บล็อกหลังผ่าคลอด คืออะไร เรื่องที่คุณแม่ต้องรู้ เกี่ยวกับการบล็อกหลัง

บล็อกหลังผ่าคลอด คืออะไร เรื่องที่คุณแม่ต้องรู้ เกี่ยวกับการบล็อกหลัง

20.01.2024

การคลอดลูกด้วยวิธีผ่าคลอด จะมีขั้นตอนเพื่อช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างการผ่าตัดที่เรียกว่าการบล็อกหลัง Spinal anesthesia เป็นการฉีดยาชาเข้าไปที่ช่องไขสันหลัง ซึ่งผู้ที่ดูแลทำการบล็อกหลังให้คุณแม่คือวิสัญญีแพทย์ ซึ่งวิสัญญีแพทย์จะมีหน้าที่ควบคุมดูแลการให้ยาชาระงับความรู้สึกกับคุณแม่ในช่วงก่อนผ่าตัด และตลอดการผ่าตัดจะเฝ้าระวังให้ในเรื่องของความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนของคุณแม่ให้อยู่ในระดับที่เป็นปกติ รวมถึงหลังผ่าตัดคลอดเสร็จจะเช็คความปลอดภัยของคุณแม่อย่างละเอียดก่อนส่งกลับไปที่ห้องพักฟื้น

 

headphones

PLAYING: บล็อกหลังผ่าคลอด คืออะไร เรื่องที่คุณแม่ต้องรู้ เกี่ยวกับการบล็อกหลัง

อ่าน 3 นาที

 

สรุป

  • การบล็อกหลังผ่าคลอด คือการฉีดยาชาระงับความรู้สึก เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นระหว่างการผ่าตัด
  • การบล็อกหลัง Spinal anesthesia เป็นการฉีดยาชาเข้าไปที่ช่องไขสันหลังโดยวิสัญญีแพทย์ และหลังจากฉีดยาชาคุณแม่จะเริ่มไม่มีความรู้สึกตั้งแต่ช่วงกลางลำตัวไปจนถึงช่วงล่าง ไม่สามารถขยับร่างกายและขาทั้งสองข้างได้
  • ผลข้างเคียงที่เกิดจากการบล็อกหลัง คุณแม่จะมีอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ ปวดหลัง และมีอาการคันผิวตามร่างกาย
  • การบล็อกหลังเพื่อลดความเจ็บปวด สามารถทำได้กับคุณแม่ที่คลอดลูกด้วยวิธีการคลอดธรรมชาติ

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

การบล็อกหลัง จะทำให้เกิดการชาขึ้น และไม่มีความรู้สึกตั้งแต่บริเวณช่วงกลางลำตัวล่างลงไปจนถึงขา ซึ่งทางวิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้ที่ทำการฉีดยาชาระงับความรู้สึกให้ทางช่องไขสันหลังของคุณแม่ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ก่อนการผ่าคลอด คุณแม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร
  2. พยาบาลสวนอุจจาระ และโกนขนตรงบริเวณหัวหน่าวให้คุณแม่
  3. เจาะเลือดนำไปตรวจก่อนการผ่าตัดคลอด
  4. เจาะหลังมือเปิดเส้นเพื่อใส่เข็มให้น้ำเกลือ
  5. เมื่อเข้ามาในห้องเตรียมผ่าตัดคลอด วิสัญญีแพทย์และพยาบาลจะจัดคุณแม่ให้อยู่ในท่านอนตะแคง คุณแม่นอนงอตัวโดยจะต้องก้มศีรษะลงจนคางชิดกับหน้าอก
  6. วิสัญญีแพทย์ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาดผิวตรงบริเวณตำแหน่งที่จะลงเข็มฉีดยาชาเพื่อระงับความรู้สึก
  7. วิสัญญีแพทย์จะแทงเข็มฉีดยาชาระงับความรู้สึกเข้าไปที่หลังส่วนล่างจนลึกถึงช่องไขสันหลัง
  8. วิสัญญีแพทย์จะทำการทดสอบเช็คระดับความชา ซึ่งถ้าหากคุณแม่ไม่มีความรู้สึกใด ๆ คุณหมอก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการผ่าตัดคลอด

 

หลังจากฉีดยาบล็อกหลัง ยาชาจะออกฤทธิ์ทันทีหรือไม่

วิสัญญีแพทย์จะใช้เวลาไม่นานในการแทงเข็มฉีดยาชาระงับความรู้สึกที่หลังให้กับคุณแม่ จากนั้นยาชาที่ฉีดเข้าไขสันหลังก็จะเริ่มค่อย ๆ ออกฤทธิ์จนร่างกายส่วนล่างของคุณแม่ไม่สามารถขยับได้ การบล็อกหลังผ่าคลอดจะทำให้เกิดความชาไม่มีความรู้สึกแค่เฉพาะจุด ซึ่งคุณแม่จะยังคงรู้สึกตัวรับรู้ตลอดเวลาที่อยู่ในห้องคลอด

 

คุณแม่คลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถบล็อกหลังได้หรือไม่

 

คุณแม่คลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถบล็อกหลังได้หรือไม่

การบล็อกหลังให้กับคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติสามารถทำได้ หากคุณแม่รู้สึกเจ็บครรภ์หนักมากจนไม่สามารถทนได้ไหว สาเหตุอาจด้วยมาจากมดลูกบีบตัวรุนแรง ซึ่งทางการแพทย์จะมีวิธีระงับความเจ็บปวดระหว่างคลอดให้กับคุณแม่อยู่หลายวิธี และหนึ่งในนั้นก็จะระงับความเจ็บปวดให้คุณแม่คลอดธรรมชาติด้วยวิธีการบล็อกหลัง

 

บล็อกหลังผ่าคลอด ส่งผลถึงลูกน้อยในครรภ์หรือไม่

การบล็อกหลังผ่าคลอดเป็นการฉีดยาชาระงับความรู้สึกเฉพาะจุด ที่อยู่ในความดูแลของวิสัญญีแพทย์ซึ่งมีความปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์

 

ข้อดีของการบล็อกหลังผ่าคลอด

  1. คุณแม่ไม่มีความเจ็บปวดขณะผ่าคลอด
  2. หลังผ่าคลอดเสร็จคุณแม่อาจจะยังไม่รู้สึกเจ็บแผลในทันที

 

ข้อเสียของการบล็อกหลังผ่าคลอด

  1. มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนหลังคลอด
  2. คุณแม่ต้องใส่สายสวนปัสสาวะหลังคลอดประมาณ 12 ชั่วโมง
  3. หลังผ่าคลอดมีอาการปวดหลัง

 

ผลข้างเคียงหลังจากการบล็อกหลัง

  • ขาสองข้างขยับไม่ได้ 2-4 ชั่วโมง
  • มีอาการปวดหลัง
  • มีอาการปวดศีรษะ
  • มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • มีอาการคันผิวตามร่างกาย
  • ระบบหายใจผิดปกติ
  • เกิดอาการความดันเลือดต่ำ
  • ผิวหนัง และช่องไขสันหลังอาจมีการติดเชื้อ

 

หลังจากบล็อกหลังผ่าคลอดเสร็จ ต้องติดตามอาการข้างเคียงภายในกี่ชั่วโมง

เมื่อคุณหมอผ่าตัดคลอดให้คุณแม่เสร็จเรียบร้อย คุณแม่จะถูกย้ายจากห้องคลอดไปยังห้องสังเกตอาการในการติดตามสังเกตภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดหลังผ่าตัดคลอดอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง ภายใต้การดูจากวิสัญญีแพทย์อย่างใกล้ชิด หากไม่พบความผิดปกติใด ๆ แล้วก็จะย้ายคุณแม่กลับไปที่ห้องพักฟื้น คุณแม่ที่ผ่าคลอดลูกจะใช้เวลาพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ 3 คืน 4 วัน จากนั้นคุณหมอก็จะอนุญาตให้คุณแม่กลับบ้านได้ และเมื่อกลับไปที่บ้านเพื่อป้องกันไม่ให้แผลผ่าตัดติดเชื้อ หรือเกิดการอักเสบขึ้น ห้ามโดนน้ำที่แผลผ่าตัด และคุณแม่ต้องไม่ทำกิจกรรมที่ต้องมีการเกร็งหน้าท้อง

 

กลุ่มเสี่ยง ที่ไม่แนะนำให้บล็อกหลังผ่าตัด

  • เลือดมีการแข็งตัวไม่เป็นปกติ
  • บริเวณหลังมีการติดเชื้อจนไม่สามารถใช้เข็มฉีดยา
  • เกิดมีภาวะพร่องน้ำ และเลือด
  • กะโหลกศีรษะมีความดันเกิดขึ้นภายใน
  • ป่วยโรคระบบประสาท
  • ป่วยโรคหัวใจ

 

คุณแม่ท้องหรือในบุคคลทั่วไปที่ไม่สามารถบล็อกหลังผ่าตัดได้ วิสัญญีแพทย์จะเปลี่ยนจากการบล็อกหลังมาเป็นการดมยาสลบ หลังคลอดลูก เมื่อคุณแม่กลับมาพักฟื้นต่อที่บ้าน แพทย์จะนัดเพื่อติดตามอาการหลังคลอดของคุณแม่ แผลผ่าคลอด ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด แนะนำว่าควรไปพบแพทย์ตามนัด หากคุณแม่มีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เกิดขึ้น จะได้รับการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาอย่างทันถ่วงที

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

 

อ้างอิง:

  • ผ่าคลอด! ดมยาสลบหรือบล็อกหลังดี?, โรงพยาบาลศิครินทร์
  • วิสัญญีแพทย์, โรงพยาบาลกรุงเทพ
  • ขั้นตอนการบล็อกหลัง, โรงพยาบาลวิภาวดี
  • วิสัญญีเพื่อทุกชีวิตปลอดภัย, โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
  • ข้อควรรู้เกี่ยวกับการคลอดธรรมชาติ, โรงพยาบาลสมิติเวช
  • ข้อดีข้อเสียของการคลอดแบบล็อกหลัง, โรงพยาบาลศิครินทร์
  • ข้อเสียของการบล็อกหลัง, โรงพยาบาลวิภาวดี
  • 8 วิธีดูแลแผลผ่าคลอดให้หายไว แผลสวย ทิ้งรอยแผลเป็นน้อย, โรงพยาบาลวิมุต
  • ข้อห้ามของการบล็อกหลัง, โรงพยาบาลวิภาวดี
  • ข้อควรรู้เกี่ยวกับการคลอดธรรมชาติ, โรงพยาบาลสมิติเวช

อ้างอิง ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2566

บทความแนะนำ

ตั้งครรภ์ มีเลือดออก ไม่ปวดท้อง คืออะไร อันตรายไหม สำหรับแม่ตั้งครรภ์

ตั้งครรภ์ มีเลือดออก ไม่ปวดท้อง คืออะไร อันตรายไหม สำหรับแม่ตั้งครรภ์

คุณแม่ตั้งครรภ์ มีเลือดออก ไม่ปวดท้อง เลือดออกตอนท้องอ่อน ๆ เกิดจากสาเหตุอะไร ท้อง 2 เดือน มีเลือดออก สีน้ำตาลและสีแดงสด อันตรายแค่ไหน พร้อมวิธีรับมือที่คุณแม่ควรรู้

ที่ตรวจครรภ์ แบบไหนดีกับการตรวจครรภ์ ใช้งานง่าย แม่นยำ รู้ผลเร็ว

ที่ตรวจครรภ์ แบบไหนดีกับการตรวจครรภ์ ใช้งานง่าย แม่นยำ รู้ผลเร็ว

ที่ตรวจครรภ์ คืออะไร ที่ตรวจครรภ์ เหมาะสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ต้องการเช็กว่าท้องหรือยัง ที่ตรวจครรภ์ แบบไหนดี ใช้งานง่าย พร้อมวิธีใช้ที่ตรวจครรภ์ด้วยตัวเอง

คุณแม่ท้อง 9 เดือน อาการตั้งครรภ์ 9 เดือน เวียนหัวคลื่นไส้

คุณแม่ท้อง 9 เดือน อาการตั้งครรภ์ 9 เดือน เวียนหัวคลื่นไส้

คุณแม่ท้อง 9 เดือน อายุครรภ์ 9 เดือน เวียนหัวคลื่นไส้ ลูกน้อยในครรภ์ 9 เดือน มีพัฒนาการอย่างไร เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 9 เดือน พร้อมวิธีรับมือและวิธีดูแลทารกในครรภ์

คุณแม่ท้อง 6 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน ตั้งครรภ์ 6 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 6 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน ตั้งครรภ์ 6 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 6 เดือน อายุครรภ์ 6 เดือน มีอาการแบบไหน ท้อง 6 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน มีพัฒนาการอย่างไร เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 6 เดือน พร้อมวิธีรับมือและวิธีดูแลทารกในครรภ์

คุณแม่ท้อง 8 เดือน ลูกอยู่ท่าไหน อาการตั้งครรภ์ 8 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 8 เดือน ลูกอยู่ท่าไหน อาการตั้งครรภ์ 8 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 8 เดือน อายุครรภ์ 8 เดือน มีอาการแบบไหน ท้อง 8 เดือน ลูกอยู่ท่าไหน มีพัฒนาการอย่างไร เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 8 เดือน พร้อมวิธีรับมือและวิธีดูแลทารกในครรภ์

คุณแม่ท้อง 7 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน ตั้งครรภ์ 7 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 7 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน ตั้งครรภ์ 7 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 7 เดือน อายุครรภ์ 7 เดือน มีอาการแบบไหน ท้อง 7 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน มีพัฒนาการอย่างไร อาการท้องแข็งขณะตั้งครรภ์ 7 เดือน พร้อมวิธีดูแลทารกในครรภ์

คุณแม่ท้อง 2 เดือน อายุครรภ์ 2 เดือน เป็นแบบไหน พร้อมวิธีรับมือ

คุณแม่ท้อง 2 เดือน อายุครรภ์ 2 เดือน เป็นแบบไหน พร้อมวิธีรับมือ

คุณแม่ท้อง 2 เดือน อายุครรภ์ 2 เดือน มีอาการแบบไหน ลูกน้อยในครรภ์ 2 เดือน มีพัฒนาการอย่างไร เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 2 เดือน พร้อมวิธีรับมือและวิธีดูแลทารกในครรภ์

เลือกระยะการตั้งครรภ์และพัฒนาการเด็ก