คนท้องกินกาแฟได้ไหม ตั้งครรภ์แต่ติดกาแฟอันตรายหรือไม่ ทำอย่างไรดี

คนท้องกินกาแฟได้ไหม ดื่มยังไงให้ปลอดภัยกับลูกในครรภ์

May 24, 2024
9นาที

แก้วกาแฟที่เคยเป็นเพื่อนคู่ใจของคุณแม่ในทุกเช้า กลายเป็นคำถามแรก ๆ ที่หลายคนกังวลทันทีที่รู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ คำถามที่ได้ยินบ่อยคือคนท้องกินกาแฟได้ไหม คำตอบสั้น ๆ คือดื่มได้ค่ะ แต่ต้องจำกัดคาเฟอีนรวมไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน ตามคำแนะนำขององค์การให้บริการสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (NHS) 1 เพราะคาเฟอีนผ่านรกไปถึงลูกในครรภ์ได้ และร่างกายของคุณแม่ตอนตั้งครรภ์ก็กำจัดคาเฟอีนช้ากว่าปกติด้วย ลองมาทำความเข้าใจกันนะคะว่า 200 มิลลิกรัมเทียบเท่ากาแฟกี่แก้ว และถ้าเผลอเกินไปควรปรับตัวอย่างไรค่ะ

Listen Transcript

คนท้องกินกาแฟได้ไหม ดื่มยังไงให้ปลอดภัยกับลูกในครรภ์

คำถามที่พบบ่อย

คนท้องกินกาแฟได้ไหม ถ้าเปลี่ยนเป็นกาแฟดีแคฟ (Decaf) จะปลอดภัย 100% หรือไม่

กาแฟดีแคฟมีคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟปกติมาก โดยงานวิจัยพบคาเฟอีนในกาแฟดีแคฟจาก 10 ร้านอยู่ในช่วง 0 ถึง 13.9 มิลลิกรัมต่อแก้ว 16 ออนซ์ แต่ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย 100% ค่ะ คุณแม่ยังต้องนับรวมกับเครื่องดื่มอื่นในวันเดียวกัน เพราะคำแนะนำสำหรับคนตั้งครรภ์คือคาเฟอีนรวมต่อวันไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัม นอกจากนี้คาเฟอีนยังเป็นสารที่อาจกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนได้ การเปลี่ยนเป็นดีแคฟช่วยลดคาเฟอีนได้จริง แต่ก็ควรดื่มแต่พอประมาณนะคะ

คนท้องกินกาแฟได้ไหม สามารถดื่มกาแฟช่วงไตรมาสแรกได้หรือเปล่า

ในช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่คุณแม่ควรระวังคาเฟอีนเป็นพิเศษค่ะ คำแนะนำคือจำกัดคาเฟอีนรวมไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวันตลอดการตั้งครรภ์ เพราะร่างกายของคุณแม่ตอนตั้งครรภ์จะกำจัดคาเฟอีนได้ช้ากว่าตอนปกติ ทำให้คาเฟอีนคงอยู่ในกระแสเลือดได้นานกว่าเดิม และผ่านรกไปยังลูกในครรภ์ได้ ถ้าคุณแม่กังวล การลดปริมาณลงเรื่อย ๆ หรือเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มคาเฟอีนต่ำในช่วงนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าค่ะ

ถ้าเผลอดื่มกาแฟเกินปริมาณที่แนะนำไปในหนึ่งวัน จะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อลูกในครรภ์ทันทีหรือไม่

การเผลอดื่มเกินในวันเดียวไม่ได้แปลว่าจะเกิดอันตรายร้ายแรงทันทีค่ะ เพราะ 200 มิลลิกรัมต่อวันเป็นปริมาณสูงสุดที่แนะนำสำหรับการดื่มเป็นประจำ เพื่อดูแลความปลอดภัยในระยะยาว ความเสี่ยง เช่น น้ำหนักแรกเกิดต่ำ หรือการแท้งบุตร มักเชื่อมโยงกับการดื่มเกินเป็นประจำ ไม่ใช่ครั้งเดียว ถ้าเผลอเกินไป ให้ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ พักผ่อนให้พอ และวันต่อไปกลับมาคุมคาเฟอีนให้อยู่ในเพดาน ถ้ามีอาการใจสั่นมาก ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ได้ค่ะ

 

สรุป

  • คนท้องกินกาแฟได้ไหม คำตอบคือดื่มได้ค่ะ แต่ตั้งครรภ์กินกาแฟได้ไหม ต้องตอบให้ครบว่าจำกัดคาเฟอีนรวมต่อวันไม่เกิน 200 มิลลิกรัม ซึ่งเทียบเท่ากาแฟชงสำเร็จประมาณ 2 แก้ว หรือกาแฟกรอง ถึง แก้วเท่านั้น เพราะการดื่มเกินเป็นประจำสัมพันธ์กับน้ำหนักแรกเกิดต่ำและความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร
  • คาเฟอีนสามารถผ่านรกไปยังลูกในครรภ์ได้ และในช่วงตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่จะกำจัดคาเฟอีนได้ช้าลง ทำให้ทารกสัมผัสคาเฟอีนได้นานกว่าปกติ การคุมปริมาณจึงเป็นการปกป้องลูกในท้องอย่างหนึ่งค่ะ
  • คุณแม่ที่ติดกาแฟสามารถค่อย ๆ ลดได้โดยผสมดีแคฟกับกาแฟปกติ ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น และเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มทางเลือก เช่น ชาเปปเปอร์มินต์หรือชาขิงในปริมาณพอเหมาะ เพื่อความสบายใจระหว่างวันนะคะ 

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • คนท้องกินกาแฟได้ไหม คำแนะนำที่คุณแม่ควรรู้
  • ตารางปริมาณคาเฟอีนในเครื่องดื่มยอดนิยม
  • ในกาแฟมีอะไรบ้าง ที่ส่งผลกับคนท้อง
  • ความเสี่ยงหากตั้งครรภ์กินกาแฟเกินปริมาณที่แนะนำ
  • ทำไมคนท้องที่ดื่มกาแฟควรดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น
  • วิธีลดกาแฟอย่างปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

 

คนท้องกินกาแฟได้ไหม คำแนะนำที่คุณแม่ควรรู้

คำถามที่ว่าคนท้องกินกาแฟได้ไหม เป็นความกังวลที่พบบ่อยในคุณแม่ตั้งครรภ์ คำตอบจากคำแนะนำขององค์การให้บริการสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (NHS) คือคุณแม่สามารถดื่มกาแฟได้ค่ะ แต่ควรจำกัดปริมาณคาเฟอีนรวมไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะการดื่มเกินกว่านี้เป็นประจำสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ เช่น น้ำหนักแรกเกิดต่ำ และความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร

ทำไมตัวเลข 200 มิลลิกรัมจึงเป็นเพดานที่หลายองค์กรเห็นตรงกัน เพราะจากการศึกษาพบว่า การได้รับคาเฟอีนในระดับนี้ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้แท้งบุตรหรือคลอดก่อนกำหนด ขณะที่ปริมาณที่สูงกว่านี้เริ่มมีข้อมูลความเสี่ยงที่ชัดเจนขึ้น ดังนั้นการจำกัดไว้ที่ 200 มิลลิกรัมจึงเป็นทางสายกลางที่ช่วยให้คุณแม่ยังเพลิดเพลินกับกาแฟแก้วโปรดได้ พร้อมดูแลลูกในท้องไปด้วยกันค่ะ

200 มิลลิกรัมเทียบเท่ากาแฟกี่แก้ว

ถ้าเทียบเป็นแก้วกาแฟตามขนาดที่ดื่มกันทั่วไป กาแฟชงสำเร็จ 1 แก้ว มีคาเฟอีนประมาณ 100 มิลลิกรัม ส่วนกาแฟกรอง 1 แก้ว มีประมาณ 137 มิลลิกรัม แปลว่าถ้าคุณแม่ดื่มกาแฟชงสำเร็จ 2 แก้วต่อวัน ก็เกือบเต็มเพดานพอดี และถ้าคุณแม่ชอบดื่มกาแฟกรอง 1 แก้วใหญ่ตอนเช้า ก็ยังเหลือพื้นที่สำหรับชาหรือช็อกโกแลตอีกเล็กน้อยในระหว่างวันนะคะ

อย่างไรก็ตาม คาเฟอีนไม่ได้อยู่แค่ในกาแฟเท่านั้น ยังพบในชา โกโก้ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชูกำลังด้วย ดังนั้นการนับให้ครบทุกแก้วในวันเดียวกัน จะช่วยให้คุณแม่ควบคุมคาเฟอีนรวมได้ใกล้เคียงคำแนะนำมากขึ้น

ตารางปริมาณคาเฟอีนในเครื่องดื่มยอดนิยม

เพื่อให้คุณแม่คำนวณคาเฟอีนรวมต่อวันได้สะดวก เราได้รวบรวมเครื่องดื่มยอดนิยมพร้อมปริมาณคาเฟอีนโดยประมาณไว้ในตารางด้านล่างค่ะ ตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลขององค์การให้บริการสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (NHS) และคลินิกเมโย (Mayo Clinic) เพื่อให้คุณแม่นำไปใช้วางแผนการดื่มได้ในแต่ละวัน

เครื่องดื่มขนาดทั่วไปปริมาณคาเฟอีนโดยประมาณ
กาแฟชงสด (Drip / Filter)1 แก้ว (240 มล.)95 ถึง 137 มก. 2,3
เอสเปรสโซ1 ช็อต (30 มล.)ประมาณ 58 มก. 6
กาแฟสำเร็จรูป (instant)1 ซองประมาณ 100 มก. 1 
กาแฟดีแคฟ (Decaf)1 แก้ว (16 ออนซ์)0 ถึง 13.9 มก. 4
ชาเขียว / ชาดำ1 แก้ว (240 มล.)47 ถึง 75 มก. 1,2
น้ำอัดลมโคล่า1 กระป๋อง33 ถึง 40 มก. 1,2
เครื่องดื่มชูกำลัง1 ขวด (250 มล.)ประมาณ 80 มก. 1

จากตารางจะเห็นว่าแม้คุณแม่จะเลี่ยงกาแฟ เครื่องดื่มอื่นในแต่ละวันก็มีคาเฟอีนสะสมได้เกินคาด เช่น ชาเขียวเย็น 1 แก้วใหญ่ บวกกับเอสเปรสโซและโคล่ามื้อเย็น ก็อาจรวมได้ถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณสูงสุดที่แนะนำในวันเดียวแล้ว ลองสังเกตเครื่องดื่มที่คุณแม่ดื่มเป็นประจำดูนะคะ

 

กาแฟเย็น กาแฟสด กาแฟ 3in1 ต่างกันอย่างไร

กาแฟเย็นและกาแฟสดที่ขายตามร้านมักใช้ผงกาแฟชงสด ทำให้คาเฟอีนใกล้เคียงกับกาแฟกรองคือประมาณ 95 ถึง 137 มิลลิกรัมต่อแก้ว ส่วนกาแฟสำเร็จรูปแบบ 3in1 ใช้กาแฟสำเร็จที่มีคาเฟอีนต่ำกว่าเล็กน้อย แต่สิ่งที่คุณแม่ควรระวังเพิ่มคือน้ำตาลและครีมเทียมที่ผสมอยู่ในซอง ซึ่งให้พลังงานสูงและอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของคุณแม่ ดังนั้นถ้าคุณแม่เลือกกาแฟ 3in1 ก็ควรนับน้ำตาลรวมของวันนั้นด้วยค่ะ

 

ในกาแฟมีอะไรบ้าง ที่ส่งผลกับคนท้อง

นอกจากคาเฟอีนที่หลายคนคุ้นเคยแล้ว ในกาแฟ 1 แก้วยังมีส่วนประกอบอื่นที่อาจส่งผลต่อคุณแม่และลูกในครรภ์ ลองมาทำความรู้จักแต่ละตัวกันค่ะ จะได้เลือกดื่มได้ใจเย็นขึ้น

คาเฟอีน

คาเฟอีนเป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบหัวใจและประสาทส่วนกลาง เมื่อคุณแม่ดื่มเข้าไป คาเฟอีนสามารถผ่านรกไปยังลูกในครรภ์ได้ สิ่งที่ทำให้คาเฟอีนเป็นเรื่องที่ต้องระวังในคนตั้งครรภ์คือร่างกายของคุณแม่จะกำจัดคาเฟอีนได้ช้ากว่าตอนปกติ จากการศึกษาพบว่าเอนไซม์ในตับที่เรียกว่า CYP1A2 ซึ่งมีหน้าที่ย่อยสลายคาเฟอีนจะทำงานลดลงตามอายุครรภ์ โดยลดลงประมาณ 33% ในไตรมาส 1, 48% ในไตรมาส 2 และ 65% ในไตรมาส 3 ส่งผลให้คาเฟอีนคงอยู่ในกระแสเลือดของคุณแม่ได้นานขึ้น และสะสมในตัวลูกในครรภ์มากขึ้นด้วย

ด้วยเหตุนี้ องค์กรด้านสุขภาพจึงแนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์จำกัดคาเฟอีนไว้ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน

น้ำตาลและไขมันในเครื่องดื่มกาแฟ

หลายครั้งที่คุณแม่ดื่มกาแฟแก้วโปรด สิ่งที่ตามมาด้วยคือน้ำตาลและครีมในปริมาณที่อาจไม่รู้ตัว ทางที่ดีคือเลือกกาแฟดำหรือกาแฟที่ใส่นมจืดจำนวนน้อย และลดน้ำตาลในกาแฟให้เหลือเท่าที่จำเป็น คุณแม่จะได้รสกาแฟแท้ ๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องพลังงานส่วนเกินค่ะ

 

ความเสี่ยงหากตั้งครรภ์กินกาแฟเกินปริมาณที่แนะนำ

หลายคนสงสัยว่าถ้าตั้งครรภ์กินกาแฟได้ไหม แล้วถ้าดื่มเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวันเป็นประจำจะเกิดอะไรขึ้น คำตอบไม่ได้น่ากลัวเหมือนข่าวลือเสมอไป แต่ก็มีความเสี่ยงหลายอย่างที่คุณแม่ควรรับรู้เพื่อเลือกได้อย่างฉลาด

1. คาเฟอีนผ่านรกไปถึงลูกในครรภ์

คาเฟอีนเป็นสารที่ผ่านรกได้ ส่งผลให้ลูกในครรภ์สัมผัสคาเฟอีนผ่านสายสะดือเช่นกั คาเฟอีนอาจส่งผลต่อน้ำหนักของทารกในครรภ์ได้ ยิ่งคุณแม่ดื่มในปริมาณมากเท่าไร ปริมาณคาเฟอีนที่ลูกได้รับก็ยิ่งสูงตามไปด้วย

2. น้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์

การได้รับคาเฟอีนเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวันเป็นประจำสัมพันธ์กับน้ำหนักแรกเกิดที่ต่ำกว่าเกณฑ์ การจำกัดคาเฟอีนจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ลูกเริ่มต้นชีวิตด้วยน้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์ปกติได้

3. ความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรหรือคลอดก่อนกำหนด

หลายคนเคยได้ยินว่าการดื่มกาแฟทำให้แท้ง ความจริงคือคาเฟอีนในปริมาณปานกลาง (น้อยกว่า 200 มิลลิกรัมต่อวัน) ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้แท้งหรือคลอดก่อนกำหนด แต่การได้รับเกินกว่านั้นเป็นประจำเริ่มมีข้อมูลเชื่อมโยงกับความเสี่ยงเหล่านี้ คำแนะนำที่ปลอดภัยที่สุดจึงคือคงคาเฟอีนรวมไว้ที่ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้

4. อาการรบกวนคุณแม่

คาเฟอีนปริมาณสูงอาจทำให้คุณแม่รู้สึกใจสั่น มือสั่น หรือกระตุ้นอาการกรดไหลย้อน ซึ่งพบได้บ่อยอยู่แล้วในช่วงตั้งครรภ์ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอจะกระทบกับฮอร์โมนความเครียดและส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่ในระยะยาว ถ้าคุณแม่สังเกตว่าหลังดื่มกาแฟแล้วมีอาการเหล่านี้บ่อยขึ้น การลดปริมาณลงทีละน้อยจะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวได้ค่ะ

ทำไมคนท้องที่ดื่มกาแฟควรดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น

คาเฟอีนในกาแฟมีคุณสมบัติขับปัสสาวะอย่างอ่อน ทำให้ร่างกายขับน้ำออกมามากกว่าปกติ คุณแม่ที่ดื่มกาแฟอาจสังเกตได้ว่าต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นหลังดื่ม ซึ่งถ้าปัสสาวะมากเกินไปอาจทำให้เสียสมดุลของเกลือแร่ ขาดน้ำ และนอนหลับยากขึ้นได้ สิ่งนี้สำคัญในช่วงตั้งครรภ์เพราะร่างกายของคุณแม่ต้องการน้ำมากกว่าปกติอยู่แล้ว เพื่อสร้างน้ำคร่ำที่ห่อหุ้มลูกในครรภ์ เพื่อเพิ่มปริมาณเลือดที่หล่อเลี้ยงทั้งคุณแม่และลูก รวมถึงเพื่อช่วยป้องกันอาการท้องผูกซึ่งพบได้บ่อยในช่วงตั้งครรภ์

การดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้นช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำได้ค่ะ ถ้าคุณแม่ดื่มกาแฟ 1 แก้ว ก็ควรดื่มน้ำเปล่าเพิ่มเพื่อชดเชยน้ำที่ขับออกไป วิธีง่าย ๆ คือเตรียมขวดน้ำใบโปรดไว้ใกล้ตัว และจิบทีละน้อยตลอดวัน หรือดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วก่อนกาแฟทุกครั้ง ก็ช่วยให้คุณแม่ได้น้ำเพียงพอโดยไม่ต้องคอยนับนะคะ

นอกจากน้ำเปล่าแล้ว เครื่องดื่มทางเลือก เช่น น้ำเปล่าใส่ผลไม้สดเล็กน้อย หรือน้ำโซดารสจืด ก็เป็นวิธีเติมน้ำที่น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ

 

คุณแม่ตั้งครรภ์กำลังดื่มกาแฟในห้องนอน

 

วิธีลดกาแฟอย่างปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

คุณแม่หลายคนที่เคยดื่มกาแฟวันละ 2 ถึง 3 แก้วก่อนตั้งครรภ์ อาจรู้สึกว่าการเลิกทันทีเป็นเรื่องยาก ข่าวดีคือคุณแม่ไม่จำเป็นต้องเลิกเด็ดขาดค่ะ เพียงปรับวิธีดื่มให้ค่อย ๆ ลดปริมาณคาเฟอีนลง ก็ช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้โดยไม่เกิดอาการขาดคาเฟอีนรุนแรง เช่น ปวดหัว เพลีย หรือหงุดหงิด

ค่อย ๆ ลดปริมาณคาเฟอีนลงเป็นขั้น

วิธีที่ง่ายที่สุดคือลดปริมาณกาแฟทีละน้อย เช่น ถ้าเคยดื่ม 2 แก้วต่อวัน ลองลดเหลือ 1 แก้วใหญ่ บวกกับกาแฟดีแคฟอีก 1 แก้วในช่วงบ่าย หรือผสมกาแฟปกติกับกาแฟดีแคฟในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง (Half-caff) ก่อน แล้วค่อยปรับสัดส่วนให้ดีแคฟมากขึ้นเรื่อย ๆ  การลดทีละน้อยช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับคาเฟอีนที่น้อยลงโดยไม่เกิดอาการถอนคาเฟอีน เช่น ปวดหัว ทำให้คุณแม่ดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ

เปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มทางเลือกที่มีคาเฟอีนต่ำหรือไม่มีเลย

มีเครื่องดื่มหลากหลายที่คุณแม่สามารถดื่มแทนกาแฟได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคาเฟอีนมากนัก เช่น ชาสมุนไพรบางชนิด อย่างชาเปปเปอร์มินต์หรือชาขิง ที่นิยมแนะนำสำหรับคนตั้งครรภ์ (โดยดื่มไม่เกิน 4 แก้วต่อวัน) นอกจากนี้น้ำเปล่าใส่ผลไม้สด หรือน้ำโซดารสจืดก็เป็นทางเลือกที่ดี ช่วยให้คุณแม่ได้ดื่มของเย็น ๆ ระหว่างวันโดยไม่กระตุ้นคาเฟอีน

ปรับช่วงเวลาและบริบทการดื่ม

หลายคนติดกาแฟเพราะรู้สึกง่วงตอนบ่าย วิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือการนอนเร็วขึ้นเล็กน้อยกว่าปกติสักครึ่งชั่วโมง หรือเดินยืดเส้นยืดสายช่วงพักกลางวัน ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวโดยไม่ต้องพึ่งคาเฟอีน การปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ช่วยให้คุณแม่จัดการคาเฟอีนได้อย่างยืดหยุ่นและยั่งยืนตลอด 9 เดือนค่ะ

โดยสรุปแล้ว คนท้องกินกาแฟได้ค่ะ แต่หัวใจสำคัญคือการคุมคาเฟอีนรวมไว้ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน นับรวมทั้งกาแฟ ชา โกโก้ และน้ำอัดลม การดื่มน้ำเปล่าให้พอ การเลือกกาแฟดำหรือกาแฟใส่นมจืดน้อย ๆ และการค่อย ๆ ปรับวิธีดื่ม จะช่วยให้คุณแม่ดูแลตัวเองและลูกในท้องไปด้วยกันได้อย่างสบายใจ ถ้ามีข้อสงสัยเฉพาะตัว ก็สามารถปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ได้นะคะ

อินโฟกราฟิก สร้างสมองไว ให้เด็กผ่าคลอด พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันด้วยนมแม่

นอกจากการระวังคาเฟอีนระหว่างตั้งครรภ์แล้ว การเตรียมความพร้อมเรื่องโภชนาการให้ลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ไปจนถึงหลังคลอด ก็เป็นอีกเรื่องที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะนมแม่ถือเป็นแหล่งสารอาหารชั้นเยี่ยมที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด ซึ่งส่งเสริมพัฒนาการของลูก ไม่ว่าจะเป็น ดีเอชเอ (DHA) โอเมก้า 3, 6, 9 (Omega 3, 6, 9) และจุลินทรีย์สุขภาพ บี แล็กทิส (B. lactis) ที่ช่วยเสริมระบบทางเดินอาหารและภูมิคุ้มกัน รวมถึงโดดเด่นด้วย แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน (Alphalac Sphingomyelin) ที่มีส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างปลอกไมอีลิน เสริมพัฒนาการสมองของลูกน้อยอย่างมีประสิทธิภาพ

อินโฟกราฟิก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

อ้างอิง:

(1) Foods to avoid in pregnancy - NHS UK

https://www.nhs.uk/pregnancy/keeping-well/foods-to-avoid/ 

(2) Pregnancy nutrition: Foods to avoid during pregnancy - Mayo Clinic

https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/pregnancy-week-by-week/in-depth/pregnancy-nutrition/art-20043844 

(3) Caffeine and Pregnancy: How Much Is Safe? - Cleveland Clinic

https://health.clevelandclinic.org/caffeine-and-pregnancy-how-does-caffeine-affect-my-baby 

(4) Caffeine Content of Decaffeinated Coffee — Journal of Analytical Toxicology / Oxford Academic

https://academic.oup.com/jat/article/30/8/611/714415 

(5) Pregnancy-Induced Changes in the Pharmacokinetics of Caffeine and Its Metabolites - PMC PubMed

https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5564294/ 

(6) Evaluation of the Caffeine Content in Servings of Popular Coffees - Nutrients

https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11314177/ 

อ้างอิง ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569