ผ่าคลอดประกันสังคมจ่ายเท่าไหร่ คุณพ่อคุณแม่มีสิทธิเบิกอะไรบ้าง

ผ่าคลอดประกันสังคมจ่ายเท่าไหร่ คุณพ่อคุณแม่มีสิทธิเบิกอะไรบ้าง

พ.ค. 28, 2026
11นาที

คุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่านสงสัยว่า ค่าคลอดโรงพยาบาลรัฐ สิทธิประกันสังคม จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้มากแค่ไหน โดยเฉพาะกรณีผ่าคลอดประกันสังคมจ่ายเท่าไหร่ ต้องเตรียมเงินสำรองอีกเท่าไหร่ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ มีนาคม พ.ศ. 2569) ประกันสังคมจ่ายค่าคลอดบุตรแบบเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง ไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด ไม่จำกัดจำนวนครั้ง1,2 นอกจากนี้ยังมีเงินสงเคราะห์หยุดงาน เงินค่าฝากครรภ์ และเงินสงเคราะห์บุตรรายเดือนที่คุณพ่อคุณแม่มีสิทธิได้รับอีกด้วยค่ะ บทความนี้รวบรวมข้อมูลครบทุกสิทธิ ทุกเงื่อนไข พร้อมวิธียื่นเรื่องเบิกค่าคลอดประกันสังคมแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่วางแผนการเงินก่อนคลอดได้อย่างมั่นใจค่ะ

Listen Transcript

ผ่าคลอดประกันสังคมจ่ายเท่าไหร่ คุณพ่อคุณแม่มีสิทธิเบิกอะไรบ้าง

คำถามที่พบบ่อย

ลาออกจากงานแล้ว หรือว่างงานอยู่ ยังเบิกค่าคลอดประกันสังคมได้หรือไม่?

เบิกได้ค่ะ หากเคยส่งเงินสมทบครบ 5 เดือนขึ้นไปภายใน 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอดบุตร สิทธิจะยังคุ้มครองต่อเนื่องอีก 6 เดือนหลังสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน5 นอกจากนี้ ภายใน 6 เดือนหลังลาออก คุณแม่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ต่อเนื่องได้ค่ะ5

สามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ ควรใช้สิทธิใครเบิกคุ้มที่สุด?

ใช้สิทธิฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเบิกค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาทได้ค่ะ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง1 อย่างไรก็ตาม เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร (ชดเชย 50% ของค่าจ้าง 90 วัน) เป็นสิทธิเฉพาะคุณแม่เท่านั้น3 ดังนั้นหากต้องการเบิกสิทธิให้ครบ แนะนำให้คุณแม่เป็นผู้ใช้สิทธิเบิกค่าคลอดบุตร เพราะจะได้รับทั้งค่าคลอดเหมาจ่ายและเงินชดเชยหยุดงานในคราวเดียวกันค่ะ

ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท ครอบคลุมค่าห้องพักฟื้นและค่าผ่าตัดไหม?

ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาทเป็นเงินที่ประกันสังคมจ่ายให้โดยไม่ระบุรายการแยก ไม่ว่าจะคลอดปกติหรือผ่าคลอดก็ได้รับเท่ากันค่ะ1,2 เงินจำนวนนี้เป็นการจ่ายแบบเหมารวม ครอบคลุมค่าบริการทางการแพทย์กรณีคลอดบุตร แต่หากค่าใช้จ่ายจริงที่โรงพยาบาลเรียกเก็บสูงกว่า 15,000 บาท ส่วนต่างคุณพ่อคุณแม่ต้องรับผิดชอบเองค่ะ1

สรุป

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการทราบเรื่องค่าคลอดโรงพยาบาลรัฐ สิทธิประกันสังคม สรุปสิทธิที่ได้รับมีดังนี้ค่ะ

  • ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ทั้งคลอดปกติและผ่าคลอด 1,2
  • เงินสงเคราะห์หยุดงานเพื่อคลอดบุตร 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน เฉพาะคุณแม่ ใช้สิทธิได้ไม่เกิน 2 ครั้ง 3
  • เงินสงเคราะห์บุตรรายเดือน 1,000 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน จนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ คราวละไม่เกิน 3 คน 4
  • ค่าฝากครรภ์รวมสูงสุด 1,500 บาท แบ่งจ่ายตามช่วงอายุครรภ์ 5 ครั้ง 1,3

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ผ่าคลอดประกันสังคมจ่ายเท่าไหร่ ค่าคลอด รพ.รัฐ ต้องสำรองเงินกี่บาท

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่อยากรู้มากที่สุดคือ ผ่าคลอดประกันสังคมจ่ายเท่าไหร่ คำตอบคือ ประกันสังคมจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายกรณีคลอดบุตรในอัตรา 15,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการคลอดธรรมชาติหรือการผ่าตัดคลอด 1,2 โดยสิทธินี้ไม่จำกัดจำนวนบุตร สามารถเบิกได้ทุกครั้งที่คลอดค่ะ 3

 

ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท ครอบคลุมอะไรบ้าง

เงินเหมาจ่าย 15,000 บาทเป็นเงินที่สำนักงานประกันสังคมจ่ายให้ผู้ประกันตนโดยตรง ไม่ได้ผูกกับรายการค่าใช้จ่ายเฉพาะเจาะจง 1 คุณแม่สามารถไปคลอดที่โรงพยาบาลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิ แล้วนำหลักฐานมายื่นเบิกภายหลังค่ะ

 

ค่าคลอด รพ.รัฐ กับส่วนต่างที่ต้องจ่ายเอง

หากคลอดที่โรงพยาบาลรัฐ ค่าคลอดโรงพยาบาลรัฐ สิทธิประกันสังคม มักครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในกรณีคลอดปกติ เนื่องจากค่าบริการโรงพยาบาลรัฐมักอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูงมากค่ะ อย่างไรก็ตาม กรณีค่าผ่าคลอดโรงพยาบาลรัฐ สิทธิประกันสังคมนั้น ค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงกว่า 15,000 บาท ส่วนต่างที่เกินจากเงินเหมาจ่ายคุณพ่อคุณแม่ต้องรับผิดชอบเอง ตัวอย่างเช่น คุณแม่หลายท่านที่ผ่าคลอดที่โรงพยาบาลรัฐพบว่าค่าใช้จ่ายจริงอยู่ที่หลักหมื่น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาพักฟื้นและภาวะแทรกซ้อน ส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มจึงอาจอยู่ที่ไม่กี่พันบาทไปจนถึงหลายพันบาทค่ะ เราแนะนำให้สอบถามค่าใช้จ่ายโดยประมาณจากโรงพยาบาลที่ตั้งใจไปคลอดล่วงหน้าเลยค่ะ เพื่อจะได้วางแผนสำรองเงินไว้อย่างเพียงพอ

 

เงินค่าฝากครรภ์ที่เบิกได้เพิ่มเติม

นอกจากค่าคลอดเหมาจ่ายแล้ว สำนักงานประกันสังคมยังจ่ายค่าตรวจและค่าฝากครรภ์ให้ผู้ประกันตนตามเกณฑ์คุณภาพรวมไม่เกิน 1,500 บาท แบ่งจ่ายตามช่วงอายุครรภ์ 5 ครั้ง 1,6 ดังนี้ค่ะ

ช่วงอายุครรภ์จำนวนเงินที่เบิกได้
ไม่เกิน 12 สัปดาห์ไม่เกิน 500 บาท
มากกว่า 12 ถึง 20 สัปดาห์ไม่เกิน 300 บาท
มากกว่า 20 ถึง 28 สัปดาห์ไม่เกิน 300 บาท
มากกว่า 28 ถึง 32 สัปดาห์ไม่เกิน 200 บาท
มากกว่า 32 ถึง 40 สัปดาห์ขึ้นไปไม่เกิน 200 บาท

 

ค่าฝากครรภ์ผู้ประกันตนสามารถยื่นเบิกได้ไม่จำกัดจำนวนบุตรค่ะ 6

 

เงินสงเคราะห์บุตรรายเดือน อัตราใหม่ 1,000 บาท

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นมา เงินสงเคราะห์บุตรปรับขึ้นจากเดิม 800 บาทเป็น 1,000 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน ตั้งแต่แรกเกิดจนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ เบิกได้คราวละไม่เกิน 3 คน 4 สิทธินี้ไม่จำกัดบุตรคนที่ 3, 4 หรือคนต่อๆ ไป ตราบใดที่ยังเบิกไม่เกิน 3 คนพร้อมกัน (นับรวมบุตรคนก่อนที่อายุยังไม่ครบ 6 ปี) ค่ะ 3

 

คุณแม่มีสิทธิเบิกอะไรได้บ้าง ประกันสังคมจ่ายให้เท่าไหร่

 

เบิกค่าคลอดประกันสังคม ม.33 และ ม.39 ต้องส่งสมทบกี่เดือน

เงื่อนไขสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องตรวจสอบก่อนเบิกสิทธิ คือจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบ โดยแต่ละสิทธิมีเงื่อนไขแตกต่างกันค่ะ

 

เงื่อนไขเบิกค่าคลอดและเงินชดเชยหยุดงาน

ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่ต้องการเบิกสิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตรต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอดบุตร 3,8 เมื่อส่งครบตามเงื่อนไขแล้ว จะได้รับสิทธิ 2 ส่วนคือ

  • ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท และ
  • เงินสงเคราะห์หยุดงานเพื่อคลอดบุตร 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน 3 ทั้งนี้ เงินชดเชยหยุดงานเป็นสิทธิเฉพาะผู้ประกันตนหญิง เบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง และผู้ประกันตนชายไม่ได้รับสิทธิส่วนนี้ค่ะ 3
  • กรณีแท้งบุตรก็สามารถเบิกค่าคลอดบุตรและเงินชดเชยการหยุดงานได้ หากมีอายุครรภ์ตั้งแต่ 28 สัปดาห์ขึ้นไป โดยประกันสังคมจะถือว่าเป็นการคลอดบุตร ไม่ว่าทารกจะมีชีวิตรอดหรือไม่ก็ตาม

 

เงื่อนไขเบิกเงินสงเคราะห์บุตร

สำหรับเงินสงเคราะห์บุตรรายเดือน ผู้ประกันตนต้องส่งเงินสมทบมาแล้ว 12 เดือนขึ้นไป ภายในระยะเวลา 36 เดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทน 3 ต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นค่ะ 4

 

เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ ปี 2569

ปัจจุบันเพดานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบคือ 17,500 บาท เงินสมทบฝั่งลูกจ้าง 5% เท่ากับ 875 บาทต่อเดือน 2 ดังนั้นเงินชดเชยหยุดงานคลอดบุตรสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 8,750 บาทต่อเดือน (คิดจาก 50% ของฐานเงินเดือน 17,500 บาท) เป็นเวลา 90 วันค่ะ

 

ลาออกจากงานแล้วยังเบิกค่าคลอดได้ไหม สามีภรรยาใช้สิทธิใครดี

คุณแม่หลายท่านกังวลว่าถ้าลาออกจากงานระหว่างตั้งครรภ์จะหมดสิทธิเบิกค่าคลอด ซึ่งเป็นความกังวลที่พบบ่อยโดยเฉพาะคุณแม่ที่เปลี่ยนงานหรือตัดสินใจลาออกมาดูแลครรภ์ คำตอบคือยังมีสิทธิได้ค่ะ หากเคยส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไข (5 เดือนใน 15 เดือน) สิทธิจะคุ้มครองต่อเนื่องอีก 6 เดือนหลังสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน 5

 

กรณีลาออกหรือว่างงาน

กรมประชาสัมพันธ์ระบุว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 หากลาออกจากงาน ยังได้สิทธิประกันสังคมคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน 5 สิ่งสำคัญคือต้องวางแผนให้วันคลอดอยู่ภายในระยะเวลา 6 เดือนนี้ค่ะ นอกจากนี้ ภายใน 6 เดือนหลังลาออก คุณแม่มีสิทธิสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ต่อเนื่อง 5

 

สามี-ภรรยา ใช้สิทธิใครเบิกคุ้มที่สุด

กรณีสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ ให้ใช้สิทธิเบิกค่าคลอดบุตรฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 1 แต่ข้อแนะนำคือให้คุณแม่เป็นผู้ใช้สิทธิ เพราะนอกจากค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาทแล้ว คุณแม่ยังได้รับเงินสงเคราะห์หยุดงานเพื่อคลอดบุตรอีก 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งเป็นสิทธิที่คุณพ่อไม่สามารถเบิกได้ค่ะ 3 สำหรับครอบครัวที่มีลูกหลายคน หรือกำลังวางแผนคลอดลูกฝาแฝด ข้อดีคือสิทธิค่าคลอดเหมาจ่ายไม่จำกัดจำนวนบุตร จึงเบิกได้ทุกครั้งที่คลอดค่ะ 3

 

เบิกค่าคลอดประกันสังคมต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

การเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่นเรื่องจะช่วยให้กระบวนการเบิกค่าคลอดรวดเร็วขึ้น ไม่ต้องกลับมายื่นเพิ่มเติมค่ะ

 

เอกสารเบิกค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย

  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส. 2-01)
  • สำเนาสูติบัตรบุตร (กรณีคลอดบุตรแล้ว)
  • สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้ประกันตนชายเป็นผู้ยื่นเบิก)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ 1

 

เอกสารเบิกเงินสงเคราะห์บุตร

  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร (สปส. 2-01)
  • สำเนาสูติบัตรบุตร (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 4

ทั้งนี้ สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินสงเคราะห์บุตรได้ภายในระยะเวลา 2 ปีนับแต่วันที่มีสิทธิค่ะ 4

 

เอกสารเบิกค่าฝากครรภ์

  • ใบเสร็จรับเงินค่าฝากครรภ์ หรือใบรับรองแพทย์ที่ระบุอายุครรภ์
  • สำเนาสมุดฝากครรภ์ หรือเอกสารแสดงอายุครรภ์ 6

เราแนะนำให้คุณแม่เก็บใบเสร็จค่าฝากครรภ์ทุกครั้งตั้งแต่ฝากครรภ์ครั้งแรก เพื่อยื่นเบิกตามช่วงอายุครรภ์ได้ครบถ้วนค่ะ

 

ยื่นเบิกค่าคลอดประกันสังคมอย่างไร รอกี่วันถึงได้เงิน

ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่สามารถยื่นเรื่องเบิกค่าคลอดประกันสังคมได้ 2 ช่องทางค่ะ ทั้งไปยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคม หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ e-Self Service ซึ่งสะดวกกว่ามากค่ะ

 

ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคม

คุณแม่สามารถนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่/จังหวัด/สาขาทั่วประเทศที่สะดวก 1 เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครบถ้วนแล้ว จะดำเนินการพิจารณาและโอนเงินเข้าบัญชีค่ะ คุณแม่สามารถเช็กผลอนุมัติเงินค่าคลอดบุตรได้ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสำนักงานประกันสังคม

 

ยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Self Service

สำหรับคุณแม่ที่ต้องการความสะดวก สำนักงานประกันสังคมเปิดให้ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนด้วยตนเองผ่านระบบ e-Self Service ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th 7 โดยมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ

  • เข้าเว็บไซต์ www.sso.go.th แล้วเข้าสู่ระบบผู้ประกันตน
  • ใส่รหัสเพื่อเข้าสู่ระบบ หรือสมัครสมาชิกใหม่
  • เลือก "ระบบ e-Self Service"
  • เลือก "ขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุน"
  • เลือกยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีคลอดบุตร หรือกรณีสงเคราะห์บุตร
  • กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เลือกสำนักงานประกันสังคมที่สะดวกติดต่อ พร้อมอัปโหลดเอกสารตามระบบ 7

ระยะเวลาพิจารณาอนุมัติโดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 15 วันทำการ ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร คุณแม่หลายท่านแชร์ว่าหากยื่นเอกสารครบตั้งแต่รอบแรกจะได้รับเงินเร็วมาก แต่ถ้าเอกสารไม่ครบอาจต้องเดินทางไปยื่นเพิ่มเติมอีกรอบ ดังนั้นแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่องค่ะ หากมีข้อสงสัยสามารถโทรสอบถามสายด่วนประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ

 

นอกจากเตรียมค่าคลอด คุณแม่ควรเตรียมโภชนาการอะไรให้ลูกน้อย

เรื่องค่าใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการเตรียมโภชนาการที่ดีให้ลูกน้อยตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ค่ะ เพราะนอกจากการวางแผนเรื่องเงิน การวางแผนเรื่องสารอาหารที่คุณแม่ได้รับระหว่างตั้งครรภ์ก็มีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของลูกน้อยเช่นกันค่ะ ทุกการเกิดคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ และสารอาหารที่เหมาะสมจะมีส่วนช่วยสนับสนุนพัฒนาการที่ดีตั้งแต่ในครรภ์ค่ะ

 

มหัศจรรย์นมแม่ และสารอาหารสำคัญเพื่อสมองที่สมาร์ทของลูกน้อย

ทราบไหมคะว่าใน นมแม่มีสารอาหารสำคัญมากกว่า 200 ชนิด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เตรียมตัว ผ่าคลอด การส่งต่อสารอาหารผ่านน้ำนมแม่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างต้นทุนสุขภาพและสมองที่สมาร์ทให้กับลูกน้อยค่ะ มีงานวิจัยระบุว่า โคลีน (Choline) มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการสร้างเซลล์สมองและระบบประสาทของลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์ 10,11 เมื่อทำงานร่วมกับ ดีเอชเอ (DHA) โอเมก้า 3, 6, 9 (Omega 3, 6, 9) ที่เป็นกรดไขมันจำเป็น จะยิ่งช่วยเสริมสร้างสมองและสายตาให้พัฒนาได้อย่างเต็มที่ 9 นอกจากนี้ยังมี ลูทีน (Lutein) ที่ช่วยดูแลระบบการมองเห็นของเจ้าตัวเล็กให้สดใสสมวัยค่ะ

อย่างไรก็ตาม การได้รับโคลีนจากอาหารมื้อปกติให้เพียงพอนั้นทำได้ไม่ง่ายนัก รวมถึง วิตามินบี 12 ที่จำเป็นต่อระบบประสาท คุณแม่จึงต้องพิถีพิถันเลือกทานอาหารที่หลากหลาย เพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูกน้อยเติบโตอย่างสมาร์ทและมีพัฒนาการที่ดีที่สุดค่ะ 11

เสริมภูมิคุ้มกันด้วยจุลินทรีย์ดี L. reuteri

 

เสริมภูมิคุ้มกันด้วยจุลินทรีย์ดีและวิตามิน

นอกจากสารอาหารกว่า 200ชนิด รวมถึงสารอาหารที่มีส่วนช่วยด้านสมองและระบบประสาทแล้ว การสร้างภูมิคุ้มกันก็เป็นสิ่งที่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามค่ะ คุณแม่ยังสามารถเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ด้วยนมแม่ ที่มี จุลินทรีย์สุขภาพอย่าง แอลรียูเทอรี (L. reuteri) และ วิตามินซี เพื่อวางรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้ลูกพร้อมเรียนรู้ในทุกๆ วัน

การดูแลโภชนาการที่ดีคือของขวัญชิ้นแรกที่แม่มอบให้ลูกได้ค่ะ หากคุณแม่ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมที่เหมาะกับสุขภาพของตัวเอง อย่าลืมปรึกษาคุณหมอเพื่อความมั่นใจนะคะ

การวางแผนเรื่องค่าคลอดและสิทธิประกันสังคมตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่คลายกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและมีเวลาเตรียมตัวต้อนรับลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ค่ะ อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขการส่งเงินสมทบ เตรียมเอกสารให้ครบ และเลือกช่องทางการยื่นเรื่องที่สะดวก ไม่ว่าจะไปยื่นด้วยตนเองหรือผ่านระบบออนไลน์ e-Self Service ค่ะ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถโทรสายด่วนประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะคะ

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่

อ้างอิง:

  1. สำนักงานประกันสังคม, กรณีคลอดบุตร
  2. สำนักงานประกันสังคม, อินโฟกราฟิก 7 สิทธิประโยชน์พื้นฐานที่คุณต้องรู้ (ข้อมูล ณ มีนาคม 2569)
  3. สำนักงานประกันสังคม, สิทธิประกันสังคม 3 ต่อ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรพลาด (ข้อมูล ณ มีนาคม 2569)
  4. สำนักงานประกันสังคม, อัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร มาตรา 33 และมาตรา 39
  5. กรมประชาสัมพันธ์, ผู้ประกันตน ม.33 หากลาออกจากงาน ยังได้สิทธิประกันสังคมคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน
  6. ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม, กรณีการฝากครรภ์ตามเกณฑ์คุณภาพ (ราชกิจจานุเบกษา 25 ธ.ค. 2563)
  7. สำนักงานประกันสังคม, 6 Step ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนด้วยตนเอง ผ่านระบบ e-Self Service
  8. โรงพยาบาลบางปะกอก 3, สิทธิประกันสังคม สิทธิที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้
  9. Mujica-Coopman et al. The role of prenatal choline and its impact on fetal development (2024)
  10. Korsmo et al., Choline: Exploring the Growing Science on Its Benefits for Moms and Babies (2019)
  11. Derbyshire & Obeid, Choline, Neurological Development and Brain Function: A Systematic Review (2022)

อ้างอิง ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569