โฟเลต คืออะไร ทำไมถึงสำคัญกับแม่ท้อง เช็ค 7กลุ่มอาหารโฟเลตสูงที่ควรกิน
คำถามที่พบบ่อย
โฟเลต กับ กรดโฟลิก ต่างกันอย่างไร
โฟเลต คือ วิตามินบี 9 (Vitamin B9) รูปแบบหนึ่งของ โฟเลต (Folate) ที่พบในอาหารธรรมชาติ เช่น ผักใบเขียว ตับ และผลไม้รสเปรี้ยว ส่วน โฟลิค (Folic Acid) คือรูปแบบสังเคราะห์ในวิตามินเสริม ทั้งสองเป็นสารตัวเดียวกัน แต่ โฟลิค ดูดซึมและนำไปใช้ได้ดีกว่าโฟเลตจากอาหาร โดยเฉพาะช่วงต้นของการตั้งครรภ์ที่ทารกต้องการสูงค่ะ การได้รับครบทั้งสองรูปแบบช่วยให้คุณแม่มีสารอาหารเพียงพอตลอดวัน
ควรเริ่มกินโฟเลตเมื่อไหร่ และต้องกินจนถึงคลอดไหม
คุณแม่ที่วางแผนตั้งครรภ์ควรเริ่มเสริม โฟลิค (Folic Acid) อย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ และต่อเนื่องจนถึงอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่หลอดประสาทของทารกในครรภ์ปิดสมบูรณ์ค่ะ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำขนาดวันละ 400 ไมโครกรัม ตั้งแต่วางแผนจนถึง 12 สัปดาห์แรก หลังจากนั้นยังควรกินต่อจนคลอด เพราะทารกยังต้องการสารอาหารตลอดการเติบโต ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อวางแผนที่เหมาะสมเฉพาะตัวค่ะ
กินโฟเลตเกินขนาด อันตรายต่อทารกในครรภ์ไหม
ปริมาณ โฟลิค (Folic Acid) สูงสุดที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ คือวันละ 1,000 ไมโครกรัม การได้รับเกินขนาดต่อเนื่องอาจปิดบังภาวะขาด วิตามินบี 12 (Vitamin B12) เพราะ โฟลิค แก้ภาวะโลหิตจางจากการขาด วิตามินบี 12 ได้ แต่ไม่ซ่อมแซมความเสียหายของเส้นประสาท ในคุณแม่ที่เคยมีทารกพิการจากหลอดประสาทผิดปกติ คุณหมออาจพิจารณาให้ขนาดสูงขึ้น ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสุขภาพและประวัติค่ะ
สรุป
- โฟเลต คือ วิตามินบี 9 ที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาหลอดประสาท สมอง และไขสันหลังของทารกในครรภ์ ส่วน โฟลิค (Folic Acid) เป็นรูปแบบสังเคราะห์ที่ดูดซึมและนำไปใช้ได้ดี เหมาะกับการเสริมในช่วงตั้งครรภ์
- คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับโฟเลตในรูปวิตามินเสริมอย่างน้อยวันละ 400 ไมโครกรัม ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ 1 เดือน จนถึงอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ และต่อเนื่องตามคำแนะนำของคุณหมอ
- อาหารที่มีโฟเลตสูง ได้แก่ ผักใบเขียวเข้ม ตับวัว ถั่ว ผลไม้รสเปรี้ยว อะโวคาโด บรอกโคลี และธัญพืชเสริมโฟเลต ซึ่งช่วยให้คุณแม่ได้รับสารอาหารครบถ้วนตามธรรมชาติ
- หากสงสัยว่าตัวเองมีภาวะขาดโฟเลตหรือต้องการปริมาณเฉพาะตามประวัติส่วนตัว คุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับทั้งคุณแม่และลูก
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- โฟเลต คือ อะไร พร้อมบทบาทสำคัญต่อทารกในครรภ์
- ประโยชน์ของโฟเลต ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรเสริม
- ปริมาณโฟเลตที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับในแต่ละช่วงตั้งครรภ์
- 7 กลุ่มอาหารที่มีโฟเลตสูง สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
- เมื่อแม่ได้รับโฟเลตไม่เพียงพอ ลูกในครรภ์เสี่ยงอะไรบ้าง
- ภาวะขาดโฟเลต สัญญาณเตือนและการปรึกษาแพทย์
โฟเลต คือ อะไร พร้อมบทบาทสำคัญต่อทารกในครรภ์
โฟเลต คือ วิตามินบี 9 (Vitamin B9) ที่ละลายในน้ำ มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างเซลล์ใหม่ของร่างกาย เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์สมอง เซลล์ผิวหนัง รวมถึงเส้นผมและเล็บ ทุกเซลล์ใหม่ในร่างกายต้องการสารอาหารนี้ในกระบวนการเจริญเติบโต สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ โฟเลต เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ทารกในครรภ์พัฒนาอวัยวะและระบบต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ค่ะ
โฟเลต และ โฟลิค (Folic Acid) เป็นวิตามินตัวเดียวกัน แต่มาจากแหล่งต่างกัน โฟเลต พบในอาหารธรรมชาติ เช่น ผักใบเขียว ตับวัว ถั่ว และผลไม้รสเปรี้ยว ส่วน โฟลิค คือรูปแบบสังเคราะห์ที่ใช้ในวิตามินเสริมและอาหารเสริมแร่ธาตุ เช่น ซีเรียลเสริมโฟเลต สำหรับการดูแลในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่ได้รับประโยชน์จากทั้งสองรูปแบบ เพราะ โฟลิค ในรูปสังเคราะห์ดูดซึมและนำไปใช้ได้ดีกว่าโฟเลตจากอาหาร โดยข้อมูลทางโภชนาการระบุว่าอย่างน้อย 85% ของ โฟลิค ดูดซึมได้เมื่อรับประทานพร้อมอาหาร ในขณะที่โฟเลตจากอาหารธรรมชาติดูดซึมได้เพียงประมาณ 50% เท่านั้น 5 ทำให้การเสริมในรูปวิตามินช่วยให้คุณแม่มั่นใจในปริมาณที่ร่างกายได้รับ โดยเฉพาะในช่วง 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ที่ความต้องการสูงเป็นพิเศษค่ะ
บทบาทที่สำคัญที่สุดของ โฟเลต ในช่วงตั้งครรภ์ คือการสนับสนุนการพัฒนาของหลอดประสาท (Neural Tube) ซึ่งจะกลายเป็นสมองและไขสันหลังของทารกในอนาคต ในช่วง 26-28 วันแรกหลังปฏิสนธิ หลอดประสาทของทารกในครรภ์จะปิดสมบูรณ์ ทำให้ช่วงก่อนตั้งครรภ์และไตรมาสแรกเป็นช่วงเวลาทองที่สุดของการเสริมสารอาหารนี้ 1 คุณแม่ที่ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์แล้ว มักผ่านช่วงสำคัญนี้ไปแล้ว เพราะกระบวนการพัฒนาเริ่มก่อนที่คุณแม่จะรู้ตัวด้วยซ้ำค่ะ การเตรียมพร้อมเรื่องโภชนาการตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ จึงเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพของลูกตั้งแต่วันแรกของชีวิต คุณแม่สามารถปรึกษาคุณหมอเพื่อรับคำแนะนำเรื่องวิตามินที่เหมาะสมกับสุขภาพและช่วงเวลาตั้งครรภ์ของตัวเองค่ะ
ประโยชน์ของโฟเลต ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรเสริม
ประโยชน์อันดับแรกของ โฟเลต สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ คือการลดความเสี่ยงของความผิดปกติของหลอดประสาท (Neural Tube Defects หรือ NTDs) คณะทำงานบริการป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (USPSTF) ออกคำแนะนำระดับ Grade A ว่าผู้ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ ควรรับประทานอาหารเสริมที่มี โฟลิค (Folic Acid) วันละ 400-800 ไมโครกรัม 1 ในสหรัฐอเมริกามีทารกที่ได้รับผลกระทบจากความผิดปกติของหลอดประสาทประมาณ 3,000 รายต่อปี 1 ซึ่งหลายกรณีสามารถป้องกันได้ด้วยการเสริม โฟเลต อย่างเพียงพอตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ค่ะ
นอกจากการป้องกันความผิดปกติของหลอดประสาทแล้ว โฟเลต ยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของผลลัพธ์การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ จากการศึกษาขนาดใหญ่ที่รวบรวมข้อมูลของหญิงตั้งครรภ์มากกว่า 79,000 ราย พบว่าการเสริมวิตามินรวมร่วมกับธาตุเหล็กและ โฟลิค (Folic Acid) มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการคลอดทารกที่ไม่มีชีพ (Stillbirth) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเพียงธาตุเหล็กและโฟเลตเท่านั้น ผลการศึกษานี้ตอกย้ำความสำคัญของการเตรียมพร้อมทางโภชนาการอย่างรอบด้านในช่วงตั้งครรภ์ค่ะ
คุณแม่ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ หลายท่านอาจสงสัยว่า ในเมื่อเรากินอาหารที่มี โฟเลต อยู่แล้ว ทำไมต้องเสริมเพิ่ม คำตอบคือร่างกายของหญิงในวัยเจริญพันธุ์ต้องการ โฟเลต เพิ่มขึ้นจาก 400 ไมโครกรัม DFE ต่อวันในผู้หญิงทั่วไป เป็น 600 ไมโครกรัม DFE ต่อวันในช่วงตั้งครรภ์ และในประเทศไทยอาหารส่วนใหญ่ไม่ได้เสริม โฟลิค (Folic Acid) แบบเดียวกับในต่างประเทศ คุณแม่จึงอาจได้รับสารอาหารนี้ไม่เพียงพอจากอาหารเพียงอย่างเดียว การเสริมในรูปวิตามินจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้คุณแม่มั่นใจได้ว่าได้รับสารอาหารครบถ้วน คุณแม่ปรึกษาคุณหมอเพื่อรับคำแนะนำเรื่องชนิดและขนาดของวิตามินที่เหมาะสมกับร่างกายของตัวเองและช่วงตั้งครรภ์ได้ค่ะ
ปริมาณโฟเลตที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับในแต่ละช่วงตั้งครรภ์
ปริมาณ โฟเลต ที่แนะนำต่อวันสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในแต่ละช่วง มีค่าแตกต่างกันตามความต้องการของร่างกายและการเจริญเติบโตของทารก สำนักอาหารเสริม สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH ODS) จัดทำตารางคำแนะนำที่ใช้เป็นมาตรฐานทั่วโลก โดยใช้หน่วย Dietary Folate Equivalents (DFE) ที่คำนึงถึงการดูดซึมของ โฟเลต จากแต่ละแหล่ง 5 ดังตารางต่อไปนี้ค่ะ:
| ช่วงเวลา | ปริมาณที่แนะนำต่อวัน |
| ก่อนตั้งครรภ์ (วางแผนตั้งครรภ์) | 400-800 ไมโครกรัม โฟลิค (Folic Acid) |
| ตั้งครรภ์ (ทุกไตรมาส) | 600 ไมโครกรัม DFE |
| ให้นมบุตร | 500 ไมโครกรัม DFE |
| คุณแม่ที่เคยมีทารกพิการจากหลอดประสาทผิดปกติ | 4,000 ไมโครกรัม โฟลิค (Folic Acid) |
คุณแม่ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ควรเริ่มเสริม โฟลิค ในรูปวิตามินวันละ 400-800 ไมโครกรัม อย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ ตามคำแนะนำของแนวทางการป้องกันโรคที่ใช้ในระดับสากล 1 เมื่อตั้งครรภ์แล้ว ความต้องการของร่างกายจะเพิ่มขึ้นเป็น 600 ไมโครกรัม DFE ต่อวัน ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ส่วนคุณแม่ที่ให้นมบุตร ความต้องการจะลดลงเล็กน้อยเป็น 500 ไมโครกรัม DFE ต่อวัน 5 แต่ยังคงต้องการสารอาหารนี้ในปริมาณที่สูงกว่าผู้หญิงทั่วไป เพื่อสนับสนุนการสร้างนมแม่ที่มีคุณภาพค่ะ
ในกรณีพิเศษ คุณแม่ที่เคยมีการตั้งครรภ์ที่มีทารกพิการจากหลอดประสาทผิดปกติ คุณหมออาจพิจารณาให้เสริม โฟลิค (Folic Acid) ในขนาดสูงถึงวันละ 4,000 ไมโครกรัม ตั้งแต่ 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ จนถึง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงนี้ หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน โรคลำไส้ หรือการรับประทานยาบางชนิด ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อกำหนดปริมาณที่เหมาะสมกับสุขภาพของตัวเองค่ะ การคำนวณปริมาณจากอาหารและวิตามินรวมกันให้พอดี เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในช่วงอายุครรภ์ 12 สัปดาห์แรก ที่เป็นช่วงสำคัญที่สุดของพัฒนาการสมองและไขสันหลังของลูกน้อย
7 กลุ่มอาหารที่มีโฟเลตสูง สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
นอกจากการเสริมในรูปวิตามินแล้ว คุณแม่สามารถได้รับ โฟเลต จากอาหารธรรมชาติได้หลายชนิด ซึ่งช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลาย ไม่เฉพาะ โฟเลต อย่างเดียว ข้อมูลทางโภชนาการระบุอาหารที่มี โฟเลต ตามธรรมชาติให้คุณแม่เลือกรับประทานในชีวิตประจำวันค่ะ ต่อไปนี้คือ 7 กลุ่มอาหารที่มีโฟเลตสูง หาทานได้ง่าย เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์
1. ผักใบเขียวเข้ม
ผักใบเขียวเข้ม เช่น ปวยเล้ง ผักโขม คะน้า ผักกาดเขียว และผักบุ้ง เป็นแหล่งของ โฟเลต ที่ดีและหาทานง่ายในประเทศไทย ผักกลุ่มนี้นอกจากให้ โฟเลต แล้ว ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม และวิตามินซี คุณแม่สามารถเลือกผักใบเขียวเข้มเป็นส่วนหนึ่งของอาหารทุกมื้อ โดยปรุงด้วยวิธีที่หลากหลาย เช่น ผัด ลวก หรือใส่ในซุป เพื่อรับประโยชน์ครบถ้วนค่ะ
2. ตับวัวและตับสัตว์
ตับสัตว์ โดยเฉพาะตับวัว เป็นแหล่งของ โฟเลต ที่เข้มข้นที่สุดในธรรมชาติ ตับวัวเพียง 1 ส่วนให้ โฟเลต ในปริมาณสูงกว่าผักใบเขียวหลายเท่า คุณแม่สามารถรับประทานเมนูจากตับ เช่น ผัดตับวัว ตับบดผสมผัก หรือแกงจืดตับ ในช่วงตั้งครรภ์ได้ แต่ควรปรึกษาคุณหมอเรื่องความถี่และปริมาณที่เหมาะสมกับช่วงตั้งครรภ์ของตัวเอง เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนและปลอดภัย
3. ถั่วและถั่วเมล็ดแห้ง
ถั่วและถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วลิสง ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วเขียว และถั่วลูกไก่ เป็นอาหารที่ให้ โฟเลต ในปริมาณที่ดีและให้พลังงานยาวนาน คุณแม่สามารถนำถั่วมาทำเป็นเมนูได้หลายแบบ เช่น น้ำเต้าหู้ ถั่วต้ม ขนมหวานจากถั่ว หรือเป็นส่วนผสมในสลัด ถั่วยังให้โปรตีนและใยอาหารที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่านมีปัญหาท้องผูกค่ะ การเลือกถั่วเป็นของว่างระหว่างมื้อ ก็เป็นทางเลือกที่ดีต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์
4. ผลไม้รสเปรี้ยว
ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม ส้มโอ มะนาว และเลม่อน เป็นแหล่งของ โฟเลต ที่หาทานง่ายและรสชาติเหมาะสมกับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อาจมีอาการแพ้ท้องและเบื่ออาหารบางชนิด น้ำส้มคั้นสด 1 แก้วก็ให้ โฟเลต ในปริมาณที่ดี นอกจากนี้ผลไม้กลุ่มนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญอีกตัวสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถเลือกผลไม้รสเปรี้ยวเป็นของหวานหลังมื้ออาหาร หรือเป็นของว่างระหว่างวันได้ค่ะ
5. อะโวคาโด
อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วย โฟเลต และยังให้กรดไขมันดีที่จำเป็นต่อพัฒนาการสมองของทารกในครรภ์ คุณแม่สามารถนำอะโวคาโดมาทำเป็นเมนูได้หลากหลาย เช่น สลัดอะโวคาโด อะโวคาโดบด ทาขนมปังธัญพืช หรือเป็นส่วนผสมในสมูทตี้ผลไม้ อะโวคาโดมีรสชาติอ่อนและเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการอาหารที่ทานง่ายในช่วงแพ้ท้อง รวมถึงผู้ที่ต้องการเพิ่มพลังงานและไขมันดีในมื้ออาหารด้วยค่ะ
6. บรอกโคลีและหน่อไม้ฝรั่ง
บรอกโคลีและหน่อไม้ฝรั่ง เป็นผักที่อุดมไปด้วย โฟเลต และยังให้วิตามินซี วิตามินเค และใยอาหารที่ช่วยเรื่องการย่อยอาหาร คุณแม่สามารถนำบรอกโคลีและหน่อไม้ฝรั่งมาทำเป็นเมนูได้หลากหลาย เช่น ผัดน้ำมันมะกอก ลวกจิ้มกับน้ำพริก หรือใส่ในซุปและสตู ผักกลุ่มนี้ควรปรุงไม่นานเกินไปเพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการ การลวกเร็ว ๆ หรือนึ่งจะช่วยให้ โฟเลต ไม่สลายไปกับน้ำต้มค่ะ
7. ธัญพืชเสริมโฟเลต
ธัญพืชที่เสริม โฟลิค (Folic Acid) เช่น ซีเรียลอาหารเช้า ขนมปังโฮลวีต พาสตา และข้าวที่เสริมวิตามิน เป็นทางเลือกที่ช่วยให้คุณแม่ได้รับ โฟลิค ในปริมาณที่แน่นอนทุกวัน ในประเทศที่มีนโยบายเสริม โฟลิค ในอาหาร เช่น สหรัฐอเมริกา การได้รับสารอาหารนี้จากอาหารประจำวันเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ส่วนในประเทศไทย คุณแม่ควรอ่านฉลากโภชนาการเพื่อตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่เลือกมีการเสริม โฟลิค หรือไม่ การทานธัญพืชเสริมเป็นมื้อเช้า ช่วยให้คุณแม่เริ่มต้นวันด้วยสารอาหารครบถ้วนค่ะ
เมื่อแม่ได้รับโฟเลตไม่เพียงพอ ลูกในครรภ์เสี่ยงอะไรบ้าง
การที่คุณแม่ได้รับ โฟเลต ไม่เพียงพอในช่วงตั้งครรภ์ ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะคุณแม่ แต่ส่งผลถึงพัฒนาการของลูกในครรภ์โดยตรง ความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น กระดูกสันหลังไม่ปิด (Spina Bifida) เป็นหนึ่งในความผิดปกติของหลอดประสาทที่พบบ่อยที่สุด โดยสาเหตุหนึ่งมาจากการขาดสารอาหารจำเป็น คุณแม่ที่ได้รับ โฟเลต ไม่เพียงพอ มีความเสี่ยงสำคัญ 3 ด้านที่ควรทำความเข้าใจค่ะ
1. ความเสี่ยงต่อความผิดปกติของหลอดประสาทและระบบประสาทส่วนกลาง
ความผิดปกติของหลอดประสาท (Neural Tube Defects) คือความผิดปกติที่เกิดจากการที่หลอดประสาทของทารกในครรภ์ปิดไม่สมบูรณ์ในช่วง 4 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของสมองและไขสันหลัง รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่ ภาวะไม่มีสมอง (Anencephaly) และกระดูกสันหลังไม่ปิด (Spina Bifida) ภาวะไม่มีสมองเป็นภาวะที่ทารกเกิดมาโดยไม่มีส่วนของสมองและกะโหลกศีรษะ ทำให้ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหลังคลอด ส่วนกระดูกสันหลังไม่ปิด เป็นกลุ่มอาการที่มีความรุนแรงต่างกัน ทารกบางรายอาจมีอาการอัมพาตของขา การขับถ่ายที่ผิดปกติ หรือต้องใส่อุปกรณ์ระบายน้ำในสมอง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการขาด โฟเลต ในแม่ในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ค่ะ
2. ความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตช้ากว่าเกณฑ์และน้ำหนักแรกเกิดน้อย
นอกจากผลกระทบต่อระบบประสาทแล้ว การขาด โฟเลต ในช่วงตั้งครรภ์ยังเพิ่มโอกาสที่ทารกจะมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย (Low Birth Weight) ซึ่งหมายถึงน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม ทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดน้อยมักมีพัฒนาการช้ากว่าเกณฑ์ มีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรง และอาจมีปัญหาการดูดนม การหายใจ และการรักษาอุณหภูมิร่างกาย คุณแม่ที่ได้รับ โฟเลต ไม่เพียงพอจึงเพิ่มความเสี่ยงให้ลูกมีการเจริญเติบโตในครรภ์ช้ากว่าที่ควร และอาจส่งผลถึงพัฒนาการระยะยาวหลังคลอดได้ค่ะ การได้รับสารอาหารที่เพียงพอตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ จึงเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้ลูกเริ่มต้นชีวิตได้อย่างสมบูรณ์
3. ความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด
การคลอดก่อนกำหนด (Preterm Birth) เป็นภาวะที่เพิ่มความเสี่ยงต่อทารกทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทารกที่คลอดก่อนกำหนดอาจมีระบบทางเดินหายใจที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ ระบบทางเดินอาหารที่ยังเปราะบาง และมีโอกาสติดเชื้อสูงกว่าทารกที่คลอดครบกำหนด คุณแม่ที่ได้รับ โฟเลต ไม่เพียงพอ มีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดเพิ่มขึ้น เพราะในช่วงตั้งครรภ์ ความต้องการของร่างกายเพิ่มขึ้นจากบทบาทของ โฟเลต ในการสังเคราะห์กรดนิวคลีอิก (DNA และ RNA) ที่จำเป็นต่อการแบ่งเซลล์และการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อต่าง ๆ การได้รับสารอาหารนี้อย่างเพียงพอตลอดการตั้งครรภ์ จึงช่วยให้กระบวนการตั้งครรภ์ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์จนถึงครบกำหนดค่ะ ในกรณีคุณแม่ที่มีประวัติคลอดก่อนกำหนด หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อวางแผนการดูแลตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์

ภาวะขาดโฟเลต สัญญาณเตือนและการปรึกษาแพทย์
ภาวะขาด โฟเลต ในประเทศที่ไม่มีการเสริมในอาหารทั่วไปยังพบได้บ่อย โดยเฉพาะในคุณแม่ที่มีปัจจัยเสี่ยงบางประการ การรู้จักสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้คุณแม่ตัดสินใจไปพบคุณหมอได้ทันเวลาค่ะ
อาการที่อาจบ่งบอกถึงภาวะขาด โฟเลต ได้แก่ ความรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าผิดปกติ ปวดศีรษะบ่อย ๆ ใจสั่น สมาธิสั้น หงุดหงิดง่าย และหายใจไม่ทันเมื่อทำกิจกรรมเล็กน้อย อาการเหล่านี้เกิดจากภาวะโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่ผิดปกติ (Megaloblastic Anemia) ที่เกิดจากการขาด โฟเลต นอกจากนี้คุณแม่บางท่านอาจมีแผลที่ลิ้นหรือในปาก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสีของผิวหนัง ผม หรือเล็บ ในช่วงตั้งครรภ์ อาการเหล่านี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการของการตั้งครรภ์ปกติ ทำให้คุณแม่ละเลยและไม่ได้รับการตรวจที่เหมาะสมค่ะ
คุณแม่บางกลุ่มมีความเสี่ยงต่อการขาด โฟเลต มากกว่าคนทั่วไป ได้แก่ ผู้ที่มีโรคลำไส้บางชนิด เช่น โรคซีลิแอ็ก (Celiac Disease) หรือโรคลำไส้อักเสบ ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่ต้องใช้การรักษาระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลต่อการดูดซึมโภชนาการ รวมถึงผู้ที่มีภาวะทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญ โฟเลต คุณแม่ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อรับคำแนะนำเรื่องชนิดและขนาดของวิตามินที่เหมาะสมเฉพาะตัวค่ะ
สิ่งสำคัญที่คุณแม่ควรระมัดระวัง คือการเสริม โฟลิค (Folic Acid) ในปริมาณสูงโดยไม่ปรึกษาคุณหมอ เพราะ โฟลิค สามารถแก้ภาวะโลหิตจางจากการขาด วิตามินบี 12 (Vitamin B12) ได้ แต่ไม่สามารถซ่อมแซมความเสียหายของเส้นประสาทที่เกิดจากการขาด วิตามินบี 12 ได้ ส่งผลให้คุณแม่อาจเข้าใจผิดว่าร่างกายปกติแล้ว ทั้งที่ระบบประสาทกำลังได้รับผลกระทบโดยที่ไม่รู้ตัว ความเสียหายนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจไม่สามารถรักษาให้กลับเป็นปกติได้ค่ะ ดังนั้น หากคุณแม่สงสัยว่าตัวเองมีภาวะขาด โฟเลต หรือต้องการเสริมในขนาดสูง ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดและรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสุขภาพและประวัติส่วนตัว
นอกจากการเตรียมพร้อมเรื่อง โฟเลต ในช่วงตั้งครรภ์แล้ว การวางรากฐานโภชนาการเพื่อพัฒนาการสมองของลูกในระยะยาว ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันค่ะ เพราะหลังคลอด นมแม่เป็นแหล่งสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยพัฒนาสมองและการเรียนรู้ของลูกน้อย ได้แก่ ดีเอชเอ (DHA), โอเมก้า 3, 6, 9 (Omega 3, 6, 9) และ แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน (Alphalac Sphingomyelin) ที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบประสาทและสมองของลูก

การเตรียมพร้อมเรื่อง โฟเลต ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เป็นของขวัญที่คุณแม่มอบให้ลูกตั้งแต่วันแรกของชีวิต สารอาหารที่ดูเล็กน้อยอย่าง วิตามินบี 9 (Vitamin B9) วันละ 400-800 ไมโครกรัม สามารถสร้างความแตกต่างใหญ่หลวงต่อพัฒนาการสมองและไขสันหลังของลูก ที่กำลังก่อตัวขึ้นในร่างกายของคุณแม่ค่ะ
คุณแม่ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ แค่เริ่มต้นด้วยการเลือกอาหารที่มีโฟเลตสูงในมื้ออาหารประจำวัน เช่น ผักใบเขียวเข้ม ถั่ว ผลไม้รสเปรี้ยว อะโวคาโด และเสริมในรูปวิตามินตามคำแนะนำของคุณหมอ ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วค่ะ การได้รับสารอาหารครบถ้วนทั้งจากอาหารและวิตามินเสริม ช่วยให้คุณแม่มั่นใจได้ว่าลูกในครรภ์ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิต
ทุกการตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่พิเศษและมีรายละเอียดแตกต่างกัน หากคุณแม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับชนิดและขนาดของวิตามินที่เหมาะสม หรือสงสัยว่าตัวเองอาจมีภาวะขาดโภชนาการบางอย่าง การปรึกษาคุณหมอตั้งแต่เริ่มวางแผนตั้งครรภ์ จะช่วยให้คุณแม่ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมเฉพาะตัว ตามประวัติสุขภาพและความต้องการของร่างกาย ขอให้คุณแม่ทุกท่านมีการตั้งครรภ์ที่ราบรื่น และได้พบกับเจ้าตัวเล็กที่แข็งแรงสมบูรณ์ในไม่ช้าค่ะ
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
อ้างอิง:
(1) Folic Acid Supplementation to Prevent Neural Tube Defects: US Preventive Services Task Force Reaffirmation Recommendation Statement - JAMA
https://jamanetwork.com/journals/jama/fullarticle/2807739
(2) Vitamin Supplementation for Preventing Miscarriage - Cochrane Database of Systematic Reviews
https://www.cochranelibrary.com/cdsr/doi/10.1002/14651858.CD004073.pub4/abstract
(3) About Folic Acid - Centers for Disease Control and Prevention (CDC)
https://www.cdc.gov/folic-acid/about/index.html
(4) Periconceptional Folic Acid Supplementation to Prevent Neural Tube Defects - World Health Organization (WHO) eLENA
https://www.who.int/tools/elena/interventions/folate-periconceptional
(5) Folate - Health Professional Fact Sheet - National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements (NIH ODS)
https://ods.od.nih.gov/factsheets/Folate-HealthProfessional/
(6) Folate (Folic Acid) - Mayo Clinic
https://www.mayoclinic.org/drugs-supplements-folate/art-20364625
อ้างอิง ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569