แผลฝีเย็บหลังคลอดกี่วันหาย พร้อมวิธีบรรเทาปวดและดูแลให้ปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อย
จะรู้ได้ยังไงคะว่าแผลฝีเย็บของเราไม่ติดกัน สังเกตจากอะไรได้บ้าง?
สังเกตได้จากอาการปวดบริเวณแผลที่เพิ่มขึ้นกะทันหัน มีเลือดซึมหรือมีหนองออกจากแผล มีกลิ่นผิดปกติ หรือเห็นขอบแผลแยกออกจากกัน โดยทั่วไปแผลควรเริ่มปิดสนิทภายใน 3-5 วันหลังคลอด ถ้าพบอาการผิดปกติเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลโดยเร็วค่ะ
ถ้าแผลฝีเย็บแยกออกจากกันนิดหน่อย มันจะติดกันเองได้ไหมคะ?
แผลฝีเย็บที่แยกเพียงเล็กน้อยโดยไม่มีการติดเชื้อมีโอกาสหายเองได้ค่ะ แต่ควรให้แพทย์ตรวจก่อนเสมอ เพราะการแยกของแผลอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาว่าต้องให้ยาปฏิชีวนะหรือเย็บซ่อมแซมเพิ่มเติมหรือไม่ ไม่ควรรอดูเองนานเกินไปค่ะ 7
นั่งขัดสมาธิหลังคลอดจะทำให้แผลฝีเย็บปริได้จริงเหรอคะ?
ใช่ค่ะ ท่านั่งที่ทำให้ขาอ้าออกกว้าง เช่น ท่าขัดสมาธิ จะเพิ่มแรงดึงบริเวณแผลฝีเย็บและอาจทำให้แผลที่ยังไม่ติดสนิทปริหรือแยกออกได้ ควรหลีกเลี่ยงท่านั่งลักษณะนี้จนกว่าแผลจะหายดีค่ะ 8
สรุป
- แผลฝีเย็บระดับ 1-2 มักหายภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนระดับ 3-4 อาจใช้เวลานานกว่านั้น
- ไหมละลายจะค่อยๆ หลุดออกเองภายใน 1-2 สัปดาห์ ไม่ต้องมาตัดที่โรงพยาบาล
- ดูแลความสะอาดด้วยน้ำเปล่า เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 4 ชั่วโมง และทำการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel exercise) เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น
- อาการคันแผลและรู้สึกตึงบริเวณไหมเป็นเรื่องปกติระหว่างกระบวนการหาย
- สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที ได้แก่ แผลบวมแดงมากขึ้น มีหนอง มีกลิ่นผิดปกติ หรือมีไข้
- อาหารที่มีโปรตีน วิตามินซี และโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- แผลฝีเย็บคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร
- แผลฝีเย็บกี่วันหาย แบ่งเป็นระยะอย่างไร
- แผลฝีเย็บไม่ติดกัน เกิดจากอะไร สังเกตอาการได้อย่างไร
- วิธีดูแลแผลฝีเย็บให้สะอาด ปลอดภัย ไม่ติดเชื้อ
- วิธีบรรเทาอาการเจ็บแผลฝีเย็บ ทำได้เองที่บ้าน
- แผลฝีเย็บอักเสบ อาการที่ต้องระวังและเมื่อไหร่ต้องพบแพทย์
แผลฝีเย็บคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร
ฝีเย็บ คือบริเวณผิวหนังและกล้ามเนื้อระหว่างปากช่องคลอดกับรูทวารหนัก ขณะคลอดลูก พื้นที่นี้จะถูกยืดขยายออกอย่างมาก และอาจเกิดการฉีกขาดขึ้นเองหรือแพทย์อาจตัดเพื่อช่วยให้ลูกคลอดได้ง่ายขึ้น รอยแผลที่เกิดขึ้นและถูกเย็บซ่อมแซมนี้เรียกว่า แผลฝีเย็บ ค่ะ 1
สถิติจากงานวิจัยพบว่าแม่ที่คลอดทางช่องคลอดถึงร้อยละ 85 จะมีแผลฝีเย็บในระดับใดระดับหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระดับที่ 1 และ 2 และหายได้เองโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนค่ะ 2
แผลฝีเย็บมีกี่ระดับ แต่ละระดับต่างกันอย่างไร
แผลฝีเย็บแบ่งออกเป็น 4 ระดับตามความลึกของการฉีกขาดค่ะ 1
ระดับที่ 1 แผลบาดเฉพาะชั้นผิวหนัง มักหายเองได้โดยไม่ต้องเย็บ และหายเร็วที่สุด
ระดับที่ 2 แผลลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อฝีเย็บ ต้องเย็บด้วยไหมละลาย พบบ่อยที่สุดในบรรดาแผลทั้งหมด
ระดับที่ 3 แผลลึกถึงกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก ต้องเย็บในห้องผ่าตัดโดยผู้เชี่ยวชาญ พบประมาณ 1 ใน 20 ของแม่คลอดครั้งแรก
ระดับที่ 4 แผลลึกสุดถึงเนื้อเยื่อชั้นในของทวารหนัก ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
แผลฝีเย็บกี่วันหาย แบ่งเป็นระยะอย่างไร
แผลฝีเย็บกี่วันหาย นี้เป็นคำถามที่แม่หลังคลอดสงสัยมากที่สุดค่ะ คำตอบขึ้นอยู่กับระดับของแผล แต่โดยทั่วไปแผลระดับที่ 1 และ 2 มักหายได้เองภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนการฟื้นตัวเต็มที่อาจใช้เวลาถึง 4-6 สัปดาห์ค่ะ 2
แบ่งตามช่วงเวลาได้ดังนี้
- วันที่ 1-3 หลังคลอด เป็นช่วงที่เจ็บและบวมมากที่สุด อาจมีเลือดซึมเล็กน้อยรอบแผล ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ
- สัปดาห์แรก อาการบวมและเจ็บจะค่อยๆ ลดลง แผลเริ่มปิดตัวจากด้านใน ไหมละลายจะเริ่มหลุดออกเอง
- สัปดาห์ที่ 2-4 แผลผิวหนังภายนอกมักปิดสนิทแล้ว ความรู้สึกตึงและคันเป็นสัญญาณว่าแผลกำลังหาย ยังอาจรู้สึกปวดบ้างเมื่อเดินหรือนั่งนาน
- หลังสัปดาห์ที่ 4 แผลส่วนใหญ่หายดีแล้ว แต่เนื้อเยื่อชั้นในอาจยังอยู่ระหว่างการปรับตัว ควรพบแพทย์ที่นัด 6 สัปดาห์หลังคลอดเสมอค่ะ
ไหมละลายแผลฝีเย็บกี่วันหาย
แผลฝีเย็บจากการคลอด ส่วนใหญ่คุณหมอจะใช้ไหมละลาย (Vicryl Rapide) ในการเย็บแผล ซึ่งจะค่อยๆ นุ่มลงและหลุดออกเองภายใน 1-2 สัปดาห์ ไม่ต้องกลับโรงพยาบาลให้ตัดไหมค่ะ 2 คุณแม่อาจสังเกตเห็นเศษไหมบนผ้าอนามัยหรือเวลาเช็ดทำความสะอาด ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากค่ะ บางครั้งอาจรู้สึกว่าไหมยังอยู่นานถึง 3 เดือน ซึ่งก็ยังถือว่าปกติเช่นกัน
สัญญาณว่าแผลฝีเย็บใกล้หายแล้ว มีอะไรบ้าง
สัญญาณที่บ่งบอกว่าแผลกำลังฟื้นตัวได้ดี ได้แก่ ความเจ็บปวดลดลงเรื่อยๆ ทุกวัน บวมยุบลง ขอบแผลชิดติดกันดี ไม่มีกลิ่นผิดปกติ และอาจรู้สึกคันบริเวณแผลเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณดีว่าร่างกายกำลังสร้างเนื้อเยื่อใหม่ค่ะ 5
แผลฝีเย็บไม่ติดกัน เกิดจากอะไร สังเกตอาการได้อย่างไร
แผลฝีเย็บไม่ติดกัน หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Wound Dehiscence คือภาวะที่ขอบแผลแยกออกจากกัน ไม่ปิดสนิทตามกำหนด งานวิจัยในปี 2023 พบว่าการคลอดด้วยเครื่องช่วย (Forceps หรือ Ventouse) เพิ่มความเสี่ยงถึง 2.18 เท่า และระยะเวลาเบ่งที่ยาวนานก็เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ นอกจากนี้การติดเชื้อ ท้องผูกรุนแรง หรือแรงกดทับแผลมากเกินไปก็เพิ่มโอกาสเกิดภาวะนี้ได้เช่นกันค่ะ 3
อาการแผลฝีเย็บไม่ติดกัน เป็นยังไง
ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์และนรีเวชวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร (Royal College of Obstetricians and Gynaecologists หรือ RCOG) ระบุว่าแผลฝีเย็บไม่ติดกันเป็นยังไง คุณแม่ต้องคอยสังเกต ได้แก่ 4
- ความเจ็บปวดบริเวณแผลเพิ่มขึ้นกะทันหัน
- มีเลือดออกใหม่หรือมีหนองซึมออกจากแผล
- รู้สึกไม่สบาย คล้ายจะเป็นไข้
- มองเห็นหรือสัมผัสได้ว่าขอบแผลแยกออกจากกัน
แผลฝีเย็บแยก อันตรายไหม ต้องทำอะไร
สำหรับแผลฝีเย็บไม่ติดกัน อันตรายไหม เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์ แนะนำว่าแผลที่แยกเล็กน้อยโดยไม่มีการติดเชื้อสามารถหายเองได้ แต่ควรพบแพทย์หรือพยาบาลเพื่อตรวจก่อนเสมอ เพราะแพทย์จะพิจารณาว่าต้องให้ยาปฏิชีวนะหรือไม่ ไม่ควรรอดูอาการเองนานเกินไปค่ะ 4

วิธีดูแลแผลฝีเย็บให้สะอาด ปลอดภัย ไม่ติดเชื้อ
วิธีดูแลแผลฝีเย็บให้สะอาด ปลอดภัย ไม่ติดเชื้อ มีหลักการง่ายๆ คือรักษาความสะอาด ให้แผลแห้ง และหลีกเลี่ยงสิ่งที่เพิ่มแรงกดบริเวณแผล ทำได้ดังนี้ค่ะ 2
- ทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าเท่านั้น อาบน้ำหรือล้างทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ไม่ใช้สบู่หรือครีมอาบน้ำบริเวณแผลโดยตรง เพราะอาจระคายเคือง
- เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 4 ชั่วโมง หรือบ่อยกว่านั้น เพื่อให้แผลแห้งและสะอาดอยู่เสมอ ห้ามใช้ผ้าอนามัยแบบสอด
- ซับแห้งเบาๆ หลังล้างทำความสะอาด ไม่ถู เพราะอาจทำให้แผลระคายเคือง
- ล้างมือก่อนและหลัง เปลี่ยนผ้าอนามัยทุกครั้ง
- ทำ Kegel exercise หรือการขมิบช่องคลอดและทวารหนักโดยเร็วที่สุดหลังคลอด เพราะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดบริเวณแผล ทำให้หายเร็วขึ้นค่ะ 2

การดูแลตัวเองหลังคลอดอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลฝีเย็บหายสนิทและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้ค่ะ และที่สำคัญไม่แพ้กันคือการให้ลูกน้อยได้รับนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด เพราะนมแม่มีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด 9 ทั้งดีเอชเอ (DHA) โอเมก้า 3, 6, 9 (Omega 3, 6, 9) วิตามิน แคลเซียม และโดยเฉพาะแอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน (Alphalac Sphingomyelin) ซึ่งช่วยเสริมสร้างปลอกไมอีลินในสมองลูกน้อย ให้การส่งสัญญาณประสาทเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์อย่างบี แล็กทิส (B. lactis) ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิตค่ะ โดยเฉพาะลูกน้อยที่คลอดผ่านการผ่าคลอด อาจพลาดโอกาสรับจุลินทรีย์ดีจากช่องคลอดของแม่ตามธรรมชาติค่ะ
อาหารที่ช่วยให้แผลฝีเย็บหายเร็ว
นอกจากการดูแลภายนอก สิ่งที่กินเข้าไปทุกวันก็มีผลต่อการฟื้นตัวของแผลเช่นกันค่ะ 6
- โปรตีน ช่วยสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ พบในไข่ เนื้อสัตว์ ปลา และถั่วต่างๆ
- วิตามินซี กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ผลไม้สดหลังคลอดอย่างฝรั่ง ส้ม และกีวี ก็อุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้นค่ะ
- สังกะสี (Zinc) ช่วยควบคุมกระบวนการซ่อมแซมแผลในทุกระยะ พบในหอยนางรม เนื้อแดง และเมล็ดพืช
- กากใย ช่วยป้องกันท้องผูก ลดการเบ่งถ่ายที่อาจเพิ่มแรงกดทับแผล พบในผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี
นอนและนั่งท่าไหนไม่ให้กดทับแผลฝีเย็บ
ท่านอนที่ดีที่สุดในช่วงนี้ คือ นอนตะแคง เพราะลดแรงกดทับบริเวณแผลฝีเย็บได้มากที่สุดค่ะ ส่วนเวลานั่งให้วางบนเบาะนุ่มหรือหมอนรูปโดนัท และหลีกเลี่ยงการนั่งนานเกินไปในท่าเดิมค่ะ 2
สิ่งสำคัญที่ต้องระวัง คือ ท่านั่งที่ทำให้ขาอ้าออกกว้าง เช่น ท่าขัดสมาธิ หรือท่านั่งอื่นๆ ที่ต้องกางขาออก เพราะจะเพิ่มแรงดึงบริเวณแผลและอาจทำให้แผลที่ยังไม่ติดสนิทปริออกได้ค่ะ 1
แผลฝีเย็บกับการมีเพศสัมพันธ์ ควรรอกี่สัปดาห์
ไม่มีกฎตายตัวว่าต้องรอนานแค่ไหนค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าคุณแม่รู้สึกพร้อมและสบายแค่ไหน แพทย์มักแนะนำให้รอจนกว่าแผลจะหายดีและน้ำคาวปลาหมด ซึ่งโดยทั่วไปประมาณ 6 สัปดาห์หลังคลอด และควรหารือกับแพทย์ที่นัดตรวจ 6 สัปดาห์ด้วยค่ะ 2 ถ้าเริ่มแล้วรู้สึกเจ็บ ให้หยุดและปรึกษาแพทย์เพราะอาจต้องการการรักษาเพิ่มเติมค่ะ
วิธีบรรเทาอาการเจ็บแผลฝีเย็บ ทำได้เองที่บ้าน
คุณแม่หลายท่านบอกว่าช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอดเป็นช่วงที่ยากที่สุด เพราะเจ็บแผลฝีเย็บทุกครั้งที่เดิน นั่ง หรือแม้แต่ลุกขึ้น ความรู้สึกนี้เป็นเรื่องปกติค่ะ มีหลายวิธีที่ช่วยบรรเทาได้ที่บ้านโดยไม่ต้องรอพบแพทย์เลยค่ะ 1
- ประคบเย็น ในช่วง 12-24 ชั่วโมงแรก ใช้ ice pack ห่อด้วยผ้าก่อนทุกครั้ง ห้ามวาง ice โดยตรงบนผิวเพราะอาจทำให้ผิวเสียหาย ประคบครั้งละ 20 นาที
- แช่น้ำอุ่น วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 10-15 นาที ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นและลดความตึง
- ใช้เบาะรองนั่ง หรือหมอนรูปตัว U ลดแรงกดทับแผลขณะนั่งให้นมลูก
- กินอาหารที่มีใยอาหารสูง ดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันท้องผูก เพราะการเบ่งถ่ายจะทำให้เจ็บแผลมากขึ้นค่ะ
- ยาแก้ปวด ก่อนกลับบ้านคุณหมออาจสั่งยาแก้ปวดเตรียมไว้ให้ ซึ่งยาแก้ปวดบางชนิดปลอดภัยสำหรับแม่ที่ให้นมบุตรค่ะ แต่ควรหลีกเลี่ยงแอสไพรินเพราะส่งผ่านน้ำนมได้ และขอให้กินยาตามที่แพทย์สั่งเสมอ 2
คันแผลฝีเย็บ ปกติไหม ดูแลได้อย่างไร
อาการคันบริเวณแผลฝีเย็บเป็นเรื่องปกติมากค่ะ เป็นสัญญาณว่าแผลกำลังอยู่ในกระบวนการหายตามธรรมชาติ ไหมละลายที่ใช้อาจทำให้รู้สึกระคายเคืองและคันได้ 5 ในระหว่างที่ร่างกายซ่อมแซมเนื้อเยื่อ จะมีการหลั่งสารฮิสตามีน (Histamine) ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบตามธรรมชาติ และอาจทำให้เกิดอาการคันบริเวณแผลได้ค่ะ
สิ่งที่ควรทำเมื่อคันแผลคือไม่เกา เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อใหม่ที่บอบบางเสียหาย ประคบเย็นเบาๆ จะช่วยบรรเทาได้ค่ะ หากคันมากหรือมีอาการบวมแดงร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจว่ามีการติดเชื้อหรือไม่
แผลฝีเย็บอักเสบ อาการที่ต้องระวังและเมื่อไหร่ต้องพบแพทย์
แม้จะดูแลตัวเองอย่างดีแล้ว แผลฝีเย็บอักเสบก็อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ สัญญาณที่ควรระวังมีดังนี้
อาการแผลฝีเย็บอักเสบ สังเกตได้จากอะไร
อาการของแผลฝีเย็บอักเสบที่ควรสังเกต ได้แก่ 1
- ผิวหนังรอบแผลแดงและบวมมากขึ้น
- มีหนองหรือน้ำเหลืองไหลออกจากแผล
- ปวดแผลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะดีขึ้น
- มีกลิ่นผิดปกติบริเวณแผล
- มีไข้ รู้สึกหนาวสั่น หรือรู้สึกไม่สบายตัวคล้ายไข้หวัดใหญ่
สัญญาณแบบนี้ต้องพบแพทย์ทันที
นอกจากอาการอักเสบข้างต้นแล้ว ควรรีบพบแพทย์ทันทีเมื่อ 4
- มองเห็นหรือสัมผัสได้ว่าขอบแผลแยกออกจากกัน
- ปวดแผลมากจนเดินหรือนั่งไม่ได้
- ควบคุมการถ่ายอุจจาระไม่ได้หรือมีการถ่ายโดยไม่รู้ตัว
- มีไข้สูงและรู้สึกแย่ลงอย่างรวดเร็ว
ถ้าคุณแม่มีไข้หลังคลอดสูงเกิน 38 องศาเซลเซียส หรือสังเกตว่าน้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็นหรือมีปริมาณผิดปกติร่วมด้วย ไม่ควรรอดูอาการนานเกิน 24 ชั่วโมงค่ะ
แพทย์จะตรวจแผลและอาจตรวจสอบเพื่อหาเชื้อ จากนั้นให้ยาปฏิชีวนะ ในกรณีที่ติดเชื้อรุนแรงอาจต้องรับยาทางน้ำเกลือในโรงพยาบาลค่ะ 4

การฟื้นตัวจากแผลฝีเย็บต้องใช้ความอดทนและความใส่ใจในรายละเอียดค่ะ แม้บางวันจะรู้สึกเหนื่อยและเจ็บ แต่ร่างกายของคุณแม่กำลังทำงานหนักเพื่อซ่อมแซมตัวเองทุกวินาที โดยแผลฝีเย็บระดับ 1-2 มักหายได้เองภายใน 2 สัปดาห์ถ้าดูแลถูกต้อง และร่างกายมักจะฟื้นตัวได้เต็มที่ภายใน 4-6 สัปดาห์ค่ะ ระหว่างนี้ดูแลความสะอาด กินผลไม้สดหลังคลอดและอาหารมีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ลังเลที่จะพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ
สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณแม่ทำได้ในตอนนี้คือดูแลตัวเองให้ดี เพราะแม่ที่แข็งแรงคือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของลูกน้อยค่ะ
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ผ่าคลอด
อ้างอิง:
- Perineal tear advice and care — East Kent Hospitals NHS Foundation Trust
- Tears and Stitches — Royal Berkshire NHS Foundation Trust
- Risk Factors for Perineal Wound Breakdown in Early Postpartum — Journal of Clinical Medicine 2023
- Perineal wound breakdown — Royal College of Obstetricians and Gynaecologists (RCOG)
- First- and second-degree tears — Royal College of Obstetricians and Gynaecologists (RCOG)
- Impact of nutrition on skin wound healing and aesthetic outcomes — PMC 2024
- Recovery after vaginal or caesarean birth — NCT
- Perineal Lacerations — StatPearls, NCBI Bookshelf
- Bioactive Factors in Human Breast Milk Attenuate Intestinal Inflammation during Early Life — Nutrients 2020
อ้างอิง ณ วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569