ผ่าคลอดประกันสังคมจ่ายเท่าไหร่ คุณพ่อคุณแม่มีสิทธิเบิกอะไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อย
ลาออกจากงานแล้ว หรือว่างงานอยู่ ยังเบิกค่าคลอดประกันสังคมได้หรือไม่?
เบิกได้ค่ะ หากเคยส่งเงินสมทบครบ 5 เดือนขึ้นไปภายใน 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอดบุตร สิทธิจะยังคุ้มครองต่อเนื่องอีก 6 เดือนหลังสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน5 นอกจากนี้ ภายใน 6 เดือนหลังลาออก คุณแม่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ต่อเนื่องได้ค่ะ5
สามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ ควรใช้สิทธิใครเบิกคุ้มที่สุด?
ใช้สิทธิฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเบิกค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาทได้ค่ะ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง1 อย่างไรก็ตาม เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร (ชดเชย 50% ของค่าจ้าง 90 วัน) เป็นสิทธิเฉพาะคุณแม่เท่านั้น3 ดังนั้นหากต้องการเบิกสิทธิให้ครบ แนะนำให้คุณแม่เป็นผู้ใช้สิทธิเบิกค่าคลอดบุตร เพราะจะได้รับทั้งค่าคลอดเหมาจ่ายและเงินชดเชยหยุดงานในคราวเดียวกันค่ะ
ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท ครอบคลุมค่าห้องพักฟื้นและค่าผ่าตัดไหม?
ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาทเป็นเงินที่ประกันสังคมจ่ายให้โดยไม่ระบุรายการแยก ไม่ว่าจะคลอดปกติหรือผ่าคลอดก็ได้รับเท่ากันค่ะ1,2 เงินจำนวนนี้เป็นการจ่ายแบบเหมารวม ครอบคลุมค่าบริการทางการแพทย์กรณีคลอดบุตร แต่หากค่าใช้จ่ายจริงที่โรงพยาบาลเรียกเก็บสูงกว่า 15,000 บาท ส่วนต่างคุณพ่อคุณแม่ต้องรับผิดชอบเองค่ะ1
สรุป
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการทราบเรื่องค่าคลอดโรงพยาบาลรัฐ สิทธิประกันสังคม สรุปสิทธิที่ได้รับมีดังนี้ค่ะ
- ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ทั้งคลอดปกติและผ่าคลอด 1,2
- เงินสงเคราะห์หยุดงานเพื่อคลอดบุตร 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน เฉพาะคุณแม่ ใช้สิทธิได้ไม่เกิน 2 ครั้ง 3
- เงินสงเคราะห์บุตรรายเดือน 1,000 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน จนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ คราวละไม่เกิน 3 คน 4
- ค่าฝากครรภ์รวมสูงสุด 1,500 บาท แบ่งจ่ายตามช่วงอายุครรภ์ 5 ครั้ง 1,3
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- ผ่าคลอดประกันสังคมจ่ายเท่าไหร่ ค่าคลอด รพ.รัฐ ต้องสำรองเงินกี่บาท
- เบิกค่าคลอดประกันสังคม ม.33 และ ม.39 ต้องส่งสมทบกี่เดือน
- ลาออกจากงานแล้วยังเบิกค่าคลอดได้ไหม สามีภรรยาใช้สิทธิใครดี
- เบิกค่าคลอดประกันสังคมต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
- ยื่นเบิกค่าคลอดประกันสังคมอย่างไร รอกี่วันถึงได้เงิน
- นอกจากเตรียมค่าคลอด คุณแม่ควรเตรียมโภชนาการอะไรให้ลูกน้อย
ผ่าคลอดประกันสังคมจ่ายเท่าไหร่ ค่าคลอด รพ.รัฐ ต้องสำรองเงินกี่บาท
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่อยากรู้มากที่สุดคือ ผ่าคลอดประกันสังคมจ่ายเท่าไหร่ คำตอบคือ ประกันสังคมจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายกรณีคลอดบุตรในอัตรา 15,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการคลอดธรรมชาติหรือการผ่าตัดคลอด 1,2 โดยสิทธินี้ไม่จำกัดจำนวนบุตร สามารถเบิกได้ทุกครั้งที่คลอดค่ะ 3
ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท ครอบคลุมอะไรบ้าง
เงินเหมาจ่าย 15,000 บาทเป็นเงินที่สำนักงานประกันสังคมจ่ายให้ผู้ประกันตนโดยตรง ไม่ได้ผูกกับรายการค่าใช้จ่ายเฉพาะเจาะจง 1 คุณแม่สามารถไปคลอดที่โรงพยาบาลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิ แล้วนำหลักฐานมายื่นเบิกภายหลังค่ะ
ค่าคลอด รพ.รัฐ กับส่วนต่างที่ต้องจ่ายเอง
หากคลอดที่โรงพยาบาลรัฐ ค่าคลอดโรงพยาบาลรัฐ สิทธิประกันสังคม มักครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในกรณีคลอดปกติ เนื่องจากค่าบริการโรงพยาบาลรัฐมักอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูงมากค่ะ อย่างไรก็ตาม กรณีค่าผ่าคลอดโรงพยาบาลรัฐ สิทธิประกันสังคมนั้น ค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงกว่า 15,000 บาท ส่วนต่างที่เกินจากเงินเหมาจ่ายคุณพ่อคุณแม่ต้องรับผิดชอบเอง ตัวอย่างเช่น คุณแม่หลายท่านที่ผ่าคลอดที่โรงพยาบาลรัฐพบว่าค่าใช้จ่ายจริงอยู่ที่หลักหมื่น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาพักฟื้นและภาวะแทรกซ้อน ส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มจึงอาจอยู่ที่ไม่กี่พันบาทไปจนถึงหลายพันบาทค่ะ เราแนะนำให้สอบถามค่าใช้จ่ายโดยประมาณจากโรงพยาบาลที่ตั้งใจไปคลอดล่วงหน้าเลยค่ะ เพื่อจะได้วางแผนสำรองเงินไว้อย่างเพียงพอ
เงินค่าฝากครรภ์ที่เบิกได้เพิ่มเติม
นอกจากค่าคลอดเหมาจ่ายแล้ว สำนักงานประกันสังคมยังจ่ายค่าตรวจและค่าฝากครรภ์ให้ผู้ประกันตนตามเกณฑ์คุณภาพรวมไม่เกิน 1,500 บาท แบ่งจ่ายตามช่วงอายุครรภ์ 5 ครั้ง 1,6 ดังนี้ค่ะ
| ช่วงอายุครรภ์ | จำนวนเงินที่เบิกได้ |
| ไม่เกิน 12 สัปดาห์ | ไม่เกิน 500 บาท |
| มากกว่า 12 ถึง 20 สัปดาห์ | ไม่เกิน 300 บาท |
| มากกว่า 20 ถึง 28 สัปดาห์ | ไม่เกิน 300 บาท |
| มากกว่า 28 ถึง 32 สัปดาห์ | ไม่เกิน 200 บาท |
| มากกว่า 32 ถึง 40 สัปดาห์ขึ้นไป | ไม่เกิน 200 บาท |
ค่าฝากครรภ์ผู้ประกันตนสามารถยื่นเบิกได้ไม่จำกัดจำนวนบุตรค่ะ 6
เงินสงเคราะห์บุตรรายเดือน อัตราใหม่ 1,000 บาท
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นมา เงินสงเคราะห์บุตรปรับขึ้นจากเดิม 800 บาทเป็น 1,000 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน ตั้งแต่แรกเกิดจนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ เบิกได้คราวละไม่เกิน 3 คน 4 สิทธินี้ไม่จำกัดบุตรคนที่ 3, 4 หรือคนต่อๆ ไป ตราบใดที่ยังเบิกไม่เกิน 3 คนพร้อมกัน (นับรวมบุตรคนก่อนที่อายุยังไม่ครบ 6 ปี) ค่ะ 3

เบิกค่าคลอดประกันสังคม ม.33 และ ม.39 ต้องส่งสมทบกี่เดือน
เงื่อนไขสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องตรวจสอบก่อนเบิกสิทธิ คือจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบ โดยแต่ละสิทธิมีเงื่อนไขแตกต่างกันค่ะ
เงื่อนไขเบิกค่าคลอดและเงินชดเชยหยุดงาน
ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่ต้องการเบิกสิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตรต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอดบุตร 3,8 เมื่อส่งครบตามเงื่อนไขแล้ว จะได้รับสิทธิ 2 ส่วนคือ
- ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท และ
- เงินสงเคราะห์หยุดงานเพื่อคลอดบุตร 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน 3 ทั้งนี้ เงินชดเชยหยุดงานเป็นสิทธิเฉพาะผู้ประกันตนหญิง เบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง และผู้ประกันตนชายไม่ได้รับสิทธิส่วนนี้ค่ะ 3
- กรณีแท้งบุตรก็สามารถเบิกค่าคลอดบุตรและเงินชดเชยการหยุดงานได้ หากมีอายุครรภ์ตั้งแต่ 28 สัปดาห์ขึ้นไป โดยประกันสังคมจะถือว่าเป็นการคลอดบุตร ไม่ว่าทารกจะมีชีวิตรอดหรือไม่ก็ตาม
เงื่อนไขเบิกเงินสงเคราะห์บุตร
สำหรับเงินสงเคราะห์บุตรรายเดือน ผู้ประกันตนต้องส่งเงินสมทบมาแล้ว 12 เดือนขึ้นไป ภายในระยะเวลา 36 เดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทน 3 ต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นค่ะ 4
เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ ปี 2569
ปัจจุบันเพดานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบคือ 17,500 บาท เงินสมทบฝั่งลูกจ้าง 5% เท่ากับ 875 บาทต่อเดือน 2 ดังนั้นเงินชดเชยหยุดงานคลอดบุตรสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 8,750 บาทต่อเดือน (คิดจาก 50% ของฐานเงินเดือน 17,500 บาท) เป็นเวลา 90 วันค่ะ
ลาออกจากงานแล้วยังเบิกค่าคลอดได้ไหม สามีภรรยาใช้สิทธิใครดี
คุณแม่หลายท่านกังวลว่าถ้าลาออกจากงานระหว่างตั้งครรภ์จะหมดสิทธิเบิกค่าคลอด ซึ่งเป็นความกังวลที่พบบ่อยโดยเฉพาะคุณแม่ที่เปลี่ยนงานหรือตัดสินใจลาออกมาดูแลครรภ์ คำตอบคือยังมีสิทธิได้ค่ะ หากเคยส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไข (5 เดือนใน 15 เดือน) สิทธิจะคุ้มครองต่อเนื่องอีก 6 เดือนหลังสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน 5
กรณีลาออกหรือว่างงาน
กรมประชาสัมพันธ์ระบุว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 หากลาออกจากงาน ยังได้สิทธิประกันสังคมคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน 5 สิ่งสำคัญคือต้องวางแผนให้วันคลอดอยู่ภายในระยะเวลา 6 เดือนนี้ค่ะ นอกจากนี้ ภายใน 6 เดือนหลังลาออก คุณแม่มีสิทธิสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ต่อเนื่อง 5
สามี-ภรรยา ใช้สิทธิใครเบิกคุ้มที่สุด
กรณีสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ ให้ใช้สิทธิเบิกค่าคลอดบุตรฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 1 แต่ข้อแนะนำคือให้คุณแม่เป็นผู้ใช้สิทธิ เพราะนอกจากค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาทแล้ว คุณแม่ยังได้รับเงินสงเคราะห์หยุดงานเพื่อคลอดบุตรอีก 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งเป็นสิทธิที่คุณพ่อไม่สามารถเบิกได้ค่ะ 3 สำหรับครอบครัวที่มีลูกหลายคน หรือกำลังวางแผนคลอดลูกฝาแฝด ข้อดีคือสิทธิค่าคลอดเหมาจ่ายไม่จำกัดจำนวนบุตร จึงเบิกได้ทุกครั้งที่คลอดค่ะ 3
เบิกค่าคลอดประกันสังคมต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
การเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่นเรื่องจะช่วยให้กระบวนการเบิกค่าคลอดรวดเร็วขึ้น ไม่ต้องกลับมายื่นเพิ่มเติมค่ะ
เอกสารเบิกค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย
- แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส. 2-01)
- สำเนาสูติบัตรบุตร (กรณีคลอดบุตรแล้ว)
- สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้ประกันตนชายเป็นผู้ยื่นเบิก)
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ 1
เอกสารเบิกเงินสงเคราะห์บุตร
- แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร (สปส. 2-01)
- สำเนาสูติบัตรบุตร (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 4
ทั้งนี้ สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินสงเคราะห์บุตรได้ภายในระยะเวลา 2 ปีนับแต่วันที่มีสิทธิค่ะ 4
เอกสารเบิกค่าฝากครรภ์
- ใบเสร็จรับเงินค่าฝากครรภ์ หรือใบรับรองแพทย์ที่ระบุอายุครรภ์
- สำเนาสมุดฝากครรภ์ หรือเอกสารแสดงอายุครรภ์ 6
เราแนะนำให้คุณแม่เก็บใบเสร็จค่าฝากครรภ์ทุกครั้งตั้งแต่ฝากครรภ์ครั้งแรก เพื่อยื่นเบิกตามช่วงอายุครรภ์ได้ครบถ้วนค่ะ
ยื่นเบิกค่าคลอดประกันสังคมอย่างไร รอกี่วันถึงได้เงิน
ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่สามารถยื่นเรื่องเบิกค่าคลอดประกันสังคมได้ 2 ช่องทางค่ะ ทั้งไปยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคม หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ e-Self Service ซึ่งสะดวกกว่ามากค่ะ
ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคม
คุณแม่สามารถนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่/จังหวัด/สาขาทั่วประเทศที่สะดวก 1 เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครบถ้วนแล้ว จะดำเนินการพิจารณาและโอนเงินเข้าบัญชีค่ะ คุณแม่สามารถเช็กผลอนุมัติเงินค่าคลอดบุตรได้ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสำนักงานประกันสังคม
ยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Self Service
สำหรับคุณแม่ที่ต้องการความสะดวก สำนักงานประกันสังคมเปิดให้ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนด้วยตนเองผ่านระบบ e-Self Service ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th 7 โดยมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ
- เข้าเว็บไซต์ www.sso.go.th แล้วเข้าสู่ระบบผู้ประกันตน
- ใส่รหัสเพื่อเข้าสู่ระบบ หรือสมัครสมาชิกใหม่
- เลือก "ระบบ e-Self Service"
- เลือก "ขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุน"
- เลือกยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีคลอดบุตร หรือกรณีสงเคราะห์บุตร
- กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เลือกสำนักงานประกันสังคมที่สะดวกติดต่อ พร้อมอัปโหลดเอกสารตามระบบ 7
ระยะเวลาพิจารณาอนุมัติโดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 15 วันทำการ ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร คุณแม่หลายท่านแชร์ว่าหากยื่นเอกสารครบตั้งแต่รอบแรกจะได้รับเงินเร็วมาก แต่ถ้าเอกสารไม่ครบอาจต้องเดินทางไปยื่นเพิ่มเติมอีกรอบ ดังนั้นแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่องค่ะ หากมีข้อสงสัยสามารถโทรสอบถามสายด่วนประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ
นอกจากเตรียมค่าคลอด คุณแม่ควรเตรียมโภชนาการอะไรให้ลูกน้อย
เรื่องค่าใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการเตรียมโภชนาการที่ดีให้ลูกน้อยตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ค่ะ เพราะนอกจากการวางแผนเรื่องเงิน การวางแผนเรื่องสารอาหารที่คุณแม่ได้รับระหว่างตั้งครรภ์ก็มีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของลูกน้อยเช่นกันค่ะ ทุกการเกิดคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ และสารอาหารที่เหมาะสมจะมีส่วนช่วยสนับสนุนพัฒนาการที่ดีตั้งแต่ในครรภ์ค่ะ
มหัศจรรย์นมแม่ และสารอาหารสำคัญเพื่อสมองที่สมาร์ทของลูกน้อย
ทราบไหมคะว่าใน นมแม่มีสารอาหารสำคัญมากกว่า 200 ชนิด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เตรียมตัว ผ่าคลอด การส่งต่อสารอาหารผ่านน้ำนมแม่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างต้นทุนสุขภาพและสมองที่สมาร์ทให้กับลูกน้อยค่ะ มีงานวิจัยระบุว่า โคลีน (Choline) มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการสร้างเซลล์สมองและระบบประสาทของลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์ 10,11 เมื่อทำงานร่วมกับ ดีเอชเอ (DHA) โอเมก้า 3, 6, 9 (Omega 3, 6, 9) ที่เป็นกรดไขมันจำเป็น จะยิ่งช่วยเสริมสร้างสมองและสายตาให้พัฒนาได้อย่างเต็มที่ 9 นอกจากนี้ยังมี ลูทีน (Lutein) ที่ช่วยดูแลระบบการมองเห็นของเจ้าตัวเล็กให้สดใสสมวัยค่ะ
อย่างไรก็ตาม การได้รับโคลีนจากอาหารมื้อปกติให้เพียงพอนั้นทำได้ไม่ง่ายนัก รวมถึง วิตามินบี 12 ที่จำเป็นต่อระบบประสาท คุณแม่จึงต้องพิถีพิถันเลือกทานอาหารที่หลากหลาย เพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูกน้อยเติบโตอย่างสมาร์ทและมีพัฒนาการที่ดีที่สุดค่ะ 11

เสริมภูมิคุ้มกันด้วยจุลินทรีย์ดีและวิตามิน
นอกจากสารอาหารกว่า 200ชนิด รวมถึงสารอาหารที่มีส่วนช่วยด้านสมองและระบบประสาทแล้ว การสร้างภูมิคุ้มกันก็เป็นสิ่งที่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามค่ะ คุณแม่ยังสามารถเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ด้วยนมแม่ ที่มี จุลินทรีย์สุขภาพอย่าง แอลรียูเทอรี (L. reuteri) และ วิตามินซี เพื่อวางรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้ลูกพร้อมเรียนรู้ในทุกๆ วัน
การดูแลโภชนาการที่ดีคือของขวัญชิ้นแรกที่แม่มอบให้ลูกได้ค่ะ หากคุณแม่ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมที่เหมาะกับสุขภาพของตัวเอง อย่าลืมปรึกษาคุณหมอเพื่อความมั่นใจนะคะ
การวางแผนเรื่องค่าคลอดและสิทธิประกันสังคมตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่คลายกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและมีเวลาเตรียมตัวต้อนรับลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ค่ะ อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขการส่งเงินสมทบ เตรียมเอกสารให้ครบ และเลือกช่องทางการยื่นเรื่องที่สะดวก ไม่ว่าจะไปยื่นด้วยตนเองหรือผ่านระบบออนไลน์ e-Self Service ค่ะ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถโทรสายด่วนประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะคะ
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่
อ้างอิง:
- สำนักงานประกันสังคม, กรณีคลอดบุตร
- สำนักงานประกันสังคม, อินโฟกราฟิก 7 สิทธิประโยชน์พื้นฐานที่คุณต้องรู้ (ข้อมูล ณ มีนาคม 2569)
- สำนักงานประกันสังคม, สิทธิประกันสังคม 3 ต่อ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรพลาด (ข้อมูล ณ มีนาคม 2569)
- สำนักงานประกันสังคม, อัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร มาตรา 33 และมาตรา 39
- กรมประชาสัมพันธ์, ผู้ประกันตน ม.33 หากลาออกจากงาน ยังได้สิทธิประกันสังคมคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน
- ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม, กรณีการฝากครรภ์ตามเกณฑ์คุณภาพ (ราชกิจจานุเบกษา 25 ธ.ค. 2563)
- สำนักงานประกันสังคม, 6 Step ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนด้วยตนเอง ผ่านระบบ e-Self Service
- โรงพยาบาลบางปะกอก 3, สิทธิประกันสังคม สิทธิที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้
- Mujica-Coopman et al. The role of prenatal choline and its impact on fetal development (2024)
- Korsmo et al., Choline: Exploring the Growing Science on Its Benefits for Moms and Babies (2019)
- Derbyshire & Obeid, Choline, Neurological Development and Brain Function: A Systematic Review (2022)
อ้างอิง ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569