นิทานเด็กทารกสำคัญกับลูกไหม คุณแม่ควรอ่านเรื่องอะไรให้ลูกน้อยฟังดี

นิทานเด็กทารกสำคัญกับลูกไหม คุณแม่ควรอ่านเรื่องอะไรให้ลูกน้อยฟังดี

09.04.2024

การอ่านนิทาน คือ กิจกรรมหนึ่งที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ทุกสถานที่และทุกเวลา โดยช่วยเพิ่มสายใยความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว และช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ ในด้านจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ การปรับตัวให้เข้ากับสังคม อีกทั้งเป็นช่วงเวลาที่ได้ดำเนินร่วมกัน สร้างความทรงจำอันแสนอบอุ่นให้แก่ลูกน้อย โดยในส่วนของการเลือกหนังสือนิทานก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคำนึงถึง เนื่องจากเด็กเล็กยังไม่สามารถอ่านหรือเข้าใจตัวอักษรในนิทานได้เอง ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกนิทานให้เหมาะสมตามช่วงวัย เพื่อช่วยกระตุ้นพัฒนาการที่ดีให้แก่ลูกน้อยได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด

headphones

PLAYING: นิทานเด็กทารกสำคัญกับลูกไหม คุณแม่ควรอ่านเรื่องอะไรให้ลูกน้อยฟังดี

อ่าน 7 นาที


สรุป

  • การอ่านนิทาน คือ กิจกรรมหนึ่งที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ทุกสถานที่และทุกเวลา โดยช่วยเพิ่มสายใยความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว และช่วยเสริมสร้างพัฒนาการในด้านต่าง ๆ
  • คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มอ่านนิทานให้ลูกฟังได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เพื่อช่วยกระตุ้นพัฒนาการที่สำคัญให้แก่ลูกในครรภ์ได้เป็นอย่างดี และสามารถอ่านนิทานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่หลังคลอดจนตลอดไป
  • ประโยชน์ของการอ่านนิทาน นอกจากเป็นการเพิ่มความเฉลียวฉลาดทั้งด้านสติปัญญา (IQ) และความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ยังช่วยเสริมสร้างสมาธิ พัฒนาจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ได้อีกด้วย

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

เลี้ยงลูกด้วยนิทานเด็กทารก มีข้อดีอะไรบ้าง

1. ทำให้พ่อแม่ลูกได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น

เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกันในครอบครัว เพราะบรรยากาศในการเล่านิทานจะเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรับบทบาทสมมติ จินตนาการร่วมกับลูกน้อยถึงเรื่องราวในนิทาน

 

2. ทำให้ลูกมีจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์

เพราะนิทานเป็นเรื่องราวสมมติ ซึ่งเด็กจะต้องค่อย ๆ คิดตาม ทำให้เด็กที่ฟังนิทานเป็นประจำมีความสามารถในด้านภาษาเพิ่มขึ้น เรียนรู้ทักษะการฟังและจับใจความได้ดี

 

3. ช่วยให้ลูกมีสมาธิ มีทักษะการฟังที่ดี

เพราะการอ่านนิทานเด็กจะต้องตั้งใจฟังเรื่องราวผ่านตัวอักษร เป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่งให้กับเด็ก

 

นิทานเด็กทารก ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านใดให้ลูกบ้าง

1. เสริมสร้างพัฒนาการด้านความคิด การสังเกต

ระหว่างฟังนิทานที่คุณพ่อหรือคุณแม่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวอักษร เด็ก ๆ อาจจะมีคำถาม หรือข้อสังเกต หรือแสดงความคิดเห็น ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และความเฉลียวฉลาดทั้งด้านสติปัญญา (IQ) และความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ (EQ)

 

2. เสริมสร้างทักษะด้านภาษา

เพราะการฟังนิทานด้วยการให้คุณพ่อคุณแม่อ่านให้ฟังเหมือนกับการสอนภาษาให้แก่ลูกน้อย รวมไปถึงเรียนรู้สำเนียงและน้ำเสียงด้วย ซึ่งจะช่วยส่งผลที่ดีต่อการเรียนรู้ภาษาเร็วขึ้น

 

3. เสริมสร้างการคิดวิเคราะห์เรื่องราว

เด็กส่วนใหญ่ชอบการฟังนิทานซ้ำ ๆ จนสามารถจดจำเรื่องราวได้ทั้งหมด และจำตัวละครหรือเนื้อหาที่สำคัญ ๆ ในนิทานแต่ละเรื่องได้ ซึ่งเด็กจะสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตการเรียน หรือการทำงานในอนาคตได้อย่างดี

 

4. เสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

ด้วยเรื่องราวแต่ละเรื่องในนิทานมีหลากหลาย ซึ่งเวลาที่คุณพ่อคุณแม่เล่านิทาน จะเปรียบเสมือนการเล่นบทบาทสมมติในระหว่างการอ่านนิทาน โดยใช้น้ำเสียงบอกเล่านิทาน เพิ่มจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในเด็ก

 

5. เสริมสร้างสมาธิ

ในระหว่างการอ่านนิทานร่วมกัน เด็กจะต้องตั้งใจฟังนิทาน อดทนรอฟังจนจบนิทานแต่ละเรื่อง ซึ่งเป็นการฝึกฝนเรื่องสมาธิที่ดีอย่างหนึ่ง โดยหากนิทานมีความเหมาะสมกับช่วงวัย จะยิ่งทำให้เด็กมีความเข้าใจและสามารถรอฟังนิทานจนจบได้ดีขึ้น

 

ควรเริ่มอ่านนิทานเด็กทารกให้ลูกฟังตอนไหน

นิทาน ถือเป็นสื่อที่สำคัญสำหรับเด็กเล็ก และการอ่านนิทานเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ เสริมสร้างพัฒนาการและทักษะด้านต่าง ๆ มากมาย คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มอ่านนิทานให้ลูกฟังได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงหลังคลอดต่อเนื่องไป เนื่องจากการสร้างความสันพันธ์ที่อบอุ่นแข็งแรงของครอบครัว การสร้างพ่อแม่ที่มีอยู่จริง ในช่วงอายุวัยนี้ ถือเป็นการสร้างพัฒนาการที่สำคัญที่สุด เพราะทำให้เด็กมีความมั่นคงทางจิตใจ เป็นตัวกำกับแนวทางการดำเนินชีวิตที่ดีของลูกต่อไปในอนาคต

 

เล่านิทานให้ลูกในท้องฟัง ลูกจะรับรู้ได้ไหม

ลูกน้อยในครรภ์สามารถเสริมสร้างพัฒนาการผ่านทางการได้ยินเสียงจากน้ำเสียงของคุณพ่อคุณแม่ ทำให้เด็กรับรู้ถึงความรัก ความอ่อนโยนจากพ่อแม่สู่ลูกในครรภ์ การเริ่มอ่านนิทานจึงสามารถเริ่มอ่านได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ และอ่านได้อย่างต่อเนื่อง เพราะการอ่านนิทานมีแต่ประโยชน์ เสริมสร้างพัฒนาการมากมาย และไม่มีผลเสียใด ๆ

 

เทคนิคการเลือกนิทานเสริมพัฒนาการทารก ให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย

เด็กวัย 0-1 ปี

เด็กในวัยนี้จะมีความสามารถเรื่องการมองเห็นชัดเจนขึ้น และมองว่าทุกสิ่งรอบตัวคือของเล่น ซึ่งนิทานก็เป็นหนึ่งในของเล่นตามความรู้สึกของเด็กเช่นกัน ดังนั้นการเลือกนิทานที่เหมาะสมสำหรับวัยนี้ คือ หนังสือนิทานที่เน้นรูปภาพ เช่น สัตว์ต่าง ๆ หรือผัก ผลไม้ เป็นต้น เพราะนอกจากเด็กวัยนี้จะยังไม่เข้าใจตัวอักษรต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นการเพิ่มความน่าสนใจ ชวนให้เด็กเปิดดูภาพต่าง ๆ แต่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจเรื่องของวัสดุที่ทำหนังสือนิทานให้มีความปลอดภัย ไม่มีอันตรายต่อเด็กเล็ก

 

เด็กวัย 2-3 ปี

พัฒนาการที่เด่นชัดของเด็กวัยนี้ คือ เรื่องของทักษะภาษา ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรอ่านนิทานให้ลูกฟังอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงเวลาก่อนนอน เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศครอบครัวที่อบอุ่น และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านในอนาคต ดังนั้นการเลือกนิทานที่เหมาะสมสำหรับวัยนี้ คือ หนังสือนิทานที่เล่าเรื่องราวของกิจวัตรประจำวัน เช่น การอาบน้ำ การแปรงฟัน หรือการกินข้าว เป็นต้น โดยเน้นการใช้ภาษาง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน อาจมีคำคล้องจองเพื่อให้เด็กจดจำได้ง่ายขึ้น

 

เด็กวัย 4-6 ปี

ในช่วงวัยนี้ เด็กจะเริ่มมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ช่างสังเกต มีความสงสัยอยากรู้อยากเห็นสิ่งรอบตัวและธรรมชาติมากขึ้น ดังนั้นการเลือกนิทานที่เหมาะสมสำหรับวัยนี้ คือ หนังสือนิทานที่มีเรื่องราวยาวมากขึ้น อาจเป็นบทบาทสมมติ เรื่องราวที่อ้างอิงความจริงบางส่วน เช่น นิทานเกี่ยวกับเจ้าหญิง เจ้าชาย อาจแฝงข้อคิดที่ดีให้แก่เด็ก ควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน

 

เด็กวัย 7-10 ปี

เด็กวัยนี้มีความสามารถทางภาษาและสามารถอ่านหนังสือนิทานได้แล้ว มีความคิดเป็นเหตุและผลมากขึ้น สามารถเรียนรู้เรื่องราวที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ โดยคุณพ่อคุณแม่อาจทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการอ่านหนังสือในหัวข้อที่ลูกให้ความสนใจ และเรียนรู้ไปพร้อมกัน เพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้แก่ลูก ดังนั้นการเลือกนิทานที่เหมาะสมสำหรับวัยนี้ คือ หนังสือที่มีเรื่องราวยาวขึ้น เป็นตอน ๆ มีเนื้อหาสนุก ชวนติดตาม หรืออาจเป็นแนววิทยาศาสตร์ ผจญภัย และลี้ลับ

 

นิทานเสริมพัฒนาการทารกเป็นอย่างไร เรื่องไหนน่าสนใจบ้าง

 

แนะนำนิทานสำหรับทารก 6 เดือน

ทารกวัย 6 เดือน  ควรเน้นหนังสือนิทานที่มีรูปภาพขนาดใหญ่ สีสันสดใส อาจมีพื้นผิวสัมผัสของรูปภาพที่หลากหลาย หรือมีเสียงประกอบ เพื่อช่วยดึงดูดความสนใจของเด็กเล็ก โดยอาจใช้วัสดุของหนังสือที่นิ่ม ปลอดภัย ไม่มีเหลี่ยมคมที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อย และระหว่างที่อ่านนิทาน คุณพ่อคุณแม่อาจอ่านช้า ๆ ออกเสียงอย่างชัดเจน มีการหยุดรอให้เด็กได้มีการออกเสียงโต้ตอบบางครั้ง และวางหนังสือห่างจากสายตาเด็กประมาณ 12 นิ้ว ซึ่งเป็นระยะที่สามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจน

 

แชร์นิทานเด็กทารก เรื่องไหนน่าสนใจบ้าง

หนังสือนิทานมีมากมายที่น่าสนใจ ให้เด็ก ๆ ชวนติดตาม เสริมสร้างพัฒนาการด้านต่าง ๆ และปลูกฝังทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จ (Executive Function หรือที่เรียกว่า EF) ให้แก่ลูกน้อย วันนี้ S-Mom Club มีหนังสือนิทานที่น่าสนใจ แนะนำคุณพ่อคุณแม่ตามนี้ค่ะ

ชุดนิทานบ้าน 100 ชั้น

เป็นนิทานที่บอกเล่าเรื่องราวครอบครัวสัตว์ประเภทต่าง ๆ ในทุก 10 ชั้น โดยเน้นรูปภาพที่สวยงาม คำบรรยายน้อย กิจกรรมต่าง ๆ ของสัตว์แต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน ซึ่งชวนติดตามและตั้งคำถาม ฝึกการสังเกตได้อย่างดีค่ะ โดยนิทานชุดนี้นอกจากจะบอกเล่าเรื่องบ้าน 100 ชั้นแล้ว ยังมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไปด้วย เช่น บ้านใต้ดิน 100 ชั้น บ้านใต้ทะเล 100 ชั้น บ้านลอยฟ้า 100 ชั้น เป็นต้น

 

ชุดนิทานป๋องแป๋ง

เป็นการบอกเล่าเรื่องราวกิจวัตรประจำวันผ่านตัวละครเด็กผู้ชายชื่อ ป๋องแป๋ง โดยเป็นนิทานที่อ่านง่าย ใช้คำคล้องจอง จดจำได้ง่าย นิทานชุดนี้มีมากมายหลายชุด ทั้งเรื่องการเรียนรู้ภัยใกล้ตัว การเตรียมความพร้อมในการไปโรงเรียน ฝึกฝนการช่วยเหลือตัวเองสำหรับกิจวัตรประจำวัน ฝึกฝนสุขลักษณะที่ดีในด้านต่าง ๆ ผ่านเรื่องราวที่สนุกสนานของป๋องแป๋ง เหมาะกับการเริ่มต้นเรียนรู้ของเด็กเล็ก

 

การอ่านนิทาน ถือเป็นวิธีที่ง่าย สามารถทำได้ทุกวัน แต่มีประโยชน์มากมายและเสริมสร้างพัฒนาการที่สำคัญด้านต่าง ๆ อีกทั้งเพิ่มเติมสายใย ความรักความผูกพันของคนในครอบครัว เด็ก ๆ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของคุณพ่อคุณแม่ผ่านการเล่าเรื่องจากหนังสือนิทาน เป็นการสร้างตัวตนให้พ่อแม่ที่มีอยู่จริง เป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินชีวิตอย่างมั่นคงต่อไป

 

บทความแนะนำสำหรับพัฒนาการลูกน้อย

 


อ้างอิง:

  1. เสริมพัฒนาการลูก ด้วยการเล่านิทาน, โรงพยาบาลบางปะกอก
  2. เสริมพัฒนาการให้แก่เด็กด้วยการเล่านิทาน, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
  3. อ่านนิทานให้ลูกฟังกันเถอะ, คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  4. วิธีการอ่านหนังสือสำหรับเด็กแรกเกิด-6 เดือน, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

อ้างอิง ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567

บทความแนะนำ

ลูกหายใจครืดคราดแต่ไม่มีน้ำมูก เป็นเพราะอะไร เป็นสัญญาณอันตรายไหม

ลูกหายใจครืดคราดแต่ไม่มีน้ำมูก เป็นเพราะอะไร เป็นสัญญาณอันตรายไหม

ลูกหายใจครืดคราดแต่ไม่มีน้ำมูก เกิดได้ จากหลายสาเหตุ คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการให้ดี ว่าเป็นสัญญาณอันตรายหรือไม่ เพื่อจะได้รับมือได้อย่างถูกวิธี

ลูกบิดตัวบ่อยหลับไม่สนิท เป็นเพราะอะไร คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลแบบไหน

ลูกบิดตัวบ่อยหลับไม่สนิท เป็นเพราะอะไร คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลแบบไหน

ลูกบิดตัวบ่อยหลับไม่สนิท ทารกนอนหลับไม่สนิทบิดตัวไปมา เกิดจากสาเหตุอะไร ปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่ ลูกบิดตัวบ่อยหลับไม่สนิท อันตรายหรือเปล่า ไปดูกัน

โรคซางในเด็กเล็กมีจริงไหม เกิดจากอะไร ดูแลและป้องกันได้หรือเปล่า

โรคซางในเด็กเล็กมีจริงไหม เกิดจากอะไร ดูแลและป้องกันได้หรือเปล่า

โรคซางในเด็กเล็ก เกิดจากสาเหตุอะไร หากลูกของคุณแม่มีอาการเหมือนจะเป็นโรคซาง มีไข้ เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลด คุณแม่ควรเฝ้าดูอาการและรีบพาไปพบแพทย์ทันที

วัคซีนเด็กแรกเกิด สำคัญแค่ไหน ลูกน้อยต้องฉีดอะไรบ้าง

วัคซีนเด็กแรกเกิด สำคัญแค่ไหน ลูกน้อยต้องฉีดอะไรบ้าง

วัคซีนเด็กแรกเกิดสำคัญกับลูกน้อยแค่ไหน ทำไมควรฉีดวัคซีนเด็กแรกเกิด เพื่อสร้างเกราะป้องกันและเสริมภูมิต้านทานโรคให้ลูก คุณแม่ควรเตรียมตัวให้ลูกน้อยอย่างไร ไปดูกัน

ลูกตัวร้อน ทำอย่างไรดี พร้อมวิธีสังเกตอาการลูกมีไข้ไม่ทราบสาเหตุ

ลูกตัวร้อน ทำอย่างไรดี พร้อมวิธีสังเกตอาการลูกมีไข้ไม่ทราบสาเหตุ

ลูกตัวร้อน ลูกมีไข้ไม่ทราบสาเหตุ เกิดจากอะไร คุณแม่ดูแลลูกน้อยอย่างไรได้บ้าง หากลูกร้องไห้ไม่หยุด อ่อนเพลีย หรือมีอาการอาเจียน ควรรีบพาไปพบแพทย์

ทารกนอนสะดุ้ง เกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ลูกนอนสะดุ้งและวิธีรับมือ

ทารกนอนสะดุ้ง เกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ลูกนอนสะดุ้งและวิธีรับมือ

ทารกนอนสะดุ้ง เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลใจไปด้วยวิธีรับมือช่วยให้ลูกนอนหลับสบาย แต่ก็ควรหมั่นสังเกตว่าลูกนอนสะดุ้งถี่มากเกินไปหรือเปล่า

ลูกมีน้ำมูกไหลเป็นน้ำใส ๆ ไม่หยุด ลูกเป็นหวัดน้ำมูกไหลไม่หายสักที

ลูกมีน้ำมูกไหลเป็นน้ำใส ๆ ไม่หยุด ลูกเป็นหวัดน้ำมูกไหลไม่หายสักที

ลูกมีน้ำมูกไหลเป็นน้ำใส ๆ ไม่หยุด อาการที่บอกว่าลูกกำลังไม่สบาย อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เป็นหวัด หรือเป็นภูมิแพ้ ไปดูวิธีดูแลลูกเป็นหวัดน้ำมูกไหลไม่หายสักทีกัน

เลือกระยะการตั้งครรภ์และพัฒนาการเด็ก