ผ่าคลอด กี่สัปดาห์ ท้องกี่สัปดาห์คลอด ถึงปลอดภัยสำหรับลูกน้อย

ผ่าคลอด กี่สัปดาห์ ท้องกี่สัปดาห์คลอด ถึงปลอดภัยสำหรับลูกน้อย

16.01.2024

การคลอดลูกมีอยู่ 2 รูปแบบคือการคลอดธรรมชาติ และการผ่าตัดคลอด ในคุณแม่ที่ต้องผ่าคลอด แพทย์จะวินิจฉัยจากความพร้อมทางสุขภาพของคุณแม่ก่อน หากระหว่างตั้งครรภ์มีภาวะแทรกซ้อนทำให้ไม่สามารถคลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติได้ แพทย์ก็จะวางแผนการคลอดให้คุณแม่ด้วยวิธีการผ่าตัดคลอด

headphones

PLAYING: ผ่าคลอด กี่สัปดาห์ ท้องกี่สัปดาห์คลอด ถึงปลอดภัยสำหรับลูกน้อย

อ่าน 5 นาที

 

สรุป

  • การผ่าคลอดที่ปลอดภัยต่อลูกน้อยในครรภ์ จำเป็นต้องดูที่ความพร้อมของคุณแม่และความแข็งแรงของทารกในครรภ์ แพทย์จะแนะนำให้คุณแม่สามารถผ่าคลอดได้ที่อายุครรภ์ 38 สัปดาห์ขึ้นไป
  • ปัจจัยที่เสี่ยงต่อการผ่าคลอดก่อนกำหนด ได้แก่ การตั้งครรภ์แฝด มีภาวะครรภ์เป็นพิษ มีโรคความดันโลหิตสูง การติดเชื้อและการอักเสบ หรือการเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น
  • เพื่อป้องกันไม่ให้แผลผ่าคลอดเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ ในหนึ่งสัปดาห์แรกหลังผ่าคลอด ต้องระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ

 

ทางการแพทย์กำหนดการคลอดที่ปลอดภัยต่อตัวคุณแม่ และทารกในครรภ์มีการพัฒนาร่างกาย อวัยวะต่าง ๆ แข็งแรงสมบูรณ์แล้วอยู่ที่ 38 สัปดาห์ขึ้นไป สามารถที่จะผ่าคลอด หรือคลอดธรรมชาติได้

 

  • การผ่าคลอดในคุณแม่ครรภ์แรก คือการผ่าคลอดที่เรียกว่า (Primary Caesarean Section)
  • การผ่าคลอดในคุณแม่ครรภ์คลอดซ้ำครั้งที่สอง คือการผ่าคลอดที่เรียกว่า (Repeat Caesarean Section)

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ผ่าคลอดกี่สัปดาห์ อายุครรภ์กี่สัปดาห์เหมาะกับการผ่าคลอด

อายุครรภ์ที่เหมาะสมสำหรับการคลอดลูกน้อย คือคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ระหว่าง 37-40 สัปดาห์ ส่วนจะเป็นการคลอดธรรมชาติหรือการผ่าคลอดนั้น จะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ หากคุณแม่เป็นคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และทารกในครรภ์ไม่ได้มีขนาดใหญ่จนเกินไป แพทย์จะแนะนำให้คุณแม่คลอดแบบธรรมชาติมากกว่าผ่าคลอด เพราะดีต่อการฟื้นตัวของลูกน้อย และทารกจะได้รับสารภูมิคุ้มกันธรรมชาติจากช่องคลอดของแม่

 

คุณแม่ผ่าคลอดได้ตั้งแต่กี่สัปดาห์

โดยทั่วไปแล้ว แพทย์จะพยายามยื้อให้ทารกอยู่ในครรภ์ของคุณแม่ให้นานที่สุด เพื่อให้ระบบต่างๆ ในร่างกายของทารกพัฒนาได้อย่างสมบูรณ์มากที่สุด และรอจนกำหนดคลอดที่เหมาะสม คือ ระหว่างอายุครรภ์ 37-40 สัปดาห์

 

คุณแม่ผ่าคลอด กี่สัปดาห์ดีที่สุด

การคลอดที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่ใกล้คลอด ไม่ว่าจะเป็นการคลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด ช่วงเวลาที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับการคลอด คือช่วงระหว่างอายุครรภ์ 37-40 สัปดาห์ เพราะทารกได้อยู่ในครรภ์จนครบกำหนดการตั้งครรภ์ มีระบบอวัยวะและพัฒนาการที่สมบูรณ์ พร้อมออกมาเจอโลกกว้าง

 

ปัจจัยที่ทำให้คุณแม่ต้องผ่าคลอดก่อนกำหนด

การผ่าคลอดก่อนกำหนดมีเกิดได้จากหลายปัจจัยที่เกิดจากตัวคุณแม่ และทารกในครรภ์

  • คุณแม่มีโรคประจำตัวก่อนการตั้งครรภ์ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
  • มีประวัติการคลอดลูกก่อนกำหนดจากครรภ์แรก
  • การตั้งครรภ์แฝด
  • มีปัญหาช่องปาก เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ
  • ภาวะครรภ์เป็นพิษ
  • การติดเชื้อและการอักเสบ เช่น กระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ ระบบทางเดินหายใจติดเชื้อ
  • การเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ
  • ความเครียด

 

ผ่าคลอด กี่สัปดาห์ ท้องกี่สัปดาห์คลอด วางแผนอย่างไรให้ปลอดภัยกับลูกน้อยที่สุด

 

การผ่าคลอด มีข้อดีอย่างไร

การคลอดลูกด้วยวิธีผ่าคลอดที่อยู่ในการดูแลจากทีมแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่อย่างใด ซึ่งการผ่าคลอดก็มีข้อดี ได้แก่

  • คุณแม่สามารถที่จะกำหนดฤกษ์ วัน เวลาคลอดได้
  • ไม่เจ็บครรภ์คลอด
  • ไม่มีภาวะสายสะดือกดทับในระหว่างการคลอด
  • สามารถเตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับการคลอดได้
  • หลังคลอดสามารถทำหมันได้ทันที
  • ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้
  • มีปัญหาทางเพศสัมพันธ์หลังคลอดค่อนข้างน้อย

 

การบล็อกหลัง ช่วยอะไรคุณแม่ผ่าคลอดได้บ้าง

การบล็อกหลังก่อนการผ่าคลอด จะช่วยให้คุณแม่ไม่รู้สึกเจ็บปวดขณะผ่าคลอด และคุณแม่ยังได้พบหน้าลูกน้อยหลังคลอดในทันทีที่ผ่าคลอดเสร็จการบล็อกหลัง เป็นการฉีดยาชาระงับความรู้สึกเฉพาะจุดให้กับคุณแม่ โดยที่วิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้ฉีดยาชาให้ตรงบริเวณหลังเข้าไปที่ช่องไขสันหลัง เมื่อยาชาออกฤทธิ์จะทำให้ร่างกายตั้งแต่ช่วงกลางลำตัวไปจนถึงขาทั้งสองข้างของคุณแม่ไม่มีความรู้สึก ซึ่งในขณะที่ผ่าคลอดจะไม่รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดแต่อย่างใด

  • ช่วยในการระงับปวดได้ภายใน 1-2 นาที
  • จะมีอาการปวดแผลหลังผ่าตัดน้อยกว่า และยังคงรู้สึกตัว สามารถพูดคุย โต้ตอบได้

 

การเตรียมตัวสำหรับคุณแม่ผ่าคลอด

เพื่อให้การคลอดปลอดภัยที่สุดกับคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ คุณแม่ที่ต้องผ่าคลอดจำเป็นต้องเตรียมพร้อมในเรื่องดังต่อไปนี้

  • เก็บกระเป๋าเตรียมไปคลอด: เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ไตรมาสสาม คุณแม่สามารถเริ่มเตรียมเก็บกระเป๋าของใช้เตรียมคลอด สำหรับเตรียมไปคลอดได้ เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว และเอกสารที่ต้องใช้ในการคลอดลูก ควรมีพร้อมไว้ในกระเป๋า
  • งดอาหาร งดน้ำ: ก่อนวันนัดหมายเพื่อการคลอด คุณแม่จะได้รับการแนะนำให้งดอาหาร และน้ำมาก่อนผ่าตัดประมาณ 8 ชั่วโมง
  • ตรวจเลือด: เมื่อมาถึงโรงพยาบาล คุณแม่จะได้รับการเจาะเลือดเพื่อนำไปตรวจดูสุขภาพของเลือด ว่าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ความเข้มข้นของเลือด
  • เจาะเส้นเลือด: ก่อนเข้าห้องคลอด เจ้าหน้าที่พยาบาลจะมาเจาะหาเส้นเลือดดำที่หลังมือ เพื่อให้สารน้ำกับคุณแม่
  • สวนอุจจาระ: ก่อนการผ่าตัด เจ้าหน้าที่พยาบาลจะสวนอุจจาระให้กับคุณแม่
  • โกนขน: ก่อนการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง เจ้าหน้าที่พยาบาลจะโกนขนตรงบริเวณหัวหน่าว และทำความสะอาด
  • ใส่สายสวนปัสสาวะ: ระหว่างผ่าตัดคุณแม่อาจปัสสาวะออกมา ก่อนการผ่าตัดจึงจำเป็นต้องได้รับการใส่สายสวนปัสสาวะ

 

การผ่าตัดคลอดคุณแม่ไม่ต้องรอให้ปากมดลูกเปิดเหมือนกับการคลอดธรรมชาติ ดังนั้นเมื่อถึงเวลานัดหมายในการคลอด แพทย์ก็จะเข้าสู่กระบวนการผ่าคลอดให้คุณแม่ได้ทันที ซึ่งจะใช้เวลาผ่าคลอดอยู่ที่ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

 

แผลผ่าคลอด ต้องดูแลอย่างไร

หลังจากคุณแม่ผ่าคลอดเสร็จ จะอยู่พักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 3-4 วัน เพื่อที่แพทย์จะได้ติดตามอาการหลังผ่าคลอดอย่างใกล้ชิด และหากไม่พบความผิดปกติใด ๆ ที่แทรกซ้อนขึ้นมา ก็จะอนุญาตให้คุณแม่กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน

 

แผลผ่าคลอดจะยาวประมาณ 4-6 นิ้ว แผลผ่าคลอดจะใช้เวลาในการสมานกันที่ตรงผิวชั้นนอกใช้เวลา 1 สัปดาห์ และแผลผ่าตัดตรงบริเวณผิวชั้นในจะสมานกันดีใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์

  • ระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ: หลังผ่าคลอด สัปดาห์แรกคุณแม่ต้องระวังไม่ให้แผลผ่าตัดโดนน้ำ เพื่อจะได้ไม่มีการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด
  • ทำความสะอาดแผล: แผลผ่าตัดหากสมานดีแล้ว ก็สามารถโดนน้ำได้ แต่คุณแม่ต้องเช็ดทำความสะอาดแผลผ่าตัด 2-3 ครั้งต่อวันด้วยน้ำเกลือ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: การสมานแผลผ่าคลอดให้หายเร็ว และฟื้นฟูร่างกายหลังคลอด คุณแม่ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารกลุ่มโปรตีน และควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทหมักดอง แอลกอฮอล์
  • ทาบำรุงผิว: แผลผ่าตัดที่สมานผิวแห้งดีแล้ว คุณแม่สามารถทาบำรุงผิวรอบแผลผ่าตัดด้วยโลชั่น หรือออยล์ทาผิว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

 

น้ำนมแม่ มีประโยชน์กับลูกที่ผ่าคลอด นมแม่มีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด ที่ครบถ้วนทั้งสารอาหารพัฒนาการเจริญเติบโต สารอาหารพัฒนาสมอง ในนมแม่มีสฟิงโกไมอีลิน ดีเอชเอ และโพรไบโอติกซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แนะนำคุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกคลอดจนให้ได้อย่างน้อย 6 เดือน

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

 

 

อ้างอิง:

  • 5 ข้อดีของการ “ผ่าคลอด” ที่คุณแม่ควรทราบ, โรงพยาบาลเปาโล
  • สิ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้เกี่ยวกับการผ่าคลอด, โรงพยาบาลสมิติเวช
  • คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้! สัญญาณเตือนแบบไหน..ที่เสี่ยง ‘คลอดก่อนกำหนด’, โรงพยาพบาลพญาไท
  • คลอดเองหรือผ่าคลอด...วิธีไหนดี?, โรงพยาบาลพญาไท
  • ตอบข้อสงสัย คลอดแบบไหนดี คลอดปกติ VS ผ่าคลอด, โรงพยาบาลนครธน
  • ข้อแตกต่างของการผ่าคลอดและการคลอดตามธรรมชาติ, โรงพยาบาลเมดพาร์ค
  • ผ่าคลอด! ดมยาสลบหรือบล็อกหลังดี?, โรงพยาบาลศิครินทร์
  • การเตรียมพร้อมก่อนรับการฉีดยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่เข้าช่องน้ำไขสันหลัง (Spinal anesthesia), โรงพยาบาลวิภาวดี
  • สิ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้เกี่ยวกับการผ่าคลอด, โรงพยาบาลสมิติเวช
  • 8 เคล็ดลับดูแลแผลผ่าคลอดให้แผลสวย หายไว ฟื้นตัวเร็ว, โรงพยาบาลวิมุต
  • คุณแม่ตั้งครรภ์กับการทำฟัน ช่วงเวลาไหนเหมาะสมที่สุด, โรงพยาบาลนครธน

อ้างอิง ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2566

บทความแนะนำ

ตั้งครรภ์ มีเลือดออก ไม่ปวดท้อง คืออะไร อันตรายไหม สำหรับแม่ตั้งครรภ์

ตั้งครรภ์ มีเลือดออก ไม่ปวดท้อง คืออะไร อันตรายไหม สำหรับแม่ตั้งครรภ์

คุณแม่ตั้งครรภ์ มีเลือดออก ไม่ปวดท้อง เลือดออกตอนท้องอ่อน ๆ เกิดจากสาเหตุอะไร ท้อง 2 เดือน มีเลือดออก สีน้ำตาลและสีแดงสด อันตรายแค่ไหน พร้อมวิธีรับมือที่คุณแม่ควรรู้

ที่ตรวจครรภ์ แบบไหนดีกับการตรวจครรภ์ ใช้งานง่าย แม่นยำ รู้ผลเร็ว

ที่ตรวจครรภ์ แบบไหนดีกับการตรวจครรภ์ ใช้งานง่าย แม่นยำ รู้ผลเร็ว

ที่ตรวจครรภ์ คืออะไร ที่ตรวจครรภ์ เหมาะสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ต้องการเช็กว่าท้องหรือยัง ที่ตรวจครรภ์ แบบไหนดี ใช้งานง่าย พร้อมวิธีใช้ที่ตรวจครรภ์ด้วยตัวเอง

คุณแม่ท้อง 9 เดือน อาการตั้งครรภ์ 9 เดือน เวียนหัวคลื่นไส้

คุณแม่ท้อง 9 เดือน อาการตั้งครรภ์ 9 เดือน เวียนหัวคลื่นไส้

คุณแม่ท้อง 9 เดือน อายุครรภ์ 9 เดือน เวียนหัวคลื่นไส้ ลูกน้อยในครรภ์ 9 เดือน มีพัฒนาการอย่างไร เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 9 เดือน พร้อมวิธีรับมือและวิธีดูแลทารกในครรภ์

คุณแม่ท้อง 6 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน ตั้งครรภ์ 6 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 6 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน ตั้งครรภ์ 6 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 6 เดือน อายุครรภ์ 6 เดือน มีอาการแบบไหน ท้อง 6 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน มีพัฒนาการอย่างไร เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 6 เดือน พร้อมวิธีรับมือและวิธีดูแลทารกในครรภ์

คุณแม่ท้อง 8 เดือน ลูกอยู่ท่าไหน อาการตั้งครรภ์ 8 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 8 เดือน ลูกอยู่ท่าไหน อาการตั้งครรภ์ 8 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 8 เดือน อายุครรภ์ 8 เดือน มีอาการแบบไหน ท้อง 8 เดือน ลูกอยู่ท่าไหน มีพัฒนาการอย่างไร เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 8 เดือน พร้อมวิธีรับมือและวิธีดูแลทารกในครรภ์

คุณแม่ท้อง 7 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน ตั้งครรภ์ 7 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 7 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน ตั้งครรภ์ 7 เดือน ที่แม่ต้องรู้

คุณแม่ท้อง 7 เดือน อายุครรภ์ 7 เดือน มีอาการแบบไหน ท้อง 7 เดือน หัวลูกอยู่ตรงไหน มีพัฒนาการอย่างไร อาการท้องแข็งขณะตั้งครรภ์ 7 เดือน พร้อมวิธีดูแลทารกในครรภ์

คุณแม่ท้อง 2 เดือน อายุครรภ์ 2 เดือน เป็นแบบไหน พร้อมวิธีรับมือ

คุณแม่ท้อง 2 เดือน อายุครรภ์ 2 เดือน เป็นแบบไหน พร้อมวิธีรับมือ

คุณแม่ท้อง 2 เดือน อายุครรภ์ 2 เดือน มีอาการแบบไหน ลูกน้อยในครรภ์ 2 เดือน มีพัฒนาการอย่างไร เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 2 เดือน พร้อมวิธีรับมือและวิธีดูแลทารกในครรภ์

เลือกระยะการตั้งครรภ์และพัฒนาการเด็ก