พัฒนาการเด็ก 4 เดือน ทารก 4 เดือน พร้อมวิธีเสริมพัฒนาการลูก

พัฒนาการเด็ก 4 เดือน ทารก 4 เดือน พร้อมวิธีเสริมพัฒนาการลูก

24.09.2019

เด็กในวัย 4 เดือน เด็กผู้ชายจะมีส่วนสูง 60.8-67.0 เซนติเมตร และมีน้ำหนัก 5.9-8.3 กิโลกรัม เด็กผู้หญิงจะมีส่วนสูง 58.9-65.4 เซนติเมตร และมีน้ำหนัก 5.3-7.7 กิโลกรัม อาหารของลูกน้อยในช่วงนี้คือน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียว ไปจนถึงอายุ 6 เดือน เพราะระบบลำไส้ยังไม่สามารถย่อยอาหารได้เต็มที่ และไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อในการเคี้ยวและกลืนได้ ในตอนกลางคืนลูกน้อยสามารถนอนหลับได้ยาวถึง 6-8 ชั่วโมง เริ่มแสดงออกผ่านรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หรือส่งเสียงในลำคอ และเริ่มมองเห็นสีได้มากขึ้น

headphones

PLAYING: พัฒนาการเด็ก 4 เดือน ทารก 4 เดือน พร้อมวิธีเสริมพัฒนาการลูก

อ่าน 6 นาที

สรุป

  • พัฒนาการเด็ก 4 เดือนจะสามารถพลิกตัวได้เองแล้ว ชันคอและยกศีรษะได้ ชอบเอามือหรือสิ่งของเข้าปาก มองตามวัตถุหรือหันตามเสียงที่ได้ยินได้ เริ่มส่งเสียงเพื่อเรียกร้องความสนใจ จดจำใบหน้าของผู้คนได้และสามารถแสดงอารมณ์สีหน้าได้บ้างแล้ว
  • คุณแม่ควรเล่นและพูดคุยกับลูกน้อยบ่อย ๆ โดยสามารถใช้ของเล่นสีสดใส หรือของเล่นนุ่ม ๆ รวมถึงการเล่านิทานเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยได้
  • คุณแม่สามารถฝึกลูกน้อยวัย 4 เดือนให้นอนหลับได้ยาวนานขึ้น และสามารถแยกแยะเวลาเล่น กิน และนอนได้
  • เพื่อความปลอดภัย คุณแม่ไม่ควรปล่อยให้ลูกน้อยอยู่ตามลำพัง และไม่วางสิ่งของที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายไว้ใกล้มือของลูกน้อย


เลือกอ่านตามหัวข้อ


พัฒนาการเด็ก 4 เดือน ด้านการเคลื่อนไหว

  • เมื่อจับในท่านอนคว่ำสามารถใช้แขนยันให้อกพ้นพื้นและยกศีรษะได้
  • เมื่อจับในท่านั่งหรืออุ้มสามารถประคองศีรษะได้
  • สามารถพลิกตัวตะแคงหรือนอนหงายได้
  • การมองเห็นของทารก สามารถกวาดสายตาตามวัตถุที่เคลื่อนที่ได้ 180 องศา
  • เอามือหรือสิ่งของเข้าปากบ่อย ๆ
  • สามารถจับและเขย่าวัตถุที่อยู่ในมือได้


พัฒนาการเด็ก 4 เดือน ด้านการสื่อสาร

  • หันหน้าไปตามทิศทางที่ได้ยินเสียงอย่างถูกต้อง
  • ส่งเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจหรือแสดงความรู้สึก
  • เริ่มเลียนแบบเสียงที่ได้ยิน และเริ่มออกเสียงที่ไม่มีความหมาย

 

สิ่งที่พ่อแม่ควรระมัดระวัง ในการเลี้ยงทารก 4 เดือน


พัฒนาการเด็ก 4 เดือน ด้านการเรียนรู้

  • ยิ้มตอบหรือทักทายผู้เลี้ยงได้
  • เริ่มเรียนรู้วิธีอ่านอารมณ์จากน้ำเสียง และการแสดงออกทางสีหน้าของผู้เลี้ยง
  • จดจำเสียงหรือสัมผัสของบุคคลที่คุ้นเคยได้
  • เริ่มเรียนรู้ว่าผู้คนรอบตัวตอบสนองต่อการกระทำของตัวเอง เช่น ถ้าร้องไห้แล้วจะมีคนมาอุ้ม


พัฒนาการเด็ก 4 เดือน ด้านอารมณ์

  • สามารถแสดงอารมณ์ทางใบหน้าได้หลากหลาย เช่น ยิ้มเมื่ออารมณ์ดี หรือโกรธเมื่อไม่พอใจ
  • ชอบเล่นกับคนรอบข้าง แต่อาจแสดงอาการต่อต้านเมื่อถูกห้ามหรือถึงเวลาต้องเลิกเล่น


สิ่งที่พ่อแม่ควรระมัดระวัง ในการเลี้ยงทารก 4 เดือน

เล่นและพูดคุยกับลูกบ่อย ๆ ไม่ควรปล่อยให้อยู่ตามลำพัง

คุณแม่ควรส่งเสียงพูดคุยโต้ตอบกับลูกบ่อย ๆ หมั่นเล่นและเรียกชื่อลูกในขณะเล่น เนื่องจากในช่วงวัยนี้ลูกน้อยสามารถจำชื่อของตัวเองได้ และสามารถตอบสนองเวลาคุณแม่เรียกชื่อเขา โดยการหันหน้าไปตามทิศทางที่ได้ยินเสียง และในส่วนของความปลอดภัย ถึงแม้ว่าลูกน้อยในวัยนี้ยังไม่สามารถคลานได้ก็ไม่ควรปล่อยให้อยู่ตามลำพัง เพราะอาจเกิดอันตรายหรือเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ โดยเฉพาะการพลัดตกจากที่สูงซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่พบได้บ่อยครั้ง และควรเก็บวัสดุที่อาจเป็นอันตรายอื่น ๆ ไว้ให้ห่างจากมือของลูกน้อย


ไม่ควรตามใจลูกจนเกินไป แบ่งเวลาเล่น กิน นอนให้ชัดเจน

เพื่อเป็นการสร้างสุขนิสัยที่ดี คุณแม่ไม่ควรตามใจลูกจนเกินไป เนื่องจากในวัยนี้ลูกน้อยจะสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ห่วงเล่น ทำให้กินนมน้อยลง คุณแม่ต้องแบ่งเวลาเล่น กิน นอนให้ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาหลับไม่ควรให้ลูกหลับในขณะที่ยังกินนมอยู่ และคุณแม่สามารถลดความถี่ในการให้นมลูกช่วงเวลากลางคืนลงด้วยการไม่ปลุกให้ลูกขึ้นมากินนมกลางดึก เพื่อให้ลูกน้อยสามารถนอนหลับต่อเนื่องได้ยาวนานขึ้น


เคล็ดลับเสริมสร้างพัฒนาการทารก 4 เดือน

ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก ด้วยการให้ขยำของเล่นนุ่ม ๆ

ตุ๊กตาที่ทำจากผ้าที่มีสีสันสวยงาม อาจจะแขวนหรือเคลื่อนย้ายของเล่นช้า ๆ ให้ลูกน้อยมองตาม หรือหลอกล่อเพื่อให้เอื้อมมือไปจับของเล่นนั้น


ให้เล่นของเล่นที่มีเสียง

ของเล่นที่เขย่าแล้วทำให้เกิดเสียง เนื่องจากเด็กวัยนี้จะชอบของเล่นเสริมพัฒนาการประเภทนี้เป็นพิเศษ โดยคุณแม่เขย่าของเล่นให้เกิดเสียงเพื่อให้ลูกน้อยสนใจและหันมามอง เป็นการช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการสื่อสาร


ให้สัมผัสใบหน้าของพ่อแม่ และสอนให้รู้จักตา หู จมูก ปาก

ให้เล่นและสัมผัสกับคุณพ่อคุณแม่บ่อย ๆ เช่น ให้ลูกน้อยได้สัมผัสใบหน้า ระหว่างนั้นก็สบตา พูดคุย และยิ้มกับลูกน้อย หรือสัมผัสลูกน้อยเบา ๆ ตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตา หู จมูก ปาก และเรียกชื่อตามอวัยวะนั้น


อ่านนิทานให้ลูกฟังเป็นประจำ

ทุกวันควรใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 นาที อ่านนิทานหรือร้องเพลงให้ลูกน้อยของคุณฟัง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา โดยแนะนำให้ใช้หนังสือที่มีสีสันสดใส และทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน

 

เคล็ดลับเสริมสร้างพัฒนาการทารก 4 เดือน

 

ในเด็กแต่ละช่วงวัยจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้การเลี้ยงดูลูกน้อยวัย 4 เดือนเติบโตได้อย่างสมวัย สิ่งสำคัญที่คุณแม่ควรใส่ใจก็คือ การนอน การเล่น การกิน โดยในช่วงวัยนี้ ลูกควรได้กินนมแม่เพียงอย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 6 เดือน และควรกินนมแม่ต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น ควบคู่กับอาหารตามวัยที่เหมาะสม เพราะนมแม่มีสารอาหารที่จำเป็นกว่า 200 ชนิด รวมทั้งยังมีสฟิงโกไมอีลิน ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กัน คือการใส่ใจพัฒนาการของลูกน้อยทั้ง 4 ด้าน อันได้แก่ ด้านการเคลื่อนไหว ด้านการสื่อสาร ด้านการเรียนรู้ และด้านอารมณ์ อย่าลืมว่าคุณแม่ต้องไม่เครียดและรักษาสุขภาพของตัวเองด้วยนะคะ เพื่อให้มีแรงกายแรงใจดูแลลูกน้อยของคุณแม่ต่อไป

 

บทความแนะนำสำหรับพัฒนาการลูกน้อย

 

 

อ้างอิง:

  1. คู่มือการใช้มาตรฐานการเจริญเติบโตขององค์การอนามัยโลก ปี ค.ศ. 2006 ในเด็กแรกเกิด - 5 ปี, สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
  2. Your Baby at 4 Months, UCSF Benioff Children's Hospitals
  3. Baby Development: Your 4-Month-Old, Webmd
  4. ตารางพัฒนาการเด็กปฐมวัย, โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
  5. พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 4 เดือน, Unicef Thailand
  6. Developmental milestones record - 4 months, MedlinePlus
  7. คู่มือ การเสริมสร้างความผูกพันธ์ทางอารมณ์ สำหรับเด็กวัยแรกเกิด - 5 ปี, สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
  8. คู่มือสำหรับพ่อแม่ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลและพัฒนาเด็ก ตอน วัยเด็กเล็ก 0-3 ปี, ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
  9. การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก อายุ 3-4 เดือน, สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต

อ้างอิง ณ วันที่ 19 มกราคม 2567

บทความแนะนำ

ลูกหายใจครืดคราดแต่ไม่มีน้ำมูก เป็นเพราะอะไร เป็นสัญญาณอันตรายไหม

ลูกหายใจครืดคราดแต่ไม่มีน้ำมูก เป็นเพราะอะไร เป็นสัญญาณอันตรายไหม

ลูกหายใจครืดคราดแต่ไม่มีน้ำมูก เกิดได้ จากหลายสาเหตุ คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการให้ดี ว่าเป็นสัญญาณอันตรายหรือไม่ เพื่อจะได้รับมือได้อย่างถูกวิธี

ลูกบิดตัวบ่อยหลับไม่สนิท เป็นเพราะอะไร คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลแบบไหน

ลูกบิดตัวบ่อยหลับไม่สนิท เป็นเพราะอะไร คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลแบบไหน

ลูกบิดตัวบ่อยหลับไม่สนิท ทารกนอนหลับไม่สนิทบิดตัวไปมา เกิดจากสาเหตุอะไร ปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่ ลูกบิดตัวบ่อยหลับไม่สนิท อันตรายหรือเปล่า ไปดูกัน

โรคซางในเด็กเล็กมีจริงไหม เกิดจากอะไร ดูแลและป้องกันได้หรือเปล่า

โรคซางในเด็กเล็กมีจริงไหม เกิดจากอะไร ดูแลและป้องกันได้หรือเปล่า

โรคซางในเด็กเล็ก เกิดจากสาเหตุอะไร หากลูกของคุณแม่มีอาการเหมือนจะเป็นโรคซาง มีไข้ เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลด คุณแม่ควรเฝ้าดูอาการและรีบพาไปพบแพทย์ทันที

วัคซีนเด็กแรกเกิด สำคัญแค่ไหน ลูกน้อยต้องฉีดอะไรบ้าง

วัคซีนเด็กแรกเกิด สำคัญแค่ไหน ลูกน้อยต้องฉีดอะไรบ้าง

วัคซีนเด็กแรกเกิดสำคัญกับลูกน้อยแค่ไหน ทำไมควรฉีดวัคซีนเด็กแรกเกิด เพื่อสร้างเกราะป้องกันและเสริมภูมิต้านทานโรคให้ลูก คุณแม่ควรเตรียมตัวให้ลูกน้อยอย่างไร ไปดูกัน

ลูกตัวร้อน ทำอย่างไรดี พร้อมวิธีสังเกตอาการลูกมีไข้ไม่ทราบสาเหตุ

ลูกตัวร้อน ทำอย่างไรดี พร้อมวิธีสังเกตอาการลูกมีไข้ไม่ทราบสาเหตุ

ลูกตัวร้อน ลูกมีไข้ไม่ทราบสาเหตุ เกิดจากอะไร คุณแม่ดูแลลูกน้อยอย่างไรได้บ้าง หากลูกร้องไห้ไม่หยุด อ่อนเพลีย หรือมีอาการอาเจียน ควรรีบพาไปพบแพทย์

ทารกนอนสะดุ้ง เกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ลูกนอนสะดุ้งและวิธีรับมือ

ทารกนอนสะดุ้ง เกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ลูกนอนสะดุ้งและวิธีรับมือ

ทารกนอนสะดุ้ง เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลใจไปด้วยวิธีรับมือช่วยให้ลูกนอนหลับสบาย แต่ก็ควรหมั่นสังเกตว่าลูกนอนสะดุ้งถี่มากเกินไปหรือเปล่า

ลูกมีน้ำมูกไหลเป็นน้ำใส ๆ ไม่หยุด ลูกเป็นหวัดน้ำมูกไหลไม่หายสักที

ลูกมีน้ำมูกไหลเป็นน้ำใส ๆ ไม่หยุด ลูกเป็นหวัดน้ำมูกไหลไม่หายสักที

ลูกมีน้ำมูกไหลเป็นน้ำใส ๆ ไม่หยุด อาการที่บอกว่าลูกกำลังไม่สบาย อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เป็นหวัด หรือเป็นภูมิแพ้ ไปดูวิธีดูแลลูกเป็นหวัดน้ำมูกไหลไม่หายสักทีกัน