ลูกปวดท้องตรงสะดือเป็น ๆ หาย ๆ เกิดจากอะไร พร้อมวิธีดูแล
คำถามที่พบบ่อย
ลูกบอกว่าปวดท้องตรงสะดือ แต่ยังวิ่งเล่นได้ปกติ แบบนี้ต้องกังวลไหมคะ?
หากลูกปวดท้องบริเวณสะดือเป็นๆ หายๆ แต่ยังคงร่าเริง วิ่งเล่นได้ กินอาหารได้ปกติ และไม่มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ส่วนใหญ่มักจะไม่ใช่อาการที่น่ากังวลค่ะ สาเหตุอาจมาจากภาวะท้องอืดเล็กน้อย, อาหารไม่ย่อย, หรืออาจเป็นอาการปวดท้องที่สัมพันธ์กับความเครียด (Functional Abdominal Pain) ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กวัยเรียน อย่างไรก็ตาม คุณแม่ควรสังเกตอาการต่อไป หากลูกเริ่มปวดบ่อยขึ้น, ปวดรุนแรงขึ้น, หรือมีอาการอื่นแทรกซ้อน ควรพาไปพบแพทย์เพื่อความสบายใจค่ะ
ลูกปวดท้องตอนกลางคืนบ่อยๆ จนต้องตื่นมาร้อง แบบนี้เกิดจากอะไรได้บ้างคะ?
การปวดท้องจนปลุกให้ลูกตื่นกลางดึกเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ สาเหตุอาจเป็นได้ตั้งแต่เรื่องที่ไม่รุนแรง เช่น อาหารไม่ย่อยจากมื้อเย็น ไปจนถึงภาวะที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ เช่น โรคกรดไหลย้อน (ซึ่งจะรุนแรงขึ้นในท่านอน), อาการท้องผูกรุนแรง, หรือในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคทางลำไส้อื่นๆ หากลูกมีอาการเช่นนี้บ่อยครั้ง ควรจดบันทึกความถี่และลักษณะอาการแล้วพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุค่ะ
ลูกปวดท้องหลังกินนมหรืออาหารบางอย่างทุกที แบบนี้คืออาการแพ้อาหารหรือเปล่าคะ?
มีความเป็นไปได้สูงค่ะ หากคุณแม่สังเกตเห็นรูปแบบที่ชัดเจนว่าลูกมีอาการปวดท้อง, ท้องอืด, หรือท้องเสียทุกครั้งหลังจากทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง (เช่น ผลิตภัณฑ์จากนมวัว) นี่อาจเป็นสัญญาณของภาวะย่อยอาหารบางชนิดไม่สมบูรณ์ (Food Intolerance) หรืออาจเป็นการแพ้อาหาร (Food Allergy) ได้ ควรจดบันทึกอาหารที่สงสัยและอาการของลูก แล้วนำข้อมูลนี้ไปปรึกษาแพทย์ ซึ่งคุณหมออาจแนะนำให้ลองงดอาหารชนิดนั้นๆ หรือทำการทดสอบภูมิแพ้เพื่อหาคำตอบที่แน่ชัดต่อไปค่ะ
สรุป
- อาการปวดท้องตรงสะดือเป็น ๆ หาย ๆ ในเด็กเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ทั้งจากความเครียด อารมณ์ ความรู้สึกของเด็ก และการรับประทานอาหารที่ไม่ตรงเวลา
- เมื่อไหร่ที่ลูกปวดท้องตรงสะดือเป็น ๆ หาย ๆ แล้วย้ายมาบริเวณด้านขวาล่างและปวดท้องมากขึ้น พร้อมกับมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ลูกอ้วกแต่ไม่มีไข้ เบื่ออาหารหรือไม่กินนม อาจเป็นสัญญาณของโรคไส้ติ่งอักเสบให้คุณพ่อคุณแม่รีบพาลูกน้อยไปพบคุณหมอทันที
- หากคุณพ่อคุณแม่ไม่แน่ใจว่าลูกน้อยปวดท้องจากอะไร ให้สังเกตสัญญาณอันตรายที่ควรรีบพาไปพบคุณหมอ เช่น ปวดท้องรุนแรง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด มีไข้และอาเจียน ถ่ายเป็นเลือด อาเจียนเป็นสีเขียว ตัวเหลือง ตาเหลือง เป็นต้น
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- เด็กที่เป็นไส้ติ่งอักเสบ จะมีอาการอย่างไร
- ลูกปวดท้องแบบเฉียบพลัน มีอาการอย่างไร
- ปวดท้องแบบเฉียบพลัน เป็นโรคอะไรได้บ้าง
- ลูกปวดท้องแบบเรื้อรัง มีอาการอย่างไร
- ปวดท้องแบบเรื้อรัง เป็นโรคอะไรได้บ้าง
- ลูกปวดท้องแบบไหน ต้องรีบพาไปพบแพทย์
- ความเครียดของเด็ก ส่งผลให้ปวดท้องได้
- วิธีดูแลทารกปวดท้อง ที่พ่อแม่ช่วยทำได้
เมื่อลูกน้อยมีอาการปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ หรือปวดท้องตรงสะดือเป็น ๆ หาย ๆ อาจเกิดขึ้นจากการทานอาหารของลูกน้อย เพราะบริเวณทางเดินอาหารของคนเรามีเส้นประสาทความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับสมองอยู่ โดยเฉพาะบริเวณกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กที่จะมีความรู้สึกไวเป็นพิเศษ เมื่อลูกน้อยกินข้าวไม่ตรงเวลา หรือกินอาหารที่มีรสชาติจัดอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง รวมถึงความเครียดของเด็กที่อาจส่งผลให้ลูกน้อยรู้สึกปวดท้องบริเวณสะดือเป็น ๆ หาย ๆ นั่นเอง
ส่วนอีกสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยเกิดอาการปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ หรือมีอาการปวดท้องตรงใต้สะดือ อาจเกิดจากโรคไส้ติ่งอักเสบ เพียงแต่อาการของโรคนี้จะไม่เป็น ๆ หาย ๆ แต่จะยิ่งปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเด็กบางคนอาจรู้สึกปวดตั้งแต่รอบสะดือแล้วย้ายไปยังบริเวณท้องล่างขวา เมื่อใช้มือกดแล้วลูกน้อยจะยิ่งรู้สึกเจ็บจี๊ดเพิ่มมากขึ้น ร่วมถึงยังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ทารกท้องเสีย อาเจียน เป็นต้น
ดังนั้น เมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าลูกน้อยมีอาการปวดท้อง ควรสังเกตอาการของลูกว่ามีอาการปวดท้องเฉียบพลันบริเวณด้านล่างขวาขึ้นไปเรื่อย ๆ หรือไม่ เนื่องจากลูกน้อยไม่สามารถบอกถึงอาการเจ็บปวดได้ที่ชัดเจนได้ หากคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าลูกน้อยมีอาการปวดท้องที่รุนแรงให้รีบมาพบแพทย์ทันที
เด็กที่เป็นไส้ติ่งอักเสบ จะมีอาการอย่างไร
อาการไส้ติ่งอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงวัย เมื่อคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกน้อยมีอาการปวดท้องมากขึ้นอย่าชะล่าใจ เพราะหากปล่อยให้ลูกน้อยปวดท้องตรงสะดือเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะบริเวณท้องขวาล่างอาจทำให้เกิดไส้ติ่งแตกจนทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปทั่วทั้งร่างกายได้อย่างรวดเร็วจนนำไปสู่การเสียชีวิตในเด็กได้ พ่อแม่จึงควรสังเกตสัญญาณของโรคไส้ติ่งอักเสบในเด็กให้ดี โดยมีลักษณะอาการ ดังนี้
- ปวดท้องฉับพลัน ปวดท้องจนตัวงอเดินไม่ไหว
- ปวดท้องมากขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 6-24 ชั่วโมง
- ปวดบริเวณรอบสะดือ แล้วอาจย้ายไปปวดบริเวณด้านขวาล่างของท้อง
- มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ทารกท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน ทารกท้องผูก ถ่ายเหลว บางรายท้องเสียติดต่อกัน 2-3 วัน
- ลูกน้อยมีไข้ตัวร้อน
- ลูกน้อยมักมีอาการเบื่ออาหาร หรือไม่กินนม
- เมื่อกดบริเวณหน้าท้องแล้วลูกเกร็งต้าน และปวดทรมานแม้กดเพียงเล็กน้อย
ลูกปวดท้องแบบเฉียบพลัน มีอาการอย่างไร
หากลูกมีอาการปวดท้องเฉียบพลันร่วมกับอาการอื่น ๆ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที โดยอาการที่ต้องสังเกต ได้แก่
- ปวดท้องรุนแรงจนลูกไม่สามารถทำกิจกรรมตามปกติ
- มีไข้ร่วมด้วย
- อาเจียนหรือเด็กท้องเสียอย่างรุนแรง
- ท้องบวม แข็ง หรือกดแล้วเจ็บ
- อุจจาระมีเลือดปน
- ซึมผิดปกติ หรือร้องไห้งอแงไม่หยุด
ปวดท้องแบบเฉียบพลัน เป็นโรคอะไรได้บ้าง
โรคที่เกิดจากการปวดท้องฉับพลันในเด็กมีหลายสาเหตุ โดยมักมีอาการปวดท้องร่วมกับอาการอื่น ๆ ที่แตกต่างกัน ดังนี้
- ลูกปวดท้องเฉียบพลันจากการติดเชื้อในทางเดินอาหาร: มีลักษณะอาการปวดท้อง ถ่ายเหลวพร้อมอาเจียน และมีไข้
- ลูกปวดท้องเฉียบพลันจากโรคไส้ติ่งอักเสบ: มีลักษณะอาการปวดท้องบริเวณ ด้านล่างขวาขึ้นเรื่อย ๆ หรือปวด บริเวณรอบสะดือแล้วค่อยย้ายมาที่ด้านล่างขวา ของท้อง มีไข้ และ อาเจียน
- ลูกปวดท้องเฉียบพลันจากโรคลำไส้กลืนกัน: มีลักษณะอาการ ร้องไห้พร้อมปวดท้อง อาเจียนเป็นสีเขียวมีน้ำดีปน และ ถ่ายเป็นมูกเลือด
- ลูกปวดท้องเฉียบพลันจากโรคลำไส้อักเสบและอาหารเป็นพิษ: มีลักษณะอาการ ปวดท้องพร้อมถ่ายเหลว จะ มีไข้หรือไม่มีไข้ก็ได้
- ลูกปวดท้องเฉียบพลันจากโรคเส้นเลือดในลำไส้อักเสบ: มีลักษณะอาการ ปวดท้องรุนแรงจนตัวงอ ไม่มีไข้ แต่ มีผื่นขึ้นเป็นจ้ำ ๆ ตามร่างกาย
ลูกปวดท้องแบบเรื้อรัง มีอาการอย่างไร
อาการปวดท้องเรื้อรังในเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ควรระวัง หากพบว่าลูกมีอาการเหล่านี้ให้รีบพาไปหาหมอ คือ
- ลูกปวดท้องมากติดต่อกัน 7-14 วัน หรือนานนับเดือนจนรบกวนการเรียนหรือทำกิจกรรม
- ปวดท้องจนนอนไม่ได้ทำให้ตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อย ๆ
- ท้องอืดบวม
- มีอาการเบื่ออาหาร ทานอาหารน้อย
- น้ำหนักตัวลด
- คลื่นไส้ อาเจียน เรอเปรี้ยว
- ท้องผูก ท้องเสียเป็น ๆ หาย ๆ
- ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือซีด
- มีไข้ และอ่อนเพลีย
ปวดท้องแบบเรื้อรัง เป็นโรคอะไรได้บ้าง
อาการปวดท้องแบบเรื้อรังในเด็กมักเกิดจากการปวดท้องติดต่อกันนาน ๆ ร่วมกับอาการอื่น ๆ คือ
- ลูกปวดท้องแบบเรื้อรังจากโรคกรดไหลย้อน มีลักษณะอาการ คือ ลูกน้อยมักมีอาการปวดท้อง พร้อมกับอาการเรอเปรี้ยว อาเจียน และแสบร้อนกลางอก
- ลูกปวดท้องแบบเรื้อรังจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ มีลักษณะอาการ คือ เด็กมักปวดท้องพร้อมกับอาการแน่นหน้าอกบริเวณลิ้นปี่ และทานข้าวได้น้อยลงเป็นประจำ
- ลูกปวดท้องแบบเรื้อรังจากโรคลำไส้อักเสบ มีลักษณะอาการ คือ เด็กมักมีอาการท้องเสียเป็น ๆ หาย ๆ อยู่บ่อย ๆ
- ลูกปวดท้องแบบเรื้อรังจากโรคเกี่ยวกับน้ำดีหรือตับ มีลักษณะอาการ คือ ลูกปวดท้องนาน ๆ พร้อมกับอาการตัวเหลือง ตาเหลืองอย่างชัดเจน
- ลูกปวดท้องแบบเรื้อรังจากโรคไม่มีปมประสาทลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง มีลักษณะอาการเด่น ๆ คือ ลูกน้อยมีอาการท้องผูกเรื้อรังนาน ๆ
ลูกปวดท้องแบบไหน ต้องรีบพาไปพบแพทย์
เมื่อเด็กมีอาการปวดท้อง อาจเป็นเพียงอาการทั่วไปหรือสัญญาณของโรคร้ายแรง คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด โดยอาการที่ควรระวังและพาลูกไปพบแพทย์ทันที ได้แก่
1. ปวดท้องรุนแรงหรือปวดบ่อยครั้ง
หากลูกปวดท้องจนไม่สามารถทำกิจกรรมปกติได้ หรืออาการปวดเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์
2. ปวดท้องจนตื่นกลางดึก
อาการปวดที่รบกวนการนอนหลับอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น ลำไส้อุดตันหรือโรคไส้ติ่งอักเสบ
3. เบื่ออาหาร ทานอาหารได้น้อยลง
การเบื่ออาหารร่วมกับอาการปวดท้อง อาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือภาวะลำไส้อักเสบ
4. น้ำหนักลดหรือไม่เพิ่มตามเกณฑ์
หากลูกน้ำหนักลดลงอย่างผิดปกติหรือไม่เพิ่มตามช่วงวัย ควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม
5. ท้องแข็งผิดปกติ
ท้องที่บวม แข็ง หรือกดแล้วเจ็บ เป็นสัญญาณเตือนของปัญหาในระบบทางเดินอาหาร
6. มีไข้ร่วมกับอาเจียน
โดยเฉพาะเมื่ออาเจียนเป็นสีเขียวหรือมีน้ำดีปน ซึ่งอาจบ่งบอกถึงลำไส้อุดตัน
7. ขับถ่ายผิดปกติ
เช่น ท้องผูกอย่างรุนแรง ถ่ายเหลวหลายครั้ง หรือถ่ายมีเลือดปน อาจแสดงถึงโรคลำไส้อักเสบหรือการติดเชื้อ
8. ตาเหลือง ตัวเหลือง หรือมีอาการซีด
อาจเกี่ยวข้องกับภาวะโลหิตจางหรือตับทำงานผิดปกติ
ความเครียดของเด็ก ส่งผลให้ปวดท้องได้
คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ว่าบางครั้งความเครียดอาจส่งผลให้ลูกน้อยปวดท้องได้ เนื่องจากทางเดินอาหารมีเส้นประสาทที่เชื่อมโยงไปยังสมองอยู่ เมื่อลูกน้อยมีความเครียด ความวิตกกังวล หรือมีเรื่องให้ไม่พอใจ เช่น การบังคับให้กินข้าว หรือการทำกิจกรรมบางอย่างก็อาจเป็นตัวกระตุ้นให้ลูกน้อยปวดท้องขึ้นมา ซึ่งอาการปวดท้องลักษณะนี้จะมีความแตกต่างกับการปวดท้องที่เกิดจากโรคอื่น เพราะไม่มีเวลาปวดที่แน่นอน และอาจมีการย้ายไปปวดตำแหน่งอื่น ๆ เรื่อย ๆ เมื่อเด็กเป็นแล้วยังสามารถเล่นได้ น้ำหนักไม่ลด ไม่มีอาการอื่น ๆ ร่วม เช่น ท้องเสีย หรืออาเจียน เหมือนกับโรคที่เกิดทางร่างกาย
วิธีดูแลทารกปวดท้องเบื้องต้นที่พ่อแม่ช่วยทำได้
1. สังเกตอาการปวดท้องของลูกน้อย
หากลูกมีอาการปวดท้อง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง
2. ปรับพฤติกรรมการกินของลูก
เพื่อป้องกันอาการปวดท้องไม่ให้เกิดซ้ำหรือรุนแรงขึ้น
3. สังเกตลักษณะของอาการปวดท้อง
เช่น ปวดรุนแรงต่อเนื่องหรือเป็น ๆ หาย ๆ มีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ไข้, ถ่ายเหลว, ซีด หรือเกิดจากการ ประสบอุบัติเหตุ
4. รีบไปพบแพทย์ทันที
หากลูกปวดมาก โดยเฉพาะบริเวณ ท้องด้านขวาล่าง และหลีกเลี่ยงการให้ลูกทานยาแก้ปวดใด ๆ ก่อนพบแพทย์
คุณแม่อาจต้องใช้วิธีสังเกตพฤติกรรมในลูกน้อย เพื่อดูว่าเจ้าตัวเล็กมีอาการเจ็บปวดอย่างไรบ้าง เช่น ร้องไห้งอแงไหม ปวดมากจนตัวงอหรือเปล่า ไม่อยากเล่น ไม่อยากอาหารหรือกินนมบ้างไหม การขับถ่ายเป็นอย่างไร เพราะหากลูกน้อยมีอาการเหล่านี้พร้อมกับอาการอาเจียนเป็นสีเขียว สีอุจจาระทารก เป็นสีดำหรือมีเลือดปน คุณแม่ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดเพราะอาจเป็นสัญญาณของการปวดท้องที่ร้ายแรงขึ้นได้ค่ะ
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่
- Heath check แบบประเมินสุขภาพของคุณแม่และพัฒนาการของลูกน้อย
- จุกหลอก ดีกับลูกน้อยจริงไหม จุกนมหลอก ข้อดีข้อเสียมีอะไรบ้าง
- ทารกตัวเหลือง เกิดจากอะไร พร้อมวิธีดูแลทารกตัวเหลือง
- สายสะดือทารก สะดือใกล้หลุดเป็นแบบไหน พร้อมวิธีทำความสะอาด
- วิธีห่อตัวทารกที่ถูกต้อง ให้ลูกน้อยสบายตัว เหมือนอยู่ในท้องแม่
- เด็กทารกสะอึก เกิดจากอะไร วิธีไหนที่ช่วยบรรเทาอาการลูกสะอึก
- ทารกไม่ยอมนอน ลูกร้องไห้งอแง นอนหลับยาก พร้อมวิธีรับมือ
- ตารางการนอนของทารก 0-1 ปี ทารกควรนอนวันละกี่ชั่วโมง
- ทารกนอนสะดุ้ง เกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ลูกนอนสะดุ้งและวิธีรับมือ
- ลูกหัวแบน ทารกหัวแบน คุณแม่ทำอย่างไรได้บ้าง พร้อมวิธีแก้ไขเบื้องต้น
- วิธีลดไข้ทารกแรกเกิด อาการทารกเป็นไข้ ทารกตัวร้อน พร้อมวิธีวัดไข้
อ้างอิง:
- สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้ เมื่อลูกน้อยหรือเด็กปวดท้องบ่อย, โรงพยาบาลวิมุต
- ปวดท้องแบบนี้ สัญญาญของไส้ติ่งอักเสบชัวร์, โรงพยาบาลเปาโล
- เมื่อลูกไส้ติ่งอัดเสบ, โรงพยาบาลเปาโล
- เมื่อลูกปวดท้อง พ่อแม่อย่าชะล่าใจ! เพราะอาจร้ายแรงกว่าที่คิด, โรงพยาบาลพญาไท
- ภาวะปวดท้องเรื้อรัง, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
- อาการปวดท้องในเด็กที่ควรพามาพบแพทย์ทันที, โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์
- อาการปวดท้องในเด็ก ปวดแบบไหนบอกโรคอะไร, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
อ้างอิง ณ วันที่ 22 ธันวาคม 2566