษในเด็ก
13นาที อ่าน
ออกกำลังกายหลังคลอด เริ่มอย่างไร ให้ฟื้นตัวเร็วและปลอดภัย
แนะนำการออกกำลังกายหลังคลอด ควรเริ่มออกกำลังกายหลังคลอดอย่างน้อย 6 สัปดาห์หลังผ่าคลอด เพื่อช่วยกระชับหุ่นให้ฟิตเฟิร์ม มีท่าไหนเหมาะกับคุณแม่บ้าง มาดูกัน
16นาที อ่าน
ทำหมันแล้วอยากมีลูก? เปิดค่าใช้จ่ายแก้หมัน และข้อมูลทำหมันครบ
เปลี่ยนใจอยากมีลูกหลังทำหมัน? เปรียบเทียบชัดระหว่างผ่าตัดแก้หมันหญิงกับการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) เช็กค่าใช้จ่าย พร้อมข้อมูลผลข้างเคียงและข้อดีข้อเสียการทำหมัน
19นาที อ่าน
30 ไอเดียเมนูอาหารเด็กอนุบาล เสริมพลังพร้อมลุยวันใหม่
รวมไอเดียเมนูอาหารเด็กอนุบาล วัยก่อนเรียน 3-6 ปี ทั้งอาหารเช้าและเมนูอาหารเด็กที่ครบคุณค่า โภชนาการดี พร้อมเคล็ดลับทำง่าย ช่วยให้ลูกน้อยแข็งแรง
17นาที อ่าน
รวมเมนูอาหารเด็ก 6-12 เดือน พร้อมตารางปริมาณและสารอาหารครบทุกช่วงวัย
รวมสูตร เมนูอาหารเด็ก 6-12 เดือน ครบทุกช่วงวัย พร้อมตารางการกินที่ถูกต้อง วัตถุดิบไหนช่วยเสริมสมอง อาหารสำหรับเด็กแบบไหนที่ต้องเลี่ยง แม่มือใหม่ห้ามพลาด
22นาที อ่าน
วิธีเช็กผลอนุมัติเงินค่าคลอดบุตร สิทธิประกันสังคมมาตรา 33
เช็กสิทธิประกันสังมมาตรา 33 คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างกรณีคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ไปดูวิธีเช็คผลอนุมัติเงินค่าคลอดบุตร ที่คุณแม่ควรรู้กัน
12นาที อ่าน
เบิกค่าคลอดประกันสังคมได้เท่าไหร่ คุณแม่ท้องเบิกอะไรได้บ้าง
ยื่นค่าคลอดบุตรออนไลน์ ผ่าน e-Self Service ง่ายๆ เช็กเลย ยื่นค่าคลอดบุตร ประกันสังคมออนไลน์ กี่วันได้ เงินเข้าบัญชี พร้อมเงื่อนไข เบิกค่าคลอดบุตรภายในกี่วัน
14นาที อ่าน
หลังคลอดบุตร แม่ควรพักฟื้นประมาณกี่วัน เตรียมตัวกลับไปทำงานอย่างไร?
คู่มือดูแลตัวเองหลังคลอดฉบับสมบูรณ์! ตั้งแต่การพักฟื้นร่างกาย, วิธีดูแลแผล, สัญญาณอันตรายที่ต้องรู้ ไปจนถึงเช็กลิสต์การเตรียมตัวกลับไปทำงานสำหรับ Working Mom
16นาที อ่าน
เลือกพี่เลี้ยงเด็กเพื่อฝากเลี้ยงลูกอย่างไร เมื่อแม่ต้องกลับไปทำงาน
รวมวิธีเลือกพี่เลี้ยงเด็กและเนอร์สเซอรี่อย่างไรให้เหมาะสม สำหรับพ่อแม่ที่ต้องไปทำงาน ตั้งแต่ความสะอาด ความปลอดภัย ไปจนถึงการดูแลพัฒนาการลูกน้อย
15นาที อ่าน
เตรียมของลูกไปต่างจังหวัด–ต่างประเทศ จัดยังไงไม่ให้พลาด
รวมเช็กลิสต์เตรียมของพาลูกต่างจังหวัด-ต่างประเทศ ตั้งแต่ของใช้จำเป็น ยา เสื้อผ้า จัดเตรียมอาหาร ไปจนถึงเคล็ดลับจัดกระเป๋าให้พร้อม เดินทางสบายทั้งครอบครัว
12นาที อ่าน
อาหารหลัก 5 หมู่สำหรับเด็ก ได้สารอาหารครบถ้วน มีเมนูอะไรบ้าง?
ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วนหรือไม่? ทำความรู้จักอาหารหลัก 5 หมู่สำหรับเด็ก พร้อมแจกไอเดียเมนูอาหารเช้า กลางวัน เย็น ที่ทำง่าย อร่อยถูกใจ ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตสมวัย
26นาที อ่าน