ออกกําลังกายหลังคลอด ตัวช่วยกระชับหุ่นสุขภาพดี สำหรับคุณแม่หลังผ่าคลอด

ออกกำลังกายหลังคลอด เริ่มอย่างไร ให้ฟื้นตัวเร็วและปลอดภัย

Jul 13, 2026
16นาที

ช่วงหลังคลอดเป็นเวลาที่ร่างกายคุณแม่กำลังฟื้นฟูครั้งใหญ่ คุณแม่หลายท่านอยากกลับมาออกกำลังกายหลังคลอดเพื่อเรียกความแข็งแรงและรูปร่างกลับคืน แต่ก็กังวลว่าจะเริ่มได้เมื่อไหร่ ท่าไหนปลอดภัย โดยเฉพาะคุณแม่ผ่าคลอดที่มีแผลผ่าตัดต้องดูแลเป็นพิเศษ ความจริงแล้วการเคลื่อนไหวเบาๆ เริ่มได้เร็วกว่าที่คิด เพียงเลือกท่าให้เหมาะกับช่วงเวลาและฟังเสียงร่างกายตัวเองเป็นหลักค่ะ

Listen Transcript

ออกกำลังกายหลังคลอด เริ่มอย่างไร ให้ฟื้นตัวเร็วและปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย

การออกกำลังกายจะทำให้น้ำนมแม่ลดลงหรือคุณภาพเปลี่ยนไปไหม?

ไม่ค่ะ งานวิจัยยืนยันว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิกระดับปานกลาง 4-5 วันต่อสัปดาห์ไม่ส่งผลเสียต่อปริมาณหรือคุณภาพของน้ำนมแม่ ตราบใดที่คุณแม่ดื่มน้ำและรับประทานอาหารเพียงพอ เคล็ดลับเล็กๆ คือให้ลูกดูดนมหรือปั๊มก่อนออกกำลังกายจะช่วยให้รู้สึกสบายตัวขึ้นค่ะ

ไม่มีเวลาเลย แค่เลี้ยงลูกก็หมดวันแล้ว จะหาเวลาออกกำลังกายได้อย่างไร?

เริ่มจากเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ เพียงประมาณ 80 นาทีต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยวันละ 12 นาที ก็เพียงพอแล้วค่ะ งานวิจัยปี 2025 ที่รวบรวมข้อมูลจากคุณแม่เกือบ 1,800 คน พบว่าการออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว ในปริมาณเท่านี้สามารถช่วยลดอาการซึมเศร้าหลังคลอดได้อย่างมีนัยสำคัญ ลองแบ่งทำทีละ 5 นาทีในช่วงที่ลูกหลับ หรือพาลูกใส่รถเข็นไปเดินเล่นด้วยกันก็ได้นะคะ

มีสัญญาณเตือนอะไรบ้างที่บอกว่าเราออกกำลังกายหนักเกินไปและควรพัก?

สัญญาณที่ต้องหยุดทันทีคืออาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ปวดแผลผ่าตัดรุนแรง เวียนหัว หน้ามืด ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม เจ็บหน้าอก หรือปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง หากพบอาการเหล่านี้ ให้หยุดออกกำลังกายและปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด ร่างกายของคุณแม่แต่ละคนฟื้นตัวไม่เท่ากัน การฟังเสียงร่างกายตัวเองจึงสำคัญที่สุดค่ะ

สรุป

  • คุณแม่ส่วนใหญ่สามารถเริ่มบริหารร่างกายเบาๆ ได้ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด แต่ควรค่อยเป็นค่อยไปและฟังเสียงร่างกาย
  • คุณแม่ผ่าคลอดต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า เพราะแผลมดลูกยังคงสมานตัวอยู่แม้ถึง 6 สัปดาห์หลังคลอด
  • การออกกำลังกายช่วยลดภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลหลังคลอดได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • 7 ท่าพื้นฐานที่ทำได้ที่บ้าน เริ่มจากท่าง่ายอย่างฝึกหายใจ ไปจนถึงท่ากระชับกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
  • หลีกเลี่ยง sit-up, plank, วิ่ง และยกน้ำหนักหนักในช่วงแรก เพราะเสี่ยงต่อกล้ามเนื้อหน้าท้องและอุ้งเชิงกราน
  • ออกกำลังกายไม่กระทบปริมาณน้ำนมแม่ ถ้าดื่มน้ำและกินอาหารเพียงพอ
  • โภชนาการที่ดีควบคู่กับการออกกำลังกายคือกุญแจสำคัญของการฟื้นตัวและการให้นมลูกน้อย

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ก่อนที่เราจะลงรายละเอียดทีละหัวข้อ อยากชวนคุณแม่ให้ผ่อนคลายสักนิดก่อนนะคะ การฟื้นตัวหลังคลอดไม่ใช่การแข่งขัน คุณแม่บางท่านอาจกลับมาเดินคล่องภายในไม่กี่วัน ในขณะที่บางท่านต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ทุกจังหวะของร่างกายเป็นเรื่องปกติทั้งหมด เนื้อหาด้านล่างจึง "เริ่มจากเบาที่สุด" แล้วค่อยเพิ่มความหนักทีละขั้น เพื่อให้คุณแม่เลือกได้ตามความพร้อมของร่างกายค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกันเลยค่ะ

 

ผ่าคลอด ออกกําลังกายได้ตอนไหน เทียบกับคลอดธรรมชาติแล้วต่างกันอย่างไร

คำตอบสั้นๆ คือเริ่มได้เร็วกว่าที่คุณแม่หลายท่านคิด แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไปและแตกต่างกันตามวิธีคลอด สำหรับคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติและไม่มีภาวะแทรกซ้อน สามารถเริ่มบริหารร่างกายระดับเบาได้ตั้งแต่ภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด หลังจากได้พักผ่อนเพียงพอแล้ว โดยเริ่มจากท่าที่ใช้แรงน้อยแล้วค่อยปรับเพิ่มทีละน้อย 4 ส่วนคุณแม่ผ่าคลอดต้องใจเย็นกว่านั้นเล็กน้อย เพราะแผลผ่าตัดต้องการเวลาสมานตัว แนวทางนี้สอดคล้องกับคำแนะนำของ วิทยาลัยสูตินรีแพทย์อเมริกัน (American College of Obstetricians and Gynecologists, ACOG) ซึ่งระบุว่ากิจกรรมเบาๆ อย่างการเดินสามารถเริ่มได้ทันทีหลังคลอดในกรณีที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางการแพทย์ และคุณแม่สามารถกลับมาออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้ตามความพร้อมของร่างกาย 7

ช่วงเวลาการฟื้นตัวหลังคลอด

ช่วงเวลา

คุณแม่คลอดธรรมชาติ

คุณแม่ผ่าคลอด

24 ชั่วโมงแรกฝึกหายใจลึก กระดกข้อเท้า เริ่มลุกเดินเบาๆพักฟื้นเป็นหลัก เดินไปห้องน้ำเบาๆ ฝึกหายใจช้าๆ
3 วันแรกเพิ่มท่ากระชับอุ้งเชิงกราน ยืดไหล่และแขนเริ่มท่าหายใจและบริหารข้อเท้า เน้นไม่กดทับแผล
1-2 สัปดาห์เริ่มเดินช่วงสั้นรอบบ้าน เพิ่มเวลาขึ้นทีละน้อยเริ่มเดินสั้นๆ ในบ้านได้ แต่ยังไม่ควรยกของหนัก
6 สัปดาห์จุดตรวจสำคัญ มักได้รับอนุญาตให้กลับมากิจกรรมเดิมตรวจประเมิน แผลมดลูกยังสมานตัวอยู่ ควรเลี่ยงกิจกรรมหนัก

 

ที่น่าสนใจคือ งานวิจัยพบว่าสำหรับคุณแม่ผ่าคลอด แผลมดลูกยังคงอยู่ในกระบวนการสมานตัวอยู่แม้จะผ่านไป 6 สัปดาห์แล้วก็ตาม แม้คุณแม่หลายท่านจะได้รับคำแนะนำให้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้ 1 ส่วนกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานนั้นอาจใช้เวลาฟื้นตัวเต็มที่นานถึง 4-6 เดือนหลังคลอด 1 นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณแม่ผ่าคลอดจึงต้องใจเย็นเป็นพิเศษ

 

คำถามที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกายจริงจัง

ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะถ้ามีความกังวลใดๆ คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ในประเด็นต่อไปนี้

  • แผลผ่าตัดหายสนิทดีแล้วหรือยัง โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีท่าออกกำลังกายหลังผ่าคลอดที่อยากเริ่ม
  • มีภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก (Diastasis Recti) หรือไม่
  • ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ หลังคลอดที่ควรระวัง
  • ประเภทและความหนักของกิจกรรมที่เหมาะสมกับร่างกายของตัวเอง
คุณแม่หลังคลอดออกกำลังกายได้ไหม

ออกกำลังกายหลังคลอด ดีต่อแม่และลูกอย่างไร

หลายท่านอาจเข้าใจว่าช่วงหลังคลอดควรพักผ่อนอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วการเคลื่อนไหวเบาๆ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด ทั้งต่อสุขภาพกายและใจของคุณแม่ รวมถึงส่งผลดีต่อลูกน้อยทางอ้อมด้วย

ฟื้นฟูร่างกายเร็วขึ้น

การเคลื่อนไหวช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ลดความเสี่ยงของการอุดตันในหลอดเลือด และเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ที่อ่อนล้าจากการตั้งครรภ์และคลอด 1 การออกกำลังกายในช่วงหลังคลอดมีความเสี่ยงน้อย และมีประโยชน์สำหรับคุณแม่ส่วนใหญ่ในการฟื้นฟูร่างกาย ลดน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการตั้งครรภ์ และช่วยปรับสมดุลการนอน 7

 

ดูแลสุขภาพจิต ลดภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

นี่คือประโยชน์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง งานวิจัยในปี 2025 ที่รวบรวม 19 งานวิจัยและคุณแม่เกือบ 1,800 คน พบว่าการออกกำลังกายช่วยลดความรุนแรงของอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลหลังคลอดได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังลดโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลงได้ถึง 45% 2 ตัวเลขนี้สูงพอๆ กับผลของการรักษาด้วยยาบางชนิด แต่ปลอดภัยกว่าและไม่มีผลข้างเคียง คุณแม่ที่รู้สึกเครียดหรืออารมณ์แปรปรวนจึงไม่ต้องลังเลที่จะลุกขึ้นมาขยับร่างกายเบาๆ นะคะ

 

ไม่กระทบน้ำนมแม่

คุณแม่หลายท่านกังวลว่าออกกำลังกายแล้วน้ำนมจะน้อยลง ขอบอกเลยว่าไม่จริงค่ะ มีงานวิจัยยืนยันว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิก 5 วันต่อสัปดาห์ไม่ส่งผลเสียต่อการให้น้ำนมแม่ ตราบใดที่ได้รับน้ำและอาหารเพียงพอ 6 ดังนั้นลูกน้อยจะยังคงได้รับน้ำนมแม่อย่างเต็มที่

 

พลังงานและการนอนดีขึ้น

การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยเพิ่มพลังงาน ลดความเหนื่อยล้า และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ซึ่งสำคัญมากในช่วงที่ต้องดูแลลูกน้อยทั้งวันทั้งคืน 7

 

ท่าออกกําลังกายหลังคลอด 7 ท่า ที่คุณแม่ทำได้ที่บ้านมีอะไรบ้าง

ก่อนเริ่มทำท่าต่างๆ มาเช็คความพร้อมกันก่อนนะคะ การเริ่มจากการประเมินตัวเองจะช่วยให้คุณแม่มั่นใจและเลือกท่าออกกําลังกายหลังคลอดที่เหมาะกับร่างกายของตัวเองได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

Self-Check ก่อนเริ่มออกกำลังกาย

ลองเช็คตัวเองง่ายๆ ตามรายการนี้

  • ผ่านช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอดแล้ว
  • รู้สึกสดชื่นพอประมาณ ไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป
  • ไม่มีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด
  • ได้พักผ่อนและดื่มน้ำเพียงพอ
  • (สำหรับคุณแม่ผ่าคลอด) ได้รับคำแนะนำจากแพทย์แล้ว

ถ้าเช็คครบทุกข้อ เริ่มได้เลยค่ะ ถ้ายังขาดข้อใดข้อหนึ่ง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ

 

หลักการสำคัญก่อนเริ่ม

  • เริ่มจากท่าที่ใช้แรงน้อยไปหาท่ายาก
  • ระหว่างทำควรพักและหายใจลึกๆ เป็นระยะ
  • แต่ละท่าทำประมาณ 5-10 ครั้งต่อรอบ
  • ทำ 3 รอบ กระจายในช่วงเช้า กลางวัน เย็น 4
  • ใช้เวลาประมาณ 10-30 นาทีต่อวัน 4
  • หากรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายให้หยุดทันที

 

ท่าออกกำลังกายหลังคลอดที่เหมาะกับคุณแม่ข-1ท่าออกกำลังกายหลังคลอดที่เหมาะกับคุณแม่ข-2

4 ท่าออกกำลังกายทำได้ช่วง 3 วันแรกหลังคลอด

ท่าทั้ง 4 นี้ออกแบบมาให้ทำได้ตั้งแต่ช่วง 24 ชั่วโมงแรก ใช้แรงน้อย ไม่กดทับแผล เหมาะกับทั้งคุณแม่คลอดธรรมชาติและคุณแม่ผ่าคลอด

ท่าที่ 1: ฝึกการหายใจด้วยหน้าท้อง

ท่าเริ่มต้น: นอนราบชันเข่าขึ้นทั้งสองข้าง วางมือประสานบนหน้าท้อง

วิธีทำ: หายใจเข้าลึกๆ ทางจมูกช้าๆ รู้สึกว่าหน้าท้องค่อยๆ ป่องขึ้นเหมือนเป่าบอลลูน จากนั้นผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ พร้อมเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องเบาๆ ทำ 10 ครั้ง

ประโยชน์: ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย เป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาเชื่อมต่อกับร่างกายหลังคลอด และเป็นพื้นฐานของการบริหารหน้าท้องในขั้นต่อไป 4

 

ท่าที่ 2: บริหารข้อเท้า

ท่าเริ่มต้น: นอนหงายวางเท้าให้อยู่ระดับสูงกว่าลำตัวเล็กน้อย

วิธีทำ: กระดกข้อเท้าขึ้นและถีบปลายเท้าลงสลับกัน จากนั้นหมุนข้อเท้าเป็นวงกลมทั้งด้านขวาและซ้าย ทำข้างละ 10 ครั้ง

ประโยชน์: กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดอาการบวมบริเวณขาและเท้า และลดความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดในช่วงที่ต้องนอนหรือนั่งนาน 4

 

ท่าที่ 3: ยืดไหล่และแขน

ท่าเริ่มต้น: นั่งหรือนอนในท่าที่สบาย ประสานมือทั้งสองข้างไว้ด้านหน้า

วิธีทำ: ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะช้าๆ ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที แล้วค่อยลดลง ทำซ้ำ 10 ครั้ง จากนั้นหมุนไหล่ทีละข้างเป็นวงกลมไปข้างหน้าและข้างหลัง

ประโยชน์: เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน เตรียมพร้อมสำหรับการอุ้มเจ้าตัวเล็ก ทั้งยังช่วยผ่อนคลายความตึงของกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ที่มักล้าจากการให้นมและอุ้มลูกเป็นเวลานาน

 

ท่าที่ 4: กระชับหน้าท้องและอุ้งเชิงกราน

ท่าเริ่มต้น: นอนราบชันเข่าขึ้นสองข้าง แขม่วหน้าท้องเบาๆ

วิธีทำ: ขมิบก้นและช่องคลอด คล้ายความรู้สึกเวลากลั้นปัสสาวะ เกร็งค้างไว้ประมาณ 10 วินาที แล้วปล่อย ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ประโยชน์: เสริมความแข็งแรงและฟื้นฟูกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานซึ่งถูกยืดขยายอย่างมากจากการตั้งครรภ์และคลอด ช่วยป้องกันปัญหาการกลั้นปัสสาวะ 4, 8

 

3 ท่าเสริมความแข็งแรง เริ่มได้หลังวันที่ 3

เมื่อร่างกายเริ่มแข็งแรงขึ้น ผ่านพ้นช่วง 3 วันแรก คุณแม่สามารถเพิ่มท่าเสริมความแข็งแรงต่อไปนี้ได้ ทั้ง 3 ท่ายังคงเน้นความปลอดภัย ไม่กระทบแผลผ่าคลอด

ท่าที่ 5: ดันผนัง (Wall Push-up)

ท่าเริ่มต้น: ยืนหันหน้าเข้าผนัง ห่างจากผนังประมาณหนึ่งช่วงแขน วางฝ่ามือทั้งสองข้างบนผนังระดับไหล่

วิธีทำ: ค่อยๆ งอข้อศอกโน้มตัวเข้าหาผนัง ออกแรงดันผนังกลับมาให้ตัวตั้งตรง ค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง หายใจเข้า-ออกตามจังหวะ

ประโยชน์: เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนและหน้าอกแบบเบาๆ ช่วยให้แขนและอกกระชับ โดยไม่กระทบแผลผ่าคลอด เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ยังไม่พร้อมทำ push-up บนพื้น

 

ท่าที่ 6: สะพานโค้งจิ๋ว (Bridge)

ท่าเริ่มต้น: นอนหงาย ชันเข่าสองข้าง เท้าวางราบกับพื้น แขนเหยียดตรงข้างลำตัว แขม่วหน้าท้องเบาๆ

วิธีทำ: กดหลังติดพื้น ค่อยๆ ยกสะโพกขึ้นจากพื้นเล็กน้อย พร้อมเกร็งกล้ามเนื้อก้น ค้างไว้ 5 วินาที แล้วค่อยวางสะโพกลง ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ประโยชน์: กระชับกล้ามเนื้อสะโพก เสริมความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว และช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานไปในตัว 4

 

ท่าที่ 7: พนมมือบริหารอก

ท่าเริ่มต้น: นั่งหลังตรงในท่าที่สบาย พนมมือทั้งสองข้างที่ระดับอก แขนอยู่ระดับไหล่

วิธีทำ: ออกแรงกดฝ่ามือเข้าหากันให้แน่น ค้างไว้ 10 วินาที แล้วผ่อน ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ประโยชน์: กระชับกล้ามเนื้อหน้าอก เพิ่มความแข็งแรงของแขน ช่วยพยุงทรงเต้านมในช่วงให้นมลูก 4

 

Quick Reference Card ท่าไหนเริ่มเมื่อไหร่

ท่า

ทำได้เมื่อไหร่

ความยาก

เหมาะกับ

1. ฝึกหายใจ24 ชม. แรกง่ายสุดทุกคน
2. บริหารข้อเท้า24 ชม. แรกง่ายสุดลดบวมเท้า
3. ยืดไหล่และแขน24 ชม. แรกง่ายสุดคลายบ่าไหล่
4. อุ้งเชิงกราน3 วันแรกง่ายทุกคน
5. ดันผนังหลัง 3 วันง่ายสร้างกล้ามเนื้อแขน
6. สะพานโค้งจิ๋วหลัง 3 วันปานกลางกระชับก้น-ท้อง
7. พนมมือบริหารอกหลัง 3 วันง่ายกระชับหน้าอก

คุณแม่ผ่าคลอดควรเริ่มช้ากว่าและปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งนะคะ

 

คุณแม่หลังคลอด ไม่ควรออกกำลังกายแบบไหน

แม้การออกกำลังกายจะดี แต่บางท่าในช่วงหลังคลอดอาจทำให้บาดเจ็บหรือชะลอการฟื้นตัวได้ มาดูกันว่าอะไรควรเลี่ยงในช่วงแรก

ออกกำลังกายที่มีการกระแทกสูง

การวิ่ง กระโดด หรือกิจกรรมที่กระแทกแรง ควรหลีกเลี่ยงในช่วง 3 เดือนแรก เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาอุ้งเชิงกรานสูงมาก งานวิจัยพบว่ากิจกรรมที่มีการกระแทกสูงเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานผิดปกติ (Pelvic floor dysfunction) เกือบ 5 เท่าเมื่อเทียบกับกิจกรรมที่มีแรงกระแทกต่ำ 1

 

ท่าที่กดทับหน้าท้อง

ซิทอัพ ครั้นช์ และ แพลงค์ ในช่วงแรก เพราะอาจทำให้ภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก (Diastasis Recti) แย่ลง โดยเฉพาะคุณแม่ผ่าคลอดที่แผลยังไม่สมานสนิท งานวิจัยในปี 2024 พบว่าการฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้องอย่างถูกวิธีต่างหากที่ช่วยลดระยะห่างของกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แยกได้ ไม่ใช่ท่าที่กดทับหน้าท้องแรงๆ 8

 

ยกน้ำหนักหนัก

การยกของหนักหรือเล่นเวทหนักๆ ในช่วงแรก เสี่ยงต่อแผลผ่าตัดและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่ยังไม่แข็งแรงพอ

 

ท่าที่ต้องเกร็งหน้าท้องแรงๆ

โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีแผลผ่าคลอดแนวยาว ควรหลีกเลี่ยงท่าที่ยกศีรษะและลำตัวขึ้นพร้อมกัน เพราะอาจทำให้แผลเจ็บหรือสมานช้าลง 4

 

3 ความเชื่อผิดๆ เรื่องออกกำลังกายหลังคลอด

ความเชื่อ #1 ออกกำลังกายทำให้น้ำนมน้อยลง

ไม่จริงค่ะ งานวิจัยยืนยันว่าการออกกำลังกายไม่กระทบปริมาณน้ำนมแม่ ตราบใดที่ดื่มน้ำและกินอาหารครบถ้วน 6 เคล็ดลับคือให้ลูกดูดนมหรือปั๊มก่อนออกกำลังกายจะช่วยให้สบายตัวขึ้น

 

ความเชื่อ #2 ต้องรอให้แผลหายสนิท 100% ถึงจะเริ่มได้

ไม่จริงทั้งหมดค่ะ ท่าเบาๆ อย่างฝึกหายใจหรือบริหารข้อเท้าเริ่มได้ตั้งแต่ 24 ชั่วโมงแรก 4 แค่ต้องเลือกท่าให้เหมาะและฟังเสียงร่างกายเป็นหลัก

 

ความเชื่อ #3 Sit-up ช่วยลดพุงหลังคลอดได้เร็ว

ไม่จริงและอาจเป็นโทษค่ะ การทำซิทอัพในช่วงที่กล้ามเนื้อหน้าท้องยังไม่ฟื้นตัว อาจทำให้ภาวะกล้ามเนื้อแยก (Diastasis Recti) แย่ลง ทางที่ดีคือเริ่มจากท่าแกนกลางที่ปลอดภัย เช่น การฝึกหายใจและกระชับอุ้งเชิงกราน 1

 

สัญญาณเตือนอะไรบ้างที่ต้องหยุดออกกำลังกายทันที

ร่างกายของคุณแม่แต่ละคนฟื้นตัวไม่เหมือนกัน การฟังเสียงร่างกายตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากพบอาการใดอาการหนึ่งต่อไปนี้ระหว่างหรือหลังออกกำลังกาย ให้หยุดทันทีและปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

สัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจ

  • เลือดออกผิดปกติ จากช่องคลอด หรือน้ำคาวปลาออกมากผิดปกติหรือเปลี่ยนสี
  • ปวดแผลผ่าตัดรุนแรง หรือแผลบวมแดงร้อน
  • เวียนหัว หน้ามืด ใจสั่น หรือรู้สึกจะเป็นลม
  • หายใจไม่อิ่ม เจ็บหน้าอก
  • ปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง หรือปวดเกร็ง
  • ปวดศีรษะรุนแรง ผิดปกติ
  • ขาบวม ปวดน่องมากผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของลิ่มเลือดอุดตัน

หากพบอาการเหล่านี้ ให้หยุดออกกำลังกายทันทีและพบแพทย์โดยเร็วนะคะ ไม่ต้องรู้สึกผิดหรือท้อใจ ร่างกายของคุณแม่เพิ่งผ่านงานใหญ่มา การพักและฟื้นตัวช้าไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการดูแลตัวเองอย่างฉลาดค่ะ

 

ออกกำลังกายหลังคลอด แบบไหนเหมาะกับคุณแม่กลุ่มไหน

คุณแม่แต่ละท่านมีเงื่อนไขร่างกายที่แตกต่างกัน การเลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเองจึงสำคัญมาก ลองดูว่าคุณแม่อยู่ในกลุ่มไหน

คุณแม่คลอดธรรมชาติไม่มีภาวะแทรกซ้อน

เริ่มท่าเบาๆ ได้ตั้งแต่ 24 ชั่วโมงแรกเลย เน้นการฝึกหายใจ บริหารข้อเท้า และกระชับอุ้งเชิงกราน จากนั้นค่อยเพิ่มท่าอื่นๆ ตามความพร้อมของร่างกาย

 

คุณแม่ผ่าคลอด

ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะงานวิจัยพบว่าแผลมดลูกยังคงสมานตัวอยู่แม้ถึงช่วง 6 สัปดาห์หลังคลอด 1 ในช่วงแรกควรเริ่มจากท่านั่งหรือนอนเบาๆ เช่น ฝึกหายใจและบริหารข้อเท้า หลีกเลี่ยงท่าที่กดทับแผล คุณแม่ที่กำลังมองหาท่าออกกำลังกายหลังผ่าคลอดที่ปลอดภัย ขอให้เริ่มจาก 4 ท่าแรกในหัวข้อก่อนหน้า แล้วค่อยเพิ่มท่าอื่นเมื่อแพทย์อนุญาต

 

คุณแม่ที่มีภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก (Diastasis Recti)

ภาวะนี้คือกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกออกจากกันหลังตั้งครรภ์ ซึ่งพบได้บ่อย ควรหลีกเลี่ยง ซิทอัพ ครั้นช์ และท่าที่ทำให้หน้าท้องโป่งหรือเป็นรูปกรวย เน้นท่าแกนกลางที่เบากว่า เช่น การฝึกหายใจและบริหารเชิงกราน ภายใต้คำแนะนำของนักกายภาพบำบัด งานวิจัยปี 2024 พบว่าการฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้องอย่างเหมาะสมช่วยลดระยะห่างของกล้ามเนื้อหน้าท้องได้จริง  1, 8

 

คุณแม่ที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือโรคประจำตัว

เช่น ความดันสูง เบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือภาวะครรภ์เป็นพิษ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกายทุกรูปแบบ แพทย์จะประเมินและแนะนำท่าที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของคุณแม่แต่ละท่าน

 

คุณแม่ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายมาก่อน

ไม่ต้องกังวลค่ะ ค่อยๆ เริ่มจากท่าง่ายๆ และเพิ่มทีละน้อย ไม่จำเป็นต้องทำหนักหรือนานตั้งแต่วันแรก การเดินเบาๆ วันละ 10-15 นาทีก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากแล้ว

 

อาหารอะไรที่คุณแม่ควรกินเพื่อฟื้นตัวและบำรุงน้ำนม

โภชนาการที่ดีคือกุญแจสำคัญที่ทำงานควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและผลิตน้ำนมที่มีคุณภาพให้ลูกน้อย

 

อาหารที่คุณแม่ควรรับประทาน ดีกับหุ่น และลูกน้อย

 

สารอาหารสำคัญสำหรับคุณแม่หลังคลอด

ในช่วงหลังคลอด ร่างกายของคุณแม่ต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นประมาณ 500 กิโลแคลอรีต่อวัน เพื่อใช้ในการสร้างน้ำนมสำหรับลูกน้อย 5 จานอาหารแต่ละมื้อจึงควรครบหมวดหมู่

กลุ่มข้าวและแป้ง

เน้นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต เผือก มันเทศ และธัญพืชต่างๆ ที่ให้พลังงานสม่ำเสมอและมีใยอาหารช่วยป้องกันท้องผูก ควรหลีกเลี่ยงน้ำตาลและของหวานจัด 5

กลุ่มโปรตีน

คุณแม่ให้นมบุตรต้องการโปรตีนเพิ่มขึ้นประมาณ 70 กรัมต่อวัน 5 แหล่งโปรตีนดีๆ เช่น ปลา ไก่ ไข่ เต้าหู้ และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน รวมถึงน้ำเต้าหู้ก็เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี

ผักและผลไม้

ผักใบเขียวและผักผลไม้หลากสีอย่างน้อย 4-6 ทัพพีต่อวัน 5 ช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารครบถ้วน ผักพื้นบ้านอย่างตำลึง ฟักทอง และแครอท นอกจากอร่อยแล้วยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อแม่และลูก

ไขมันดี

ไขมันโอเมก้า 3 ที่พบมากในเนื้อปลา เป็นสารอาหารที่ดีต่อทั้งแม่และลูกน้อย 5

น้ำสะอาด

ดื่มอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพราะน้ำเป็นวัตถุดิบหลักของน้ำนมแม่ และช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีน 5

 

ของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดจากแม่สู่ลูก

ท่ามกลางสารอาหารทั้งหมด สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณแม่สามารถส่งต่อให้ลูกน้อยได้คือน้ำนมแม่ เพราะในน้ำนมแม่มีสารอาหารสำคัญมากกว่า 200 ชนิดที่ช่วยในการพัฒนาสมองและร่างกายของลูกน้อย โดยเฉพาะสารอาหารพระเอกอย่าง แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน (Alphalac Sphingomyelin) ซึ่งทำหน้าที่สร้างปลอกไมอีลินหุ้มเส้นใยประสาท เปรียบเหมือนฉนวนหุ้มสายไฟที่ทำให้สัญญาณประสาทวิ่งได้รวดเร็วแบบก้าวกระโดด ลูกน้อยจึงพร้อมเรียนรู้สิ่งรอบตัวได้ตั้งแต่วันแรกๆ ของชีวิต นอกจากนี้น้ำนมแม่ยังมีดีเอชเอ (DHA) และโอเมก้า 3, 6, 9 (Omega 3, 6, 9) ซึ่งเป็นไขมันจำเป็นที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองอีกด้วย

สำหรับคุณแม่ผ่าคลอดโดยเฉพาะ นมแม่ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยสมดุลระบบทางเดินอาหารของลูก งานวิจัยพบว่าทารกที่คลอดโดยการผ่าตัดคลอดจะพลาดโอกาสรับจุลินทรีย์ดีจากช่องคลอดของแม่ ซึ่งส่งผลให้การพัฒนาจุลินทรีย์ในลำไส้ล่าช้ากว่าทารกที่คลอดธรรมชาติ 3 ทารกที่คลอดธรรมชาติจะมีจุลินทรีย์กลุ่ม Bifidobacterium ซึ่งรวมถึง บี แล็กทิส (B. lactis) มากกว่าทารกที่คลอดผ่าตัด 3 การให้นมแม่จึงเป็นวิธีธรรมชาติที่ช่วยสนับสนุนพัฒนาการของระบบทางเดินอาหารและภูมิคุ้มกันของลูกน้อยได้อย่างดี

การออกกำลังกายหลังคลอดเป็นการเดินทางที่ต้องใช้เวลาและความใจเย็น ไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน คุณแม่แต่ละท่านฟื้นตัวในจังหวะของตัวเอง การฟังเสียงร่างกาย เริ่มจากท่าง่ายๆ และค่อยเพิ่มความหนักทีละน้อย คือหัวใจสำคัญของการกลับมาแข็งแรงอย่างปลอดภัย ควบคู่กับการดูแลโภชนาการและการพักผ่อน คุณแม่จะกลับมาแข็งแรงพร้อมเลี้ยงดูลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ ถ้ายังไม่มั่นใจหรือมีความกังวลใดๆ อย่าลังเลที่จะปรึกษาคุณหมอนะคะ

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ให้นม