ลูกอุจจาระแข็งทําไงดี ลูกถ่ายแข็งเป็นก้อน พร้อมวิธีดูแลลูกน้อย
คำถามที่พบบ่อย
ลูกอุจจาระแข็งทําไงดี เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?
สาเหตุหลักที่ทำให้คุณแม่ต้องหนักใจว่าลูกอุจจาระแข็งทําไงดี มักเกิดจากการที่ลูกดื่มน้ำและได้รับใยอาหารไม่เพียงพอ การเปลี่ยนสูตรนมหรือเริ่มอาหารเสริมใหม่ และพฤติกรรมชอบกลั้นอุจจาระ 1 นอกจากนี้ในทารกบางรายอาจมีสาเหตุมาจากภาวะแพ้โปรตีนนมวัวร่วมด้วย 6 แนะนำให้คุณแม่ลองสังเกตการกินและการขับถ่ายของลูกประมาณ 3 ถึง 5 วัน หากอาการยังไม่ดีขึ้นหรือน่าเป็นห่วง ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงค่ะ
ทารกท้องผูกกี่วันถึงควรพาไปหาคุณหมอ?
สำหรับทารกที่ไม่ได้กินนมแม่อย่างเดียว หากไม่ถ่ายเกิน 3 วันร่วมกับมีอาการอาเจียนหรืองอแง ควรพาไปพบคุณหมอทันทีค่ะ 1 แต่หากมีเลือดปนอุจจาระ ท้องอืดบวม น้ำหนักไม่ขึ้น หรือร้องไห้เจ็บปวดต่อเนื่อง ไม่ต้องรอจนครบวันควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีนะคะ 4, 5 ส่วนทารกที่กินนมแม่อย่างเดียวและอายุเกิน 1 เดือน อาจถ่าย 4 ถึง 7 วันครั้งซึ่งถือว่าปกติได้ ถ้าอุจจาระยังนิ่มและลูกสบายดี 2 แต่หากลูกเริ่มอึลำบากจนคุณแม่กังวลว่าลูกอุจจาระแข็งทําไงดี การสังเกตอาการเหล่านี้จะช่วยให้พาไปพบคุณหมอได้อย่างทันท่วงทีค่ะ
อาหารอะไรช่วยให้ลูกถ่ายง่ายขึ้น?
ผัก ผลไม้ที่มีใยอาหารสูง เช่น ลูกพรุน ลูกแพร์ ลูกพีช แอปริคอท ถั่วลันเตา ถั่วต่างๆ บรอกโคลี กล้วยน้ำว้าสุก และอินทผลัม เป็นกลุ่มที่ช่วยให้ลูกถ่ายได้ง่ายขึ้น 2 สำหรับทารกที่ยังกินอาหารบดละเอียด คุณแม่สามารถปั่นลูกพรุน ลูกพีช หรือลูกแพร์ให้ลูกทาน และเปลี่ยนซีเรียลข้าวเป็นซีเรียลโอ๊ตหรือข้าวสาลีแทน เพราะซีเรียลข้าวอาจทำให้ทารกบางคนถ่ายแข็งขึ้น 5
สรุป
- ลูกอุจจาระแข็ง คือ ภาวะที่ลูกถ่ายอุจจาระเป็นก้อนแข็ง แห้ง ขนาดใหญ่ หรือมีอาการเบ่งเจ็บปวด สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการได้รับน้ำและใยอาหารไม่เพียงพอ การเปลี่ยนนมหรืออาหารใหม่ และพฤติกรรมกลั้นอุจจาระ 1
- การดูแลเบื้องต้นที่บ้าน: คุณแม่สามารถเริ่มแก้ไขได้ง่ายๆ โดยการจัดสรรน้ำดื่มให้เพียงพอตามวัย เพิ่มการทานผักผลไม้ที่มีใยอาหารสูง เช่น ลูกพรุน ลูกแพร์ ถั่วลันเตา และบรอกโคลี ร่วมกับการฝึกนิสัยการขับถ่ายให้ตรงเวลา สำหรับทารกตัวน้อยอาจใช้เทคนิคช่วยเบาๆ ด้วยการนวดท้องวนตามเข็มนาฬิกาหรือจับขาลูกขยับออกกำลังกายเบาๆ 2
- สิ่งสำคัญที่คุณแม่ต้องระวัง: ห้ามใช้ยาระบาย ยาสวน หรือกลีเซอรีนแท่งกับลูกเองโดยไม่ปรึกษาคุณหมอก่อน เพราะอาจทำให้ลูกเคยชินกับการกระตุ้นและไม่ยอมขับถ่ายเอง 1, 6
- สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์: คุณแม่ควรพาลูกไปพบคุณหมอทันทีหากเห็นเลือดปนอุจจาระ ท้องอืดบวมผิดปกติ อาเจียน น้ำหนักไม่ขึ้น หรือไม่ถ่ายเกิน 3 วันร่วมกับงอแงและอาเจียน 1
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- ลูกอุจจาระแข็ง คืออะไร เช็กลักษณะอุจจาระแบบไหนเรียก "แข็ง"
- ทารกขับถ่ายอย่างไร เข้าใจธรรมชาติการขับถ่ายของลูกน้อย
- สาเหตุที่ทำให้ลูกอุจจาระแข็ง
- อาการที่บอกว่าลูกถ่ายแข็ง สังเกตอย่างไร
- วิธีดูแลเมื่อลูกน้อยถ่ายยาก
- ข้อควรระวังเมื่อทารกไม่ถ่าย หรือลูกท้องผูก 2 ขวบ
- สัญญาณที่ควรพาลูกพบแพทย์
ลูกอุจจาระแข็ง คืออะไร เช็กลักษณะอุจจาระแบบไหนเรียก "แข็ง"
ลูกอุจจาระแข็งคือภาวะที่ลูกถ่ายอุจจาระเป็นก้อนแข็ง แห้ง ขนาดใหญ่ และมักเบ่งถ่ายลำบากหรือเจ็บปวด 1 ในมุมของแพทย์ ภาวะท้องผูกในเด็กหมายถึงการถ่ายอุจจาระน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ร่วมกับอุจจาระแข็ง เบ่งมาก หรือมีเลือดปน ถึงแม้ในบางครั้งลูกอาจถ่ายทุกวันก็ตาม 6 ทั้งนี้ภาวะอุจจาระแข็งหรือท้องผูกถือว่าพบได้บ่อยในเด็ก โดยเด็กวัยเตาะแตะมากถึงร้อยละ 20 เคยมีอาการนี้ในช่วงใดช่วงหนึ่ง 4
ลักษณะอุจจาระปกติของทารก
ลักษณะอุจจาระของทารกแต่ละช่วงวัยแตกต่างกัน ซึ่งมีลักษณะตามธรรมชาติของสารอาหารดังนี้ค่ะ:
- ทารกแรกเกิดที่กินนมแม่: ส่วนใหญ่จะมีอุจจาระที่อ่อนนุ่ม มีสีเหลืองทอง
- ทารกที่กินนมผงสำหรับเด็ก: อุจจาระมักจะเหนียวข้นกว่าปกติเล็กน้อย และมีสีเหลืองอ่อนหรือน้ำตาลอ่อน
- เมื่อเริ่มอาหารตามวัย: อุจจาระจะเริ่มเกาะตัวและแข็งขึ้นเล็กน้อย มีสีและกลิ่นที่เปลี่ยนไปตามประเภทอาหารและใกล้เคียงกับผู้ใหญ่มากขึ้น
ลักษณะที่ถือว่าปกติคือ อุจจาระนิ่มถึงนิ่มปานกลาง ลูกขับถ่ายได้สบาย ไม่มีอาการงอแงหรือร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด 2
อุจจาระแข็งแบบไหนเรียกว่าผิดปกติ
ถ้าอุจจาระของลูกมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กแข็งคล้ายเม็ดถั่ว หรือเป็นก้อนใหญ่กลมแข็งคล้ายลูกกอล์ฟ ลูกต้องเบ่งนาน หน้าแดง ร้องไห้ขณะถ่าย หรือมีเลือดติดออกมากับอุจจาระ ลักษณะแบบนี้ถือว่าผิดปกติ โดยมีข้อสังเกตที่คุณแม่ควรทราบดังนี้ค่ะ:
- ลักษณะอุจจาระที่ผิดปกติ: เป็นเม็ดเล็กแห้งคล้ายเม็ดกระสุนหรือเม็ดถั่ว หรือรวมเป็นก้อนกลมใหญ่และแข็งมาก
- พฤติกรรมขณะขับถ่าย: ลูกร้องไห้งอแงเจ็บปวดขณะถ่าย เบ่งนานจนหน้าแดงจัด หรือพยายามเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อกลั้นถ่าย
- สัญญาณเตือนสุขภาพ: สังเกตพบรอยเลือดสดเคลือบอยู่บนก้อนอุจจาระหรือมีเลือดซึมออกมาขณะที่เช็ดทำความสะอาด
คุณแม่ควรเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะหากปล่อยไว้อุจจาระจะสะสมในลำไส้ใหญ่มากขึ้น ทำให้อุจจาระถูกดูดซึมน้ำกลับออกไปจนก้อนใหญ่และแข็งขึ้น ส่งผลให้ลูกรู้สึกเจ็บปวดมากยิ่งขึ้นเมื่อต้องขับถ่าย และจะนำไปสู่วงจรพฤติกรรมการกลั้นอุจจาระเพราะความกลัวในที่สุด 6
ทารกขับถ่ายอย่างไร เข้าใจธรรมชาติการขับถ่ายของลูกน้อย
ธรรมชาติการขับถ่ายของทารกเปลี่ยนแปลงไปตามอายุและประเภทของอาหารที่กิน คุณแม่ไม่ต้องตกใจถ้าลูกถ่ายไม่ทุกวัน เพราะในช่วงเดือนแรก ทารกมักถ่ายประมาณวันละครั้ง หลังจากนั้นทารกอาจถ่ายห่างขึ้น บางคนถ่ายหลายวันครั้งหรือเกือบหนึ่งสัปดาห์ครั้งก็ได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าท้องของลูกยังไม่แข็งแรง ลูกจึงต้องเบ่ง ร้อง และหน้าแดงเวลาถ่าย ซึ่งไม่ได้แปลว่าลูกท้องผูก ถ้าอุจจาระที่ออกมายังนิ่มอยู่ก็ถือว่าปกติค่ะ 1
ความถี่การขับถ่ายตามช่วงวัย
ความถี่ในการขับถ่ายของเด็กแต่ละคนแตกต่างกันได้มาก โดยทั่วไปมีข้อสรุปที่เข้าใจง่ายดังนี้ค่ะ:
- ความถี่โดยปกติ: เกณฑ์ปกติสามารถพบได้ตั้งแต่ขับถ่าย 3 ครั้งต่อวัน ไปจนถึง 1 ครั้งทุกๆ 2 วัน เมื่อเด็กเริ่มกินอาหารปกติแล้ว ลักษณะการขับถ่ายก็จะคล้ายผู้ใหญ่ ส่วนเด็กที่ถ่ายห่างทุก 4-5 วัน มักมีอาการเจ็บปวดและเบ่งถ่ายลำบากร่วมด้วย
- กรณีพิเศษของนมแม่: สำหรับทารกอายุเกิน 1 เดือนที่ดื่มนมแม่อย่างเดียว อาจถ่ายห่างได้ทุก 4-7 วัน ตราบใดที่ก้อนอุจจาระยังนิ่ม มีขนาดใหญ่ และลูกถ่ายได้โดยไม่เจ็บ ก็ถือว่าปกติ 2
ลูกไม่ถ่ายหลายวันถือว่าผิดปกติมั้ย
ในทารกวัย 1-2 เดือนที่ได้รับนมมารดาอย่างเดียว อาจไม่อุจจาระนาน 5-10 วันก็ได้ โดยทารกกลุ่มนี้จะไม่มีอาการผิดปกติอื่นใด ดูดนมได้ดี น้ำหนักขึ้นตามปกติ 6 สิ่งที่คุณแม่ควรสังเกตจึงไม่ใช่แค่ "กี่วันถ่าย" แต่ต้องดูลักษณะอุจจาระและพฤติกรรมของลูกประกอบด้วย ถ้าลูกดูสบายดี กินนมได้ดี ขับถ่ายแล้วไม่เจ็บปวด แสดงว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ
สาเหตุที่ทำให้ลูกอุจจาระแข็ง
สาเหตุของอาการลูกอุจจาระแข็งมักเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ทั้งเรื่องอาหาร พฤติกรรม และสภาพแวดล้อม โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ การกลั้นอุจจาระ การไม่ได้รับใยอาหารเพียงพอ การดื่มน้ำน้อย การเปลี่ยนจากนมแม่เป็นนมผงสำหรับเด็ก หรือเริ่มอาหารแข็ง และความเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน เช่น เดินทาง เริ่มไปโรงเรียน หรือเหตุการณ์ที่ทำให้เครียด 1
น้ำและใยอาหารไม่เพียงพอ
ภาวะขาดน้ำและใยอาหารเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการลูกอุจจาระแข็ง เมื่ออาหารผ่านลำไส้แล้วน้ำถูกดูดกลับมากเกินไป อุจจาระจึงแห้งและแข็ง การกินอาหารที่มีใยอาหารน้อย ดื่มน้ำไม่พอ หรือกินนมและเนยแข็งในปริมาณมากเกินไป ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้อุจจาระแข็ง 4 คุณแม่ลองสังเกตว่า ในแต่ละวันลูกได้ดื่มน้ำเพียงพอตามวัยหรือยัง และในจานอาหารมีผัก ผลไม้ครบหรือเปล่า เพราะแค่ปรับสองสิ่งนี้ก็ช่วยได้มากแล้วค่ะ
แพ้นมวัว
ในทารกหรือเด็กเล็ก สาเหตุที่ไม่ควรมองข้ามคือภาวะแพ้นมวัว ซึ่งสามารถทำให้ลูกมีอาการท้องผูกเรื้อรังได้ ข้อมูลจากโรงพยาบาลขอนแก่นรามระบุว่า ในทารกหรือเด็กเล็กที่มีอาการท้องผูกบ่อย จำเป็นต้องหาโรคที่เป็นสาเหตุก่อน หรือบางครั้งอาจเกิดจากภาวะแพ้โปรตีนจากนมวัวร่วมด้วย 6 ถ้าคุณแม่สงสัยว่าลูกอาจแพ้ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการดูแลที่ถูกต้อง
การเปลี่ยนนมหรืออาหารใหม่
อีกสาเหตุที่พบบ่อยคือการเปลี่ยนแปลงอาหาร เช่น เปลี่ยนจากนมแม่เป็นนมผงสำหรับเด็ก เริ่มอาหารเสริม หรือเปลี่ยนสูตรนม ระบบทางเดินอาหารของทารกต้องใช้เวลาปรับตัว ทำให้ลูกอาจมีอาการอุจจาระแข็งชั่วคราว รูปแบบการขับถ่ายของทารกอาจเปลี่ยนเมื่ออาหารเปลี่ยน ทั้งการสลับจากนมแม่เป็นนมผง การเริ่มอาหารแข็ง หรือดื่มนมน้อยกว่าปกติ 5 ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ คุณแม่อาจช่วยลูกได้ด้วยการเพิ่มน้ำ และให้อาหารบดที่มีใยอาหารควบคู่ไป
พฤติกรรมและสภาพแวดล้อม
ในเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย พฤติกรรมกลั้นอุจจาระถือเป็นสาเหตุสำคัญ ลูกอาจกลั้นเพราะกลัวเจ็บจากการเบ่งครั้งก่อน ไม่ชอบเข้าห้องน้ำที่โรงเรียน หรือกำลังเล่นเพลินจนไม่อยากหยุด การกลั้นบ่อยๆ ทำให้อุจจาระสะสมในลำไส้ใหญ่จนก้อนใหญ่และแข็งขึ้น เกิดเป็นวงจรท้องผูกเรื้อรัง 6 ความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงในชีวิต เช่น เปลี่ยนโรงเรียน เปลี่ยนกิจวัตร หรือการเดินทาง ก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการได้เช่นกัน 4
อาการที่บอกว่าลูกถ่ายแข็ง สังเกตอย่างไร
อาการที่บ่งบอกว่าลูกอุจจาระแข็งสังเกตได้จากหลายสัญญาณรวมกัน ไม่ใช่แค่ความถี่ในการขับถ่ายอย่างเดียว คุณแม่ลองสังเกตลูกตามรายการต่อไปนี้ค่ะ
- อุจจาระแข็ง แห้ง เป็นก้อนเล็กคล้ายเม็ดถั่ว หรือก้อนใหญ่กลมคล้ายลูกกอล์ฟ 5
- ลูกเบ่งถ่ายลำบาก เจ็บปวด ร้องไห้ขณะถ่าย หรือถ่ายแล้วหน้าแดงนานๆ 1
- ปวดท้อง ท้องอืดบวม หรือมีลมในท้องมาก 5
- ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ (สำหรับเด็กที่กินอาหารปกติแล้ว) 1
- มีเลือดออกมากับอุจจาระหรือมีรอยเลือดติดกระดาษชำระ 1
- ลูกงอแง หงุดหงิด ดูไม่สบายตัวกว่าปกติ 5
- ในทารกอาจมีอาการแหวะนมมากกว่าปกติร่วมด้วย 1
ถ้าลูกกลั้นอุจจาระบ่อยๆ จะทำให้อุจจาระสะสมในลำไส้ใหญ่จนก้อนใหญ่และแข็งขึ้น ทำให้เวลาขับถ่ายลำบากและเจ็บปวด หรือเกิดบาดแผลเล็กๆ ที่ทวารหนัก มีเลือดออก ยิ่งกลั้นยิ่งเป็นวงจรที่ทำให้ท้องผูกมากขึ้น 6 คุณแม่จึงควรสังเกตและช่วยลูกตั้งแต่อาการเริ่มต้น เพื่อไม่ให้กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง

วิธีดูแลเมื่อลูกน้อยถ่ายยาก
ลูกอุจจาระแข็งทําไงดี ให้กลับมาถ่ายสบายเหมือนเดิม เริ่มจากการปรับโภชนาการ การฝึกพฤติกรรม และการดูแลในชีวิตประจำวัน วิธีช่วยลูกถ่ายยาก ทารกถ่ายแข็ง ที่คุณแม่สามารถลองทำได้เลยที่บ้าน ซึ่งช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นภายในไม่กี่วันค่ะ
1. นมแม่ดีที่สุด
อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า นมแม่เปรียบเสมือนวัคซีนธรรมชาติหยดแรก เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารกว่า 200 ชนิด ที่มีประโยชน์ เช่น
- แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน (Alphalac Sphingomyelin) มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างสารสื่อประสาท และเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณประสาท รวมถึง ดีเอชเอ (DHA) และ โอเมก้า 3, 6, 9 (Omega 3, 6, 9) เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อกลไกการทำงานของสมอง ช่วยให้ลูกมีพัฒนาการสมองที่ดี เรียนรู้ได้เร็ว

- บี แล็กทิส (B. lactis) จุลินทรีย์สุขภาพที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันในช่วงแรกของชีวิตลูกน้อย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย

- PHP (Partially Hydrolyzed Proteins) โปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน หรือ PHP คือโปรตีนที่ถูกย่อยให้มีโมเลกุลเล็กลงกว่าปกติ ซึ่งสามารถพบได้ในนมแม่ดีต่อระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายของทารก ย่อยง่าย ทำให้ลูกขับถ่ายง่าย อุจจาระนิ่ม มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงที่ทำให้ลูกถ่ายแข็ง ถ่ายยาก หรือท้องผูก

งานวิจัยระบุว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีผลเชิงสาเหตุต่อการพัฒนาความสามารถทางปัญญาในวัยเด็ก เพราะสมองของทารกในช่วงปีแรกพัฒนาอย่างรวดเร็วและได้รับอิทธิพลอย่างมากจากสารอาหาร 3
2. ให้ลูกดื่มน้ำเพียงพอ
น้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุจจาระนิ่ม สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) แนะนำว่า หากลูกน้อยมีปัญหาถ่ายอุจจาระแข็งหรือถ่ายลำบาก คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและรับคำแนะนำที่เหมาะสม 2
สำหรับเด็กโตขึ้นมา ควรให้ดื่มน้ำเปล่าตามเกณฑ์ของวัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อุจจาระชุ่มชื้นและขับออกง่าย คุณแม่อาจเตรียมขวดน้ำใบโปรดของลูกไว้ใกล้ตัว ชวนจิบเป็นระยะระหว่างวัน ก็ช่วยได้มากค่ะ
3. เพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีใยอาหารช่วยขับถ่าย
ใยอาหารคือตัวช่วยที่ดีที่สุดในการทำให้อุจจาระนิ่มและขับถ่ายง่าย คุณแม่ลองเพิ่มผักผลไม้กลุ่มต่อไปนี้ในมื้ออาหารของลูก แนะนำให้นำเสนอผักผลไม้ใยอาหารสูง 3 ครั้งหรือมากกว่าต่อวัน 2
ผลไม้ที่ช่วยให้ลูกถ่ายง่าย
- ลูกพรุน เป็นที่ยอมรับว่าช่วยขับถ่ายได้ดี ทั้งในรูปลูกสด ลูกอบแห้ง หรือน้ำลูกพรุน
- ลูกแพร์ ลูกพีช แอปริคอท เนื้อนิ่ม ใยอาหารสูง ทารกที่กินอาหารบดสามารถปั่นเป็นเนื้อละเอียดให้ได้
- กล้วยน้ำว้าสุก กล้วยไข่สุก ที่สุกจัดจนเนื้อนิ่ม
- มะละกอสุก สับปะรด แตงโม ส้ม ที่มีน้ำและใยอาหารช่วยขับถ่าย
- อินทผลัม ลูกเกด มะเดื่อแห้ง สำหรับเด็กโตที่เคี้ยวได้
ผักที่ช่วยให้ลูกถ่ายง่าย
- ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว ถั่วต่างๆ เป็นแหล่งใยอาหารชั้นดี
- บรอกโคลี กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี
- ผักโขม ผักกาดเขียว คะน้า ผักใบเขียวเข้ม
- ฟักทอง มันหวาน แครอท ที่มีกากใยอ่อนๆ เหมาะกับทารก
สำหรับทารกที่ยังกินอาหารบดละเอียด แนะนำให้ปั่นเนื้อลูกพรุน ลูกพีช หรือลูกแพร์ ให้ทานแทนการให้น้ำผลไม้อย่างเดียว และหากลูกกินซีเรียลเสริม คุณแม่ลองเปลี่ยนจากซีเรียลข้าวเป็นซีเรียลโอ๊ต ข้าวสาลี หรือบาร์เลย์ เพราะซีเรียลข้าวอาจทำให้ทารกบางคนถ่ายแข็งขึ้น 5 สำหรับเด็กโต ควรลดอาหารที่ทำให้ท้องผูก เช่น ไอศกรีม กล้วยดิบ ซอสแอปเปิ้ล ข้าว ฟาสต์ฟู้ด ของทอด และอาหารแปรรูปลง 1, 4
4. นวดท้องและกระตุ้นการเคลื่อนไหว
การกระตุ้นทางกายภาพช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวตัวได้ดียิ่งขึ้น คุณแม่สามารถปฏิบัติตามวิธีต่อไปนี้ค่ะ:
- การนวดวนรอบสะดือ: การนวดท้องเบาๆ ตามเข็มนาฬิกาบริเวณรอบสะดือ ประมาณ 5-10 นาที จะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ คุณแม่อาจทำตอนเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือก่อนอาบน้ำก็ได้
- ท่าปั่นจักรยานอากาศ: ส่วนทารกที่ยังเล็ก การจับขาทั้งสองข้างทำท่าปั่นจักรยานเบาๆ หรือดันเข่าให้ชิดอกสลับข้าง เป็นท่าธรรมชาติที่ช่วยให้ลูกเบ่งถ่ายได้ง่ายขึ้น บางครั้งการอาบน้ำอุ่นเพื่อให้ลูกผ่อนคลาย หรือการให้ลูกออกกำลังขาเหมือนปั่นจักรยาน จะช่วยกระตุ้นลำไส้ให้ทำงานดีขึ้น 5
5. ฝึกนิสัยขับถ่ายให้เป็นเวลา
สำหรับเด็กโตที่นั่งกระโถนได้แล้ว การฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลาช่วยให้ลำไส้ทำงานเป็นจังหวะ แนะนำให้ลูกนั่งกระโถนหรือชักโครก 5 นาทีหลังมื้ออาหาร โดยเฉพาะหลังมื้อเช้า เพราะร่างกายจะมีรีเฟล็กซ์อยากถ่ายตามธรรมชาติ ระหว่างที่ลูกนั่ง คุณแม่ควรอยู่ใกล้ๆ คอยพูดให้กำลังใจ แต่ไม่ควรเล่นโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือเพราะจะทำให้ลูกไขว้เขว 2 สำคัญที่สุดคือ ไม่ดุไม่ลงโทษ ใช้คำชมเชยและรางวัลเล็กๆ น้อยๆ แทน เพื่อให้ลูกรู้สึกว่าการขับถ่ายเป็นเรื่องสบายใจ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
ข้อควรระวังเมื่อทารกไม่ถ่าย หรือลูกท้องผูก 2 ขวบ
เมื่อลูกท้องผูก 2 ขวบ หรือทารกไม่ถ่ายหลายวัน คุณแม่หลายท่านอาจรู้สึกร้อนใจอยากช่วยลูกให้ถ่ายเร็วที่สุด แต่มีบางสิ่งที่ควรระวังเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย
- ห้ามใช้ยาระบายเองโดยไม่ปรึกษาคุณหมอ: ห้ามให้ยาระบายหรือยาสวนกับเด็กโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อนโดยเด็ดขาดนะคะ 1 เพราะยาบางชนิดอาจไม่เหมาะกับวัยและน้ำหนักของลูก หรืออาจรบกวนการทำงานของลำไส้ในระยะยาว
- หลีกเลี่ยงการสวนหรือใช้กลีเซอรีนแท่งโดยไม่จำเป็น: สำหรับทารกและเด็กเล็ก ควรงดการกระตุ้นการอุจจาระโดยใช้แท่งสวนหรือกลีเซอรีนแท่งโดยไม่จำเป็น เนื่องจากอาจทำให้เด็กเกิดความคุ้นเคยกับการขับถ่ายด้วยการกระตุ้นที่ทวารหนัก หรือบางรายอาจกลัวการสอดใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าทางทวารหนัก ทำให้เด็กต่อต้านและนำไปสู่พฤติกรรมการกลั้นอุจจาระไม่กล้าขับถ่ายในที่สุด 6 หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอค่ะ
- ระวังภาวะแพ้นมวัวที่ซ่อนอยู่: หากลูกท้องผูกเรื้อรัง แม้ปรับอาหารและน้ำเต็มที่แล้ว ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุที่ซ่อนอยู่ เช่น ภาวะแพ้นมวัว ที่อาจไม่แสดงอาการชัดเจน 6
- หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนนมพร่ำเพรื่อ: ในกรณีที่ลูกกินนมผงสำหรับเด็ก การเปลี่ยนยี่ห้อหรือสูตรบ่อยๆ อาจทำให้ระบบทางเดินอาหารปรับตัวไม่ทันและท้องผูกได้ 5 ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยน ควรค่อยๆ ผสมสูตรเก่ากับสูตรใหม่และชงนมให้ลูกตามอัตราส่วนที่ระบุบนฉลากโภชนาการค่ะ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยนะคะ
สัญญาณที่ควรพาลูกพบแพทย์
แม้ภาวะอุจจาระแข็งส่วนใหญ่ดูแลที่บ้านได้ แต่มีสัญญาณเตือนบางอย่างที่คุณแม่ไม่ควรรอช้า และควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการดังต่อไปนี้ค่ะ
- ไม่ถ่ายร่วมกับมีอาการผิดปกติ: ลูกไม่ถ่ายนานเกิน 3 วันร่วมกับมีอาการอาเจียน หงุดหงิด หรือร้องไห้งอแงผิดปกติ 1
- พบเลือดปน: เห็นเลือดออกมากับอุจจาระหรือมีรอยเลือดที่ทวารหนัก 1, 4
- ท้องตึงแน่น: ท้องอืดบวมผิดปกติ ดูแน่นเต็มไปด้วยลม หรือลูกร้องไห้เมื่อลองกดท้องเบาๆ 4, 5
- ปวดท้องรุนแรง: ลูกปวดท้อง ร้องไห้ หรือพยายามดึงขาเข้าหาท้องด้วยความเจ็บปวด 5
- ผลกระทบต่อการเจริญเติบโต: น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ หรือลดลงอย่างรวดเร็ว หรือมีไข้ร่วมกับอาการท้องผูก 4
- ไม่ดีขึ้นหลังปรับโภชนาการ: ใช้วิธีดูแลที่บ้านเต็มที่แล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ 2
ข้อควรระวังพิเศษที่เป็นอันตราย: หากทารกอายุน้อยกว่า 2 เดือนมีอาการท้องผูก หรือพบอาการรุนแรงอย่างอาเจียนออกมาเป็นสีเขียว (ซึ่งเป็นสีน้ำดีจากทางเดินอาหาร) ปวดท้องยาวนานเกิน 1 ชั่วโมง หรือมีเลือดสดไหลออกจากทวารหนัก ควรรีบพาลูกน้อยส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอนัดตรวจปกติค่ะ 2 กุมารแพทย์จะประเมินหาสาเหตุและเลือกวิธีดูแลรักษาที่เหมาะสมกับสุขภาพของลูกน้อยอย่างปลอดภัยค่ะ
ลูกอุจจาระแข็งทําไงดี เป็นคำถามที่คุณแม่หลายท่านต้องเจอในช่วงเลี้ยงลูก เป็นเรื่องที่ทำให้กังวลใจไม่น้อย เพราะใจคนเป็นแม่ก็อยากให้ลูกสบายตัวและมีสุขภาพขับถ่ายที่ดีที่สุด แต่ในเกือบทุกกรณี อาการนี้สามารถป้องกันและดูแลเบื้องต้นได้เองที่บ้าน เพียงคุณแม่ปรับเปลี่ยนโภชนาการให้ลูกน้อยได้รับน้ำและใยอาหารที่เหมาะสม เพิ่มสัดส่วนผักผลไม้ที่ช่วยระบาย พร้อมทั้งฝึกนิสัยการขับถ่ายให้สม่ำเสมอ การใส่ใจตั้งแต่อาการเริ่มต้น สังเกตลักษณะอุจจาระและพฤติกรรมของลูกในแต่ละวัน ก็เพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ถ้าเจอสัญญาณน่าห่วง เช่น เลือดปนอุจจาระ ท้องอืดบวม น้ำหนักไม่ขึ้น หรืออาเจียนร่วมด้วย อย่าลังเลที่จะปรึกษาคุณหมอนะคะ
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่