วิธีชงนมผงที่ถูกต้อง พร้อมขั้นตอนเตรียมน้ำชงนม สำหรับแม่มือใหม่
คำถามที่พบบ่อย
นมพร้อมใช้ไม่ต้องชง (Ready-to-Drink Milk) ดีกับคุณแม่ที่ต้องกลับไปทำงานหรือต้องเดินทางยังไง ?
นมพร้อมใช้ไม่ต้องชง ช่วยที่เหมาะมากสำหรับคุณแม่ที่ต้องกลับไปทำงานหรือมีความจำเป็นต้องเดินทางบ่อย เพราะช่วยลดภาระและเพิ่มความสะดวกในหลายด้าน ดังนี้
- ประหยัดเวลาและลดขั้นตอน
- ได้สัดส่วนและสารอาหารที่ถูกต้องสม่ำเสมอ
- สะดวกในการพกพาและเดินทาง
- ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย
นมชงอยู่ได้กี่ชั่วโมง เก็บได้นานแค่ไหน ?
นมชงมีอายุการเก็บรักษาค่อนข้างจำกัด โดยนมชงที่วางไว้ในอุณหภูมิห้อง ควรให้ลูกดื่มทันทีหลังชง หรือไม่เกิน 1 ชั่วโมง หากทิ้งไว้นานกว่านี้ เสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย ไม่แนะนำให้นำกลับมาให้ดื่ม
หากไม่สะดวกชงนมให้ลูกน้อย มีวิธีอย่างไรบ้างเพื่อให้ลูกน้อยสามารถดื่มนมที่มีสารอาหารครบถ้วนได้ ?
หากไม่สะดวกชงนมให้ลูกน้อย ยังมีทางเลือกอื่นที่ช่วยให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนได้ อาทิ
- นมพร้อมดื่มสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป หรือ นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง คือ นมสูตรพร้อมดื่มที่ออกแบบตามช่วงวัย ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ดื่มได้ทันที ไม่ต้องผสมน้ำเพิ่ม ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องสัดส่วนผิดพลาด เหมาะสำหรับพกพาหรือใช้ในสถานการณ์เร่งด่วน
- เตรียมนมล่วงหน้าอย่างถูกวิธี ในกรณีที่ทราบล่วงหน้าว่าจะไม่สะดวก สามารถชงนมตามสัดส่วนที่ถูกต้อง แล้วเก็บในภาชนะสะอาด ปิดสนิท และเก็บในตู้เย็นตามระยะเวลาที่เหมาะสม จากนั้นอุ่นให้ได้อุณหภูมิพอดีก่อนให้ลูกดื่ม
- ใช้อุปกรณ์ช่วยชงนม ปัจจุบันมีเครื่องชงนมอัตโนมัติหรืออุปกรณ์ตวงที่ช่วยควบคุมสัดส่วนผงนมและน้ำได้แม่นยำ ลดขั้นตอนและประหยัดเวลา โดยยังคงได้คุณค่าทางโภชนาการตามคำแนะนำ
สรุป
- หลักการชงนมที่ดีให้ลูกน้อยต้องมีความสะอาดและปลอดภัย โดยก่อนที่คุณแม่จะชงนมให้ลูกน้อยควรล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้งและควรทำความสะอาดฆ่าเชื้อภาชนะใส่นมและอุปกรณ์ชงนมอยู่เสมอ
- นมที่ชงแล้วสามารถวางไว้ในอุณภูมิห้องได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง หากเกินกว่านี้แนะนำให้คุณแม่เททิ้งทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อยท้องเสีย
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- ขั้นตอนการเตรียมนมและวิธีชงนมให้ลูกน้อย
- วิธีเก็บรักษานมที่ชงแล้ว
- 4 ขั้นตอนเก็บนมผงที่ถูกต้อง
- ทำไมไม่ควรใช้น้ำร้อนชงนมเด็ก
- ใช้น้ำอุณหภูมิห้องชงนมเด็กได้หรือไม่
- เทคนิคการเขย่าภาชนะใส่นมให้เกิดฟองน้อย
วิธีชงนมให้ลูกน้อย พร้อมขั้นตอนการชงนมที่ถูกต้อง
การเตรียมนมให้ลูกน้อยสิ่งสำคัญคือต้องสะอาดปลอดภัย และควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด คุณแม่หลายท่านอาจกังวลว่าชงถูกหรือเปล่า ผสมมากไปหรือน้อยไปไหม ลองดูขั้นตอนนี้ทีละข้อเลยนะคะ ทำตามได้ทันทีค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: วิธีชงนมที่ดี สุขอนามัยต้องสะอาด
- ล้างมือให้สะอาดก่อนเตรียมนมทุกครั้ง
- เลือกภาชนะใส่นมที่สะอาด หากมีนมเหลือจากภาชนะใส่นมให้ล้างทำความสะอาดก่อน
- นำภาชนะใส่นมไปฆ่าเชื้อด้วยการต้มหรือการนึ่งทุกชิ้น
- พักภาชนะใส่นมจนแห้งสนิท
ขั้นตอนที่ 2: วิธีชงนมที่ดี ต้องใช้น้ำร้อนผสมน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้เย็นจนเท่าอุณหภูมิห้อง
หลังจากเตรียมภาชนะใส่นมให้ลูกน้อยแล้วต่อมาคุณแม่ควรเตรียมน้ำสำหรับผสมนมผง โดยน้ำที่ใช้ควรเป็นน้ำต้มเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการชงนมให้ลูกน้อย จากนั้นปล่อยให้อุณภูมิน้ำลดลงจนเป็นน้ำอุ่นอยู่ที่ประมาณ 40 องศาเซลเซียส แล้วค่อยนำน้ำมาชงให้ลูกน้อยกิน และควรชงนมในปริมาณที่พอดีกับลูกน้อยแต่ละครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้มีนมผงที่เหลือทิ้งมากเกินไป
ขั้นตอนที่ 3: วิธีชงนม การเตรียม และการตวงนม
- ล้างมือให้สะอาดก่อนเริ่มเตรียมนมผงให้ลูกน้อย
- นำภาชนะใส่นมที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วมาใช้
- ก่อนเตรียมนมควรตรวจสอบสัดส่วนของน้ำและนมผงที่ถูกต้อง ตามคำแนะนำบนฉลากของนมผงแต่ละสูตร
- เติมน้ำอุ่นที่เตรียมไว้ใส่ภาชนะใส่นมตามปริมาณที่กำหนด คุณแม่ควรเติมน้ำก่อนใส่นมผงทุกครั้ง
- ใช้ช้อนตวงตักนมผงให้เต็ม แล้วเคาะเอาฟองอากาศออกก่อน จากนั้นปาดช้อนตวงให้เรียบ แล้วใส่นมผงตามสัดส่วนที่กำหนดไว้บนฉลาก
- ปิดฝาภาชนะใส่นมให้แน่นสนิท
ขั้นตอนที่ 4: วิธีชงนมให้นมผงละลาย
หลังจากที่คุณแม่เตรียมนมให้ลูกน้อยเรียบร้อยแล้ว ให้ค่อย ๆ เขย่าภาชนะใส่นมเบา ๆ หรือหมุนภาชนะใส่นมเป็นวงกลมจนกว่านมผงจะละลายโดยที่คุณแม่ไม่จำเป็นต้องเขย่านมแรงจนเกินไป ก่อนให้นมลูกน้อยคุณแม่ควรตรวจสอบดูว่านมร้อนเกินไปหรือไม่ โดยการหยดนมลงหลังมือเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกน้อย
วิธีเก็บรักษานมที่ชงแล้ว
- นมที่ชงและกินแล้ว: คุณแม่ควรให้ลูกน้อยดื่มนมให้หมดในครั้งเดียว ในกรณีน้ำนมที่เหลือจากการป้อนนมลูก หากต้องการเก็บไว้ป้อนลูกอีก แนะนำให้ใช้ภายใน 1 ชั่วโมง
- นมที่ชงแต่ยังไม่ได้กินและนำไปแช่เย็น: นมที่ชงไว้แล้วแต่ลูกน้อยยังไม่ทันได้กิน คุณแม่สามารถนำนมไปเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาได้หลังจากที่นมเย็นตัวลงแล้วสามารถเก็บได้ 24 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน คุณแม่ไม่ควรนำนมไปเก็บไว้ในช่องแช่แข็งเพราะอาจทำให้นมลดคุณภาพลงไปได้ หากเก็บนมไว้เกิน 24 ชั่วโมงคุณแม่ควรเทนมทิ้งทันทีแล้วชงนมให้ลูกน้อยใหม่
- นมที่ชงแต่ยังไม่ได้กินและไม่ได้นำไปแช่เย็น: นมที่ชงแล้วคุณแม่ควรปิดฝาให้สนิทสามารถวางไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 1 ชั่วโมงในที่ร่ม พยายามไม่ให้โดนความร้อนและไว้กลางแจ้ง ในกรณีที่ลูกน้อย กินนมชงไม่หมดให้คุณแม่เททิ้งหลังจากวางทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงในอุณหภูมิห้อง ห้ามนำมาป้อนให้กับลูกน้อยเพราะอาจทำให้ลูกน้อยท้องเสียได้
ในกรณีที่คุณแม่ต้องการอุ่นนมให้ลูกน้อย แนะนำให้นำออกมาจากตู้เย็นแล้วนำไปวางลงในภาชนะสำหรับอุ่นนม โดยที่ต้องระมัดระวังไม่ให้น้ำสัมผัสกับฝาภาชนะใส่นม และควรหมุนนมให้นมอุ่นเท่า ๆ กัน กรณีที่คุณแม่ใช้เครื่องอุ่นนมควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และห้ามนำนมไปอุ่นโดยใช้ไมโครเวฟเป็นอันขาด เพราะความร้อนที่ใช้ไม่เท่ากัน และไม่ควรอุ่นนมนานกว่า 10 นาที
เพราะความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการของนมที่ลูกได้รับ คือ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคุณแม่ ดังนั้น นมที่ดีไม่ใช่แค่ปลอดภัย แต่ควรมีสารอาหารที่มีคุณประโยชน์สูง หนึ่งในสารอาหารสำคัญที่พบในนมแม่ คือ “แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน” ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการทำงานของสมองและระบบประสาท ทั้งทางด้านการเรียนรู้ การจดจำ และพัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็ก เพื่อให้ลูกพร้อมต่อยอดทุกการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต
4 ขั้นตอนเก็บนมผงที่ถูกต้อง
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ที่ใช้เก็บนมผงต้องสะอาด หลีกเลี่ยงการเทนมผงลงภาชนะและควรพับปิดปากถุงนมให้สนิท
- ตรวจสอบความสะอาดของอุปกรณ์เก็บนมผง ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้เก็บนมผงต้องสะอาด แห้ง และไม่มีความชื้น หลีกเลี่ยงการเทนมผงลงภาชนะอื่น และควรพับปิดปากถุงนมให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน
- ควรเก็บนมผงไว้ในที่แห้งให้ห่างจากความร้อนหรือความชื้น ควรเก็บนมผงไว้ในบริเวณที่แห้ง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง และหลีกเลี่ยงการเก็บใกล้เตาไฟ อ่างล้างจาน หรือบริเวณที่มีไอน้ำ เพื่อป้องกันนมผงจับตัวเป็นก้อนและเสื่อมคุณภาพ
- นมผงที่เปิดปากถุงแล้วสามารถอยู่ได้นานประมาณ 1 เดือน หรือตามคำแนะนำข้างฉลาก คุณแม่ควรเขียนวันที่เปิดถุงกำกับไว้ เพื่อป้องกันการใช้นมผงที่หมดอายุหรือเสื่อมคุณภาพ
- ใช้ช้อนตวงเฉพาะและหลีกเลี่ยงการสัมผัสนมผงด้วยมือ ควรใช้ช้อนตวงที่ให้มากับนมผง และต้องแน่ใจว่าช้อนตวงแห้ง สะอาดทุกครั้ง ไม่ควรใช้มือหรือช้อนเปียกตักนมผง เพราะอาจทำให้เกิดความชื้นและการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้
ทำไมไม่ควรใช้น้ำร้อนชงนมเด็ก
การใช้น้ำที่ร้อนจัดเกินไปชงนมอาจส่งผลเสียต่อคุณภาพของน้ำนมและสุขภาพของลูกน้อยมากกว่าที่คิด เนื่องจากความร้อนที่สูงเกินไปจะเข้าไปทำลายโครงสร้างของวิตามิน สารอาหารสำคัญ และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร วิธีที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดคือการใช้น้ำสะอาดต้มจนเดือดเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อที่อาจปนเปื้อนในระหว่างขั้นตอนการเตรียม จากนั้นจึงพักทิ้งไว้ให้อุณหภูมิลดลงจนเหลือประมาณ 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการรักษาคุณค่าทางโภชนาการให้ครบถ้วน ช่วยให้เนื้อนมละลายได้ดี และมีความร้อนในระดับที่ปลอดภัยต่อช่องปากที่บอบบางของทารก
ใช้น้ำอุณหภูมิห้องชงนมเด็กได้หรือไม่
แม้การใช้น้ำอุณหภูมิห้องจะดูสะดวก แต่เพื่อสุขอนามัยที่ดีที่สุดสำหรับทารก ผู้เชี่ยวชาญยังคงแนะนำให้เริ่มต้นด้วยการใช้น้ำต้มเดือดเพื่อกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่อาจแฝงตัวอยู่ แล้วจึงรอให้อุณหภูมิลดลงจนอุ่นคงที่ประมาณ 40 องศาเซลเซียสก่อนทำการชงนม ทั้งนี้หากต้องการให้ลูกน้อยดื่มนมในอุณหภูมิห้อง คุณแม่ควรชงนมด้วยน้ำอุ่นตามขั้นตอนที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงพักทิ้งไว้จนคลายความร้อนลงสู่ระดับอุณหภูมิปกติก่อนให้ลูกน้อยดื่ม วิธีนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะได้รับสารอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพดีที่สุดต่อการเจริญเติบโต
เทคนิคการเขย่าภาชนะใส่นมให้เกิดฟองน้อย
คุณแม่ไม่ควรเขย่าภาชนะใส่นมแรงเกินไป เพราะจะทำให้เกิดฟองอากาศมาก ซึ่งเป็นสาเหตุให้ลูกน้อยท้องอืดได้ คุณแม่ควรผสมนมโดยการแกว่งภาชนะใส่นมไปมา หรือการพลิกภาชนะใส่นมขึ้นลงแค่ไม่กี่ครั้งให้นมผสมเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ สำหรับเด็กวัย 1 ปีขึ้นไป ถ้ามีความจำเป็นต้องกินนมผสมหรือนมผงสำหรับเด็ก คุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
เปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้เป็นเรื่องง่าย! ชวนรู้จัก นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง สามารถใช้ควบคู่นมผง
คุณแม่หลายท่านบอกว่า ช่วงที่ยุ่งที่สุดคือกลางดึกกับตอนออกเดินทาง มือยังเปียก น้ำยังไม่เย็น แต่ลูกร้องไห้รอแล้ว ทางเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์สถานการณ์เหล่านี้ได้คือ S-26 Gold³ นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง นวัตกรรมใหม่ที่เข้าใจคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้ หมดปัญหาการต้มน้ำ เตรียมอุปกรณ์ ตวง วัดปริมาณ หรือกังวลเรื่องความสะอาด เพียงบิดฝาแล้วเท พร้อมดื่มได้ทันที สามารถใช้ควบคู่นมผง
ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางดึกที่ตาแทบไม่ลืม ระหว่างเดินทางที่ไม่มีที่ต้มน้ำ หรือตอนฝากให้ผู้อื่นดูแลลูก ก็อุ่นใจว่าลูกรักจะอิ่มท้อง และได้ประโยชน์ครบถ้วนในทุกหยด ให้สารอาหารเทียบเคียงนมผงเอส-26 โกลด์ มั่นใจทั้งความสะอาดและปริมาณสารอาหารที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าใครเป็นคนเตรียมก็เหมือนกัน ใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา
ทั้งนี้ เมื่อเปิดแล้วแนะนำให้ดื่มให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง และหากดื่มไม่หมด สามารถเก็บในตู้เย็นได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง
ไม่ต้องชง ไม่ต้องรอ พร้อมเสิร์ฟความรักในทุกโมเมนต์ ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ เพราะทุกวันคือโอกาสที่ลูกจะได้รับสารอาหารดีๆ อย่างครบถ้วนค่ะ
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ S-26 Gold³ นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง คลิกที่นี่
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ให้นม
- สฟิงโกไมอีลิน และ แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน คืออะไร สำคัญอย่างไรต่อสมองลูกน้อย
- 2’-FL คืออะไร ? รู้จัก 2’-FL โอลิโกแซคคาไรด์ในนมแม่ (HMOs)
- ลูกไม่ยอมเข้าเต้า ทำยังไงดี พร้อมวิธีช่วยให้ลูกดูดเต้าได้สำเร็จ
- ลูกป่วยบ่อยมาก ทำไงดี พร้อมวิธีเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง
- พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ พร้อมวิธีส่งเสริมพัฒนาการเด็กอายุ 1 ขวบ
อ้างอิง:
- การเตรียมการให้นมผงและการฆ่าเชื้อขวดนม, NSW Government
- ชงนมอย่างไรจึงจะปลอดภัยจาก…จุลินทรีย์ เอนเทอโรแบคเตอร์ ซาซากิ, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
- แนวทางการให้นมเด็กจากขวด, Family Health Service Department of Health Hong Kong
- คำแนะนำการดูแลทารกเมื่อกลับบ้าน, โรงพยาบาลพญาไท
- นมชงอยู่ได้กี่ชั่วโมง ควรชงนมและเก็บรักษาอย่างไร, HelloKhunmor
- Marburg Hemorrhagic Fever, จุลสารสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย
อ้างอิง ณ วันที่ 6 มกราคม 2567