คุณแม่ผ่าคลอดได้กี่ครั้ง ผ่าคลอดมีลูกได้กี่คน ผ่าคลอดบ่่อยอันตรายไหม

คุณแม่ผ่าคลอดได้กี่ครั้ง ผ่าคลอดมีลูกได้กี่คน ผ่าคลอดบ่อยอันตรายไหม

20.01.2024

ผ่าคลอด (Cesarean Section) คือการคลอดลูกด้วยวิธีการผ่าตัดตรงบริเวณหน้าท้อง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่แพทย์จะวินิจฉัยการคลอดด้วยวิธีผ่าคลอดให้กับคุณแม่นั้น มาจากการที่ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้เอง เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการคลอด เช่น ช่วงเชิงกรานของคุณแม่แคบ มีภาวะรกเกาะต่ำ มีภาวะครรภ์เป็นพิษ การตั้งครรภ์แฝด และทารกในครรภ์ไม่อยู่ในท่ากลับศีรษะที่พร้อมต่อการคลอดธรรมชาติ

headphones

PLAYING: คุณแม่ผ่าคลอดได้กี่ครั้ง ผ่าคลอดมีลูกได้กี่คน ผ่าคลอดบ่อยอันตรายไหม

อ่าน 5 นาที

 

สรุป

  • ผ่าคลอด C-Section คือการคลอดด้วยวิธีการผ่าตัดตรงบริเวณหน้าท้อง เป็นการคลอดที่คุณแม่ไม่สามารถคลอดได้ด้วยวิธีธรรมชาติ
  • การคลอดลูกด้วยวิธีการผ่าคลอดไม่ควรเกิน 3 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบอันตรายต่อสุขภาพของคุณแม่
  • การผ่าคลอดในครรภ์แรก คุณแม่สามารถคลอดธรรมชาติได้ในครรภ์ที่สอง แต่ต้องขึ้นอยู่กับสุขภาพของคุณแม่เป็นสำคัญ และต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ที่ดูแลครรภ์ ว่าคุณแม่สามารถคลอดด้วยวิธีธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย
  • คุณแม่ผ่าคลอด ควรเว้นจากการตั้งครรภ์ที่สองไปประมาณ 1-2 ปี เพื่อให้สุขภาพร่างกายมีความแข็งแรงพร้อมสมบูรณ์ในการตั้งครรภ์คุณภาพ

 

ในทางการแพทย์กำหนดไว้ว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์สามารถคลอดลูกด้วยวิธีการผ่าคลอดได้ แต่ไม่แนะนำให้เกิน 3 ครั้ง เนื่องจากการผ่าตัดคลอดลูกทุกครั้งจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในของคุณแม่อย่างกระเพาะปัสสาวะ ระบบทางเดินทางอาหารที่จะมีการเกิดพังผืดเป็นแผลเป็นขึ้นมา การเกิดพังผืดจากการผ่าตัดจะไปเกี่ยวรั้งเอาอวัยวะภายในให้เข้ามาอยู่ติดกับมดลูก และที่อันตรายคือมีความเสี่ยงมากที่จะผ่าตัดไปโดนอวัยวะข้างเคียง เมื่อมีการผ่าตัด ทำให้มีความเสี่ยงที่จะผ่าตัดโดนอวัยวะข้างเคียงมากขึ้น

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ผ่าคลอดแต่ละครั้ง ร่างกายของคุณแม่ต้องเจอกับอะไรบ้าง

ปัจจุบันการคลอดลูกด้วยวิธีการผ่าคลอดมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง แต่ทุกครั้งที่ผ่าคลอดก็จะเกิดผลกระทบกับร่างกายของคุณแม่ในหลายเรื่อง ได้แก่

  • มีภาวะแทรกซ้อนจากการบล็อกหลังผ่าคลอด
  • เสียเลือดปริมาณมากจากการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
  • เจ็บแผลหลังคลอดจากการผ่าตัดมาก
  • ผ่าตัดคลอดร่างกายจะฟื้นตัวได้ช้ากว่าการคลอดธรรมชาติ
  • น้ำนมแม่มาช้า ลูกไม่สามารถกินนมแม่ได้ทันทีหลังคลอด

 

ภาวะแทรกซ้อน ที่เกิดขึ้นจากการผ่าคลอดซ้ำหลายครั้ง

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์และมีการคลอดลูกด้วยวิธีผ่าคลอดซ้ำหลายครั้ง มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ขึ้นกับร่างกาย ได้แก่

  • มดลูกแตก: คุณแม่ที่มีการตั้งครรภ์ขณะที่แผลผ่าคลอดยังไม่หายดีจากครรภ์ก่อนหน้า หากมีการตั้งครรภ์ขึ้นก็มีความเสี่ยงมากที่มดลูกจะปริแตกออกมาได้ มดลูกแตกอันตรายถึงชีวิตทั้งกับคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์
  • ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าคลอด: อวัยวะข้างเคียงมดลูก คือกระเพาะปัสสาวะอาจได้รับบาดเจ็บจากการผ่าตัด
  • รกเกาะที่แผลมดลูก: การผ่าคลอดทำให้เกิดแผลขึ้นที่ผนังมดลูก ซึ่งมีความเสี่ยงที่รกจะไปเกาะที่แผลมดลูก เกิดภาวะรกเกาะติดแน่นได้ในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป
  • พังผืดในช่องท้อง: แผลที่เกิดขึ้นตรงมดลูก และผนังหน้าท้องที่มาจากการผ่าตัดคลอดในทุกการตั้งครรภ์จะทำให้มีการสร้างพังผืดขึ้นมา

 

ผ่าคลอดได้กี่ครั้ง พร้อมการดูแลสุขภาพหลังผ่าคลอด

 

ผ่าคลอดในครรภ์แรก การตั้งครรภ์ครั้งที่สอง สามารถคลอดธรรมชาติได้หรือไม่

ในคุณแม่ตั้งครรภ์ท้องแรกหากคลอดลูกด้วยวิธีผ่าคลอด ในการตั้งครรภ์ครั้งที่สองสามารถคลอดด้วยวิธีธรรมชาติได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าสามารถคลอดได้หรือไม่ โดยแพทย์จะดูจากประวัติการคลอดในครรภ์แรกว่าด้วยสาเหตุใดจึงต้องผ่าคลอด

 

สำหรับคุณแม่คลอดธรรมชาติในครรภ์ที่สอง แพทย์จะต้องทราบก่อนว่าด้วยสาเหตุใดคุณแม่จึงผ่าคลอดในครรภ์ก่อนหน้า ตัวอย่างเช่น ทารกในครรภ์อยู่ในท่าที่ผิดปกติ หรือรกเกาะอยู่ในตำแหน่งที่ผิดปกติ ซึ่งในกรณีนี้ในครรภ์ที่สองคุณแม่สามารถคลอดธรรมชาติได้ แต่หากถ้าคุณแม่เคยผ่าคลอดในครรภ์ก่อนหน้าด้วยเหตุเพราะอุ้งเชิงกรานแคบ หรือทารกในครรภ์มีขนาดตัวใหญ่ ในครรภ์ที่สองนี้ก็อาจจะคลอดธรรมชาติได้ยาก และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหากคุณแม่มีประวัติเคยเข้ารับการผ่าตัดมดลูก หรือผ่าคลอดมาแล้วมากกว่า 1 ครั้ง หรือทารกมีขนาดตัวใหญ่กว่าอุ้งเชิงกราน รวมทั้งคุณแม่มีการตั้งครรภ์ห่างกันไม่ถึง 1 ปี ก็มีความเสี่ยงในการคลอดด้วยเช่นกัน ดังนั้นส่วนมากแพทย์จึงไม่แนะนำให้คลอดธรรมชาติ หากคุณแม่เคยมีปัญหาตามข้างต้น

 

หากคุณแม่มีความต้องการที่อยากจะคลอดลูกในครรภ์ที่สองด้วยวิธีคลอดธรรมชาติ แนะนำให้เตรียมความพร้อมให้มากที่สุดในเรื่องดังต่อไปนี้

  • คุณแม่ตั้งธงกับตัวเองก่อนว่าต้องการคลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติ
  • ปรึกษาการตั้งครรภ์กับสูติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • การดูแลโภชนาการระหว่างการตั้งครรภ์ เพื่อให้ทารกในครรภ์แข็งแรงและมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่ได้มาตรฐาน
  • การตั้งครรภ์ และการคลอด ควรอยู่ในการดูแลและปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์

 

ผ่าคลอดท้องแรก ทำไมคุณหมอจึงแนะนำให้ผ่าคลอดในครั้งถัดไป

เพื่อความปลอดภัยกับทั้งตัวคุณแม่และทารกในครรภ์ หากครรภ์แรกคุณแม่ผ่าคลอด ต่อมาในครรภ์ที่สองคุณหมอจะพิจารณาให้คุณแม่ผ่าคลอด เพื่อป้องกันการเกิดมดลูกแตกจากการบีบตัวปวดท้องคลอด

 

ผ่าคลอด ควรมีลูกห่างกันกี่ปี จึงจะปลอดภัยที่สุด

คุณแม่ที่ผ่าคลอดหลังคลอด 6 สัปดาห์ยังไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากแผลผ่าตัดยังไม่หายดี เพื่อให้การตั้งครรภ์ครั้งต่อไปเป็นครรภ์ที่สมบูรณ์ แนะนำคุณแม่ดูแลฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงที่สุด เพื่อพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ คุณแม่ผ่าคลอดควรเว้นการตั้งครรภ์ครั้งใหม่ประมาณ 1-2 ปี

 

การดูแลสุขภาพร่างกายหลังผ่าคลอด

คุณแม่ผ่าคลอดกลับมามีร่างกายแข็งแรงฟื้นตัวได้เร็ว การปฏิบัติหลังคลอดสำคัญอย่างมาก คำแนะนำหลังผ่าคลอดตั้งแต่วันแรก ๆ ควรลุกเดินรอบเตียงในระยะทางเดินใกล้ เพื่อให้ลำไส้ทำงานได้ปกติ และป้องกันการเกิดอาการท้องอืด

  • นอนพักผ่อน: ร่างกายที่อ่อนเพลียจากการผ่าคลอดวันแรก ๆ คุณแม่ควรได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม
  • โภชนาการ: หลังผ่าคลอดช่วง 1-2 วันแรก โรงพยาบาลจะให้คุณแม่เริ่มจากการจิบน้ำ และซุปใส และจะค่อย ๆ ได้ปรับมารับประทานเป็นข้าวต้มนิ่ม ๆ
  • น้ำคาวปลา: คุณแม่จะมีน้ำคาวปลาตั้งแต่วันแรกหลังคลอด และจะมีไปจนถึงประมาณ 2-3 สัปดาห์ น้ำคาวปลาจะมีมากในช่วงวันแรก ๆ หลังคลอด จากนั้นจะค่อย ๆ ลดปริมาณลงจนหมดไป เพื่อสุขอนามัยที่ดีควรเปลี่ยนผ้าอนามัย 2-3 แผ่นต่อวัน
  • แผลผ่าคลอด: แผลผ่าคลอดของคุณแม่ ควรระวังไม่ให้โดนน้ำ และควรสังเกตความผิดปกติ เช่น มีเลือดซึมออกมาจากแผล รอบแผลผ่าตัดมีบวม แดง ร้อน หากคุณแม่มีอาการผิดปกติเหล่านี้ควรกลับไปพบแพทย์ทันที

 

เพื่อให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญาการเรียนรู้ และสุขภาพที่แข็งแรง แนะนำคุณแม่ผ่าคลอดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในนมแม่มีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด มีสารอาหารที่ช่วยพัฒนาสมองอย่างสฟิงโกไมอีลิน ดีเอชเอ และมีจุลินทรีย์สุขภาพ B. lactis ที่ช่วยเสริมสร้างให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

 

 

อ้างอิง:

  • ตอบข้อสงสัย คลอดแบบไหนดี คลอดปกติ VS ผ่าคลอด, โรงพยาบาลนครธน
  • ผ่าคลอดกี่ครั้งถึงไม่อันตราย?...รวมเรื่องน่ารู้ก่อนเตรียมตัวผ่าคลอด, โรงพยาบาลพญาไท
  • ตอบข้อสงสัย คลอดแบบไหนดี คลอดปกติ VS ผ่าคลอด, โรงพยาบาลนครธน
  • อย่าปล่อยให้คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องเผชิญกับภาวะ ”มดลูกแตก”ที่รุนแรงถึงชีวิต, โรงพยาบาลเปาโล
  • การผ่าตัดคลอดบุตร, โรงพยาบาลสินแพทย์
  • พังผืดในอุ้งเชิงกราน หนึ่งปัญหาที่ทำให้การใช้ชีวิตสะดุด, โรงพยาบาลสมิติเวช
  • การคลอดแบบธรรมชาติหลังจากเคยผ่าคลอดมาแล้ว, โรงพยาบาลสมิติเวช
  • คำถามยอดฮิตที่คุณแม่ผ่าคลอดอยากรู้, โรงพยาบาลศิครินทร์
  • ข้อควรรู้หลังคลอดบุตร, โรงพยาบาลวิชัยยุทธ
  • การดูแลหลังคลอด แบบผ่าตัดทางหน้าท้อง, โรงพยาบาลสมิติเวช
  • ข้อควรรู้เกี่ยวกับการคลอดธรรมชาติ, โรงพยาบาลสมิติเวช

อ้างอิง ณ วันที่ 22 ธันวาคม 2566

บทความแนะนำ

ตั้งครรภ์ มีเลือดออก ไม่ปวดท้อง คืออะไร อันตรายไหม สำหรับแม่ตั้งครรภ์

ตั้งครรภ์ มีเลือดออก ไม่ปวดท้อง คืออะไร อันตรายไหม สำหรับแม่ตั้งครรภ์

คุณแม่ตั้งครรภ์ มีเลือดออก ไม่ปวดท้อง เลือดออกตอนท้องอ่อน ๆ เกิดจากสาเหตุอะไร ท้อง 2 เดือน มีเลือดออก สีน้ำตาลและสีแดงสด อันตรายแค่ไหน พร้อมวิธีรับมือที่คุณแม่ควรรู้

ที่ตรวจครรภ์ แบบไหนดีกับการตรวจครรภ์ ใช้งานง่าย แม่นยำ รู้ผลเร็ว

ที่ตรวจครรภ์ แบบไหนดีกับการตรวจครรภ์ ใช้งานง่าย แม่นยำ รู้ผลเร็ว

ที่ตรวจครรภ์ คืออะไร ที่ตรวจครรภ์ เหมาะสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ต้องการเช็กว่าท้องหรือยัง ที่ตรวจครรภ์ แบบไหนดี ใช้งานง่าย พร้อมวิธีใช้ที่ตรวจครรภ์ด้วยตัวเอง

คุณแม่ท้อง 9 เดือน อาการตั้งครรภ์ 9 เดือน เวียนหัวคลื่นไส้

คุณแม่ท้อง 9 เดือน อาการตั้งครรภ์ 9 เดือน เวียนหัวคลื่นไส้

คุณแม่ท้อง 9 เดือน อายุครรภ์ 9 เดือน เวียนหัวคลื่นไส้ ลูกน้อยในครรภ์ 9 เดือน มีพัฒนาการอย่างไร เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 9 เดือน พร้อมวิธีรับมือและวิธีดูแลทารกในครรภ์

คุณแม่ท้อง 6 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน ตั้งครรภ์ 6 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 6 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน ตั้งครรภ์ 6 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 6 เดือน อายุครรภ์ 6 เดือน มีอาการแบบไหน ท้อง 6 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน มีพัฒนาการอย่างไร เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 6 เดือน พร้อมวิธีรับมือและวิธีดูแลทารกในครรภ์

คุณแม่ท้อง 8 เดือน ลูกอยู่ท่าไหน อาการตั้งครรภ์ 8 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 8 เดือน ลูกอยู่ท่าไหน อาการตั้งครรภ์ 8 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 8 เดือน อายุครรภ์ 8 เดือน มีอาการแบบไหน ท้อง 8 เดือน ลูกอยู่ท่าไหน มีพัฒนาการอย่างไร เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 8 เดือน พร้อมวิธีรับมือและวิธีดูแลทารกในครรภ์

คุณแม่ท้อง 7 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน ตั้งครรภ์ 7 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 7 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน ตั้งครรภ์ 7 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 7 เดือน อายุครรภ์ 7 เดือน มีอาการแบบไหน ท้อง 7 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน มีพัฒนาการอย่างไร อาการท้องแข็งขณะตั้งครรภ์ 7 เดือน พร้อมวิธีดูแลทารกในครรภ์

คุณแม่ท้อง 2 เดือน อายุครรภ์ 2 เดือน เป็นแบบไหน พร้อมวิธีรับมือ

คุณแม่ท้อง 2 เดือน อายุครรภ์ 2 เดือน เป็นแบบไหน พร้อมวิธีรับมือ

คุณแม่ท้อง 2 เดือน อายุครรภ์ 2 เดือน มีอาการแบบไหน ลูกน้อยในครรภ์ 2 เดือน มีพัฒนาการอย่างไร เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 2 เดือน พร้อมวิธีรับมือและวิธีดูแลทารกในครรภ์

เลือกระยะการตั้งครรภ์และพัฒนาการเด็ก