ทารกขึ้นเครื่องบินได้ไหม เด็กอายุเท่าไหร่ถึงเดินทางได้
คำถามที่พบบ่อย
พาลูกขึ้นเครื่องบิน จะเตรียมนมให้ลูกยังไงดีคะ?
เตรียมนมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ติดกระเป๋าไว้ เมื่อลูกหิวก็สามารถบิดฝาแล้วเทพร้อมดื่มได้ทันที ไม่ต้องหาน้ำร้อนหรือพกอุปกรณ์ชงหลายชิ้น ช่วยลดขั้นตอนระหว่างเดินทางได้ง่าย ๆ ค่ะ นมพร้อมใช้ยังมีสารอาหารสำคัญเทียบเคียงนมผง ทำให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่าในวันที่ต้องเดินทาง ลูกก็ยังได้รับสารอาหารอย่างสม่ำเสมอทุกมื้อค่ะ
ลูกอายุ 1 เดือนเองสามารถพาขึ้นเครื่องบินได้ไหม จะอันตรายหรือเปล่า?
สายการบินส่วนใหญ่อนุญาตให้ทารกที่มีสุขภาพแข็งแรงเดินทางได้ตั้งแต่อายุ 14 วันขึ้นไปค่ะ แต่ระบบภูมิคุ้มกันของน้องยังไม่แข็งแรงนัก อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อในที่ที่มีคนเยอะ ๆ ได้ง่าย จากข้อมูลทางการแพทย์แนะนำให้รอจนลูกน้อยอายุอย่างน้อย 2-3 เดือน จะปลอดภัยกว่าค่ะ 5 ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษากุมารแพทย์ของลูกก่อนเดินทาง เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายค่ะ
เวลาเครื่องขึ้น-ลง ลูกร้องไห้หนักมากเลยค่ะ ทำยังไงให้เขาไม่เจ็บหูคะ?
เป็นอาการที่พบได้บ่อยมากค่ะ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงความดันอากาศในห้องโดยสารค่ะ วิธีที่ดีที่สุดคือกระตุ้นให้ลูกกลืน โดยให้ดูดนมจากเต้า ดูดนมแม่จากขวดนม หรือใช้จุกหลอกในช่วงที่เครื่องกำลังไต่ระดับขึ้นและลดระดับลงค่ะ 3, 6 การดูดและกลืนจะช่วยเปิดท่อยูสเตเชียนเพื่อปรับความดันในหูชั้นกลาง และลดอาการเจ็บปวดได้ค่ะ หากลูกมีอาการหวัดหรือคัดจมูกอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางนะคะ เพราะอาจทำให้เจ็บหูมากกว่าปกติค่ะ
สรุป
- ทารกขึ้นเครื่องบินได้ตั้งแต่อายุ 7-14 วัน ตามข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน แต่แพทย์แนะนำให้รออย่างน้อย 2-3 เดือน เพราะภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรงพอ
- เตรียมเอกสารให้ครบก่อนเดินทาง เด็กอายุไม่ถึง 7 ปี ใช้สูติบัตรหรือพาสปอร์ต สำหรับเที่ยวบินต่างประเทศทุกคนต้องมีพาสปอร์ตที่เหลืออายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
- วางแผนล่วงหน้าช่วยให้การเดินทางราบรื่น ตั้งแต่เลือกเที่ยวบินตรงเวลานอนของลูก เตรียมนม ผ้าอ้อม ของเล่น ยาประจำตัว และพาลูกพบแพทย์ตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง
- อาการปวดหูขณะเครื่องขึ้น-ลงแก้ได้ ด้วยการให้ลูกดูดนม ดูดจุกหลอก หรือดื่มน้ำ เพื่อกระตุ้นการกลืนซึ่งช่วยปรับความดันในหูชั้นกลาง
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- เด็กอายุเท่าไหร่ขึ้นเครื่องบินได้
- ทารกขึ้นเครื่องบินได้ไหม
- เด็กขึ้นเครื่องบินต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
- ค่าตั๋วเครื่องบินของเด็กเล็ก
- พาเด็กขึ้นเครื่องบินพ่อแม่ต้องเตรียมตัวยังไง
- ทริปไหนก็คล่องตัวด้วย “นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง” ตัวช่วยคุณแม่ตอนเดินทาง
- รับมือยังไงถ้าเด็กร้องงอแงบนเครื่องบิน
เด็กอายุเท่าไหร่ขึ้นเครื่องบินได้
โดยทั่วไปแล้ว สายการบินจะมีข้อกำหนดในการพาเด็กขึ้นเครื่องบินซึ่งผู้ปกครองจะต้องศึกษาและปฏิบัติตาม สายการบินส่วนใหญ่อนุญาตให้เด็กเดินทางด้วยเครื่องบินได้ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 14 วัน ในกรณีที่เด็กมีสุขภาพแข็งแรง สายการบินบางแห่งอนุญาตให้เด็กทารกอายุ 7 วันขึ้นเครื่องได้ ซึ่งนโยบายจะแตกต่างกันไปในแต่ละสายการบิน 1
ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอบถามข้อกำหนดและกฎของสายการบินที่เดินทางโดยตรง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) ระบุว่า ควรรอจนลูกน้อยอายุอย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนพาขึ้นเครื่องบิน เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น 5 นอกจากนี้ จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า ทารกแรกเกิดควรงดการเดินทางทางอากาศอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังคลอด เนื่องจากร่างกายยังปรับตัวกับความดันอากาศที่ลดลงในห้องโดยสารได้ไม่ดีนัก 4 จึงแนะนำให้เด็กมีอายุอย่างน้อย 3 เดือน หรือ 6 เดือนก่อนค่อยพาขึ้นเครื่องบิน เพราะเป็นวัยที่ลูกจะได้รับวัคซีนป้องกันโรคอย่างเหมาะสมแล้วค่ะ
ทารกขึ้นเครื่องบินได้ไหม
ทารกขึ้นเครื่องบินได้ไหม — คำตอบคือได้ค่ะ ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่า การเดินทางทางอากาศมีความปลอดภัยสำหรับทารกและเด็กส่วนใหญ่ 6 ตามคำจำกัดความขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) นิยามไว้ว่า ทารก (Infant) หมายถึง ผู้โดยสารที่อายุยังไม่ถึง 2 ปี ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ทารกสามารถขึ้นเครื่องบินได้ แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายในการพาเด็กทารกขึ้นเครื่องบินของแต่ละสายการบินที่อาจมีข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์ทางด้านอายุที่แตกต่างกัน 11
เช่น บางสายการบินอาจกำหนดอายุของทารกไว้ว่าต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 7 วันจึงจะสามารถขึ้นเครื่องบินได้ หรือบางสายการบินอาจกำหนดอายุขั้นต่ำของเด็กไว้ที่ 14 วัน และทารกจะขึ้นเครื่องบินได้ต่อเมื่อเดินทางพร้อมผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น เป็นต้น สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สงสัยว่าทารกเดินทางได้ตอนกี่เดือน คำแนะนำจากแพทย์คือควรรออย่างน้อย 2-3 เดือนเพื่อให้ลูกน้อยได้รับวัคซีนเบื้องต้นแล้วค่ะ 5
เด็กขึ้นเครื่องบินต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
ไม่ว่าจะเดินทางครั้งไหน ๆ คุณพ่อคุณแม่จะต้องจัดเตรียมเอกสารแสดงตนของลูกน้อยก่อนเดินทางให้ครบถ้วน เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย 2 โดยเอกสารที่จะต้องใช้สำหรับเช็กอินขึ้นเครื่องมีดังนี้ค่ะ
เที่ยวบินภายในประเทศ
- เด็กทารก-อายุไม่ถึง 7 ปี ในวันเดินทาง : สูติบัตร หรือ หนังสือเดินทาง (Passport) อย่างใดอย่างหนึ่ง
- เด็กอายุ 7 ปี แต่ไม่ถึง 15 ปี ในวันเดินทาง : บัตรประชาชนเด็ก หรือ สูติบัตร หรือ หนังสือเดินทาง (Passport) อย่างใดอย่างหนึ่ง
สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ สำนักงานการบินพลเรือนอนุโลมให้ใช้สำเนาสูติบัตรได้ในกรณีเด็กเดินทางกับพ่อหรือแม่ที่มีชื่อระบุตามเอกสาร ซึ่งพ่อหรือแม่จะต้องแสดงเอกสารระบุตัวตนกับเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่เด็กไม่ได้เดินทางกับพ่อหรือแม่แต่เดินทางพร้อมผู้ปกครองตามกฎหมาย ผู้ปกครองจะต้องแสดงเอกสารทางกฎหมายที่ระบุความเป็นผู้ปกครอง เช่น คำสั่งศาล เพื่อความปลอดภัยของเด็กค่ะ 2
เที่ยวบินระหว่างประเทศ
สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ผู้โดยสารทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่จะต้องแสดงหนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ฉบับจริง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกไปทำหนังสือเดินทางได้ แม้เป็นเด็กแรกเกิด 2
ค่าตั๋วเครื่องบินของเด็กเล็ก
ค่าบัตรโดยสารของเด็กเล็กจะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสายการบิน คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบรายละเอียดค่าบัตรโดยสารทุกครั้งก่อนจอง พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลของเด็กเพื่อให้สายการบินเตรียมการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่เด็กอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ดี แต่ละสายการบินอาจมีการเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับทารกตามเกณฑ์ของสายการบินนั้น ๆ ยกตัวอย่าง สายการบินไทย ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของประเทศไทย มีเกณฑ์การเก็บค่าธรรมเนียมบัตรโดยสารของเด็กดังนี้ 12
เที่ยวบินภายในประเทศ
- บัตรโดยสารทารก : ทารกอายุต่ำกว่า 2 ปี ในวันที่เดินทาง ราคาค่าตั๋วเครื่องบินจะอยู่ที่ประมาณ 10% ของราคาผู้ใหญ่ โดยจะไม่มีที่นั่ง เด็กต้องนั่งตักผู้ปกครอง
- บัตรโดยสารเด็ก : เด็กอายุ 2 - 11 ปี ซึ่งต้องเดินทางพร้อมผู้ใหญ่ ราคาค่าตั๋วเครื่องบินจะอยู่ที่ประมาณ 50% ของราคาผู้ใหญ่
เที่ยวบินระหว่างประเทศ
- บัตรโดยสารทารก : ทารกอายุต่ำกว่า 2 ปี ในวันที่เดินทาง ราคาค่าตั๋วเครื่องบินจะอยู่ที่ประมาณ 25% ของราคาผู้ใหญ่ โดยจะไม่มีที่นั่ง เด็กต้องนั่งตักผู้ปกครอง
- บัตรโดยสารเด็ก : เด็กอายุ 2 - 11 ปี ซึ่งต้องเดินทางพร้อมผู้ใหญ่ ราคาค่าตั๋วเครื่องบินจะอยู่ที่ประมาณ 75% ของราคาผู้ใหญ่
คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาประเภทบัตรโดยสารของสายการบินที่จะเดินทางไปด้วยว่ามีบริการให้ยืมรถเข็นเด็กสำหรับผู้โดยสารที่มากับเด็กทารกไหม หรือประเภทบัตรโดยสารดังกล่าวได้รวมบริการนำตะกร้าสำหรับทารก รถเข็นเด็กพับได้ หรือคาร์ซีท จัดเก็บเป็นสัมภาระโหลดใต้เครื่องแล้วหรือยัง มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมของน้ำหนักสัมภาระอีกหรือไม่
พาเด็กขึ้นเครื่องบิน พ่อแม่ต้องเตรียมตัวยังไง
เมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นจะต้องเดินทางพร้อมลูกน้อย ควรมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง เพื่อช่วยให้ลูกน้อยขึ้นเครื่องบินได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ป้องกันปัญหารบกวนผู้อื่นบนเครื่องบิน โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมตัวได้ดังนี้
1. พาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง
ปรึกษาคุณหมอเด็กก่อนพาลูกเดินทาง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกสุขภาพแข็งแรงพอที่จะเดินทางไกลได้ โดยเฉพาะในทารกที่อายุยังน้อยหรือมีโรคประจำตัว ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นระหว่างเที่ยวบินมักเป็นอาการกำเริบของโรคที่มีอยู่เดิม 4 การพบแพทย์ล่วงหน้าจะช่วยให้ลูกน้อยได้รับวัคซีนเป็นภูมิคุ้มกันเด็ก เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ในระหว่างเดินทาง และในประเทศปลายทางค่ะ
2. สอบถามสายการบินเกี่ยวกับการพาเด็กขึ้นเครื่องบิน
สอบถามข้อมูลสำคัญกับสายการบินล่วงหน้า เช่น เกณฑ์อายุขั้นต่ำของเด็กที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่อง ค่าตั๋วสำหรับเด็ก ขนาดของคาร์ซีทและรถเข็นเด็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ เป็นต้น เพราะข้อมูลอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสายการบิน คุณพ่อคุณแม่จึงควรตรวจสอบข้อมูลก่อนทำการจองที่นั่ง และจะต้องระบุรายละเอียดการเดินทางพร้อมเด็กให้แก่สายการบินทราบด้วยค่ะ 1
3. เดินทางตรงกับเวลานอนของเด็ก
เลือกเที่ยวบินกลางคืน หรือเที่ยวบินที่ตรงกับเวลานอนกลางวันของเด็กพอดี จะช่วยให้ลูกน้อยหลับสบายตลอดเที่ยวบิน ลดอาการงอแงได้มาก 5 โดยเลือกแถวที่นั่งที่กว้างกว่าบริเวณอื่น และติดริมหน้าต่าง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการนั่งริมทางเดินค่ะ
4. วางแผนการเดินทางและเตรียมสิ่งของจำเป็น
จัดเตรียมเอกสารและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมสำหรับการดูแลลูกน้อยระหว่างเดินทางเพื่อความอุ่นใจ เช่น นม น้ำเปล่า จุกหลอก ผ้าอ้อม ผ้าห่ม เสื้อผ้าสำรอง ของเล่นเด็ก อาหารขบเคี้ยว และยาสามัญประจำตัวเด็ก รวมถึงเตรียมยาและสิ่งต่าง ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงกระเป๋าสัมภาระ เบาะนั่งสำหรับเด็กทารกแบบพกพา หรือคาร์ซีท เป็นต้นค่ะ
ซึ่งตามมาตรฐาน ICAO และประกาศกรมการขนส่งทางอากาศอนุญาตให้นำนมหรืออาหารสำหรับเด็กทารกในปริมาณที่เหมาะสมต่อการเดินทาง แต่ต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่ ณ จุดตรวจค้นของสนามบินตรวจสอบก่อนค่ะ 13
สำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูก สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ปริมาณน้ำนม แต่คือคุณค่าทางโภชนาการในน้ำนมแม่ด้วยค่ะ เพราะนมแม่มีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิดที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาการของลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน แคลเซียม โดยเฉพาะสารอาหารสำคัญสำหรับสมอง เช่น ดีเอชเอ (DHA) โอเมก้า 3,6,9 (Omega 3,6,9) รวมถึง แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน (Alphalac Sphingomyelin) ที่มีส่วนช่วยในการสร้างปลอกไมอีลินที่หุ้มเส้นใยประสาท ทำให้สมองของลูกน้อยส่งสัญญาณได้รวดเร็วแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้ลูกเรียนรู้และพัฒนาได้เต็มศักยภาพตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิตค่ะ คุณแม่จึงควรเตรียมปั๊มนมออกมาในปริมาณที่เหมาะสมพกติดกระเป๋าสัมภาระขึ้นเครื่องไปด้วยนะคะ
5. เตรียมเสื้อผ้าที่สบายตัวให้ลูกน้อย
เลือกเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้านุ่มสบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป เพื่อให้ลูกน้อยเคลื่อนไหวได้สะดวกแม้ในที่นั่งแคบ ๆ บนเครื่องบิน ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือผ้าห่มบาง ๆ ติดไปด้วย เพราะอุณหภูมิบนเครื่องบินมักจะเย็นกว่าภายนอก การแต่งตัวแบบหลายชั้นจะช่วยให้ปรับได้ตามสถานการณ์ ลูกน้อยจะได้ไม่งอแงเพราะร้อนหรือหนาวเกินไปค่ะ 7
6. ปฏิบัติตามคำแนะนำของสายการบิน
ก่อนเดินทาง คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาคำแนะนำของสายการบินในเรื่องต่อไปนี้ค่ะ
- โควตาน้ำหนักสัมภาระ: โดยทั่วไปทารกที่นั่งตักผู้ปกครองจะไม่ได้รับโควตาน้ำหนักสัมภาระแยกต่างหาก แต่บางสายการบินอาจอนุญาตให้โหลดกระเป๋าเด็ก 1 ใบได้ คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามกับสายการบินที่เดินทางโดยตรงค่ะ 12
- การใช้รถเข็นเด็ก: คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้รถเข็นเด็กได้จนถึงประตูขึ้นเครื่อง (Gate) จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำรถเข็นไปเก็บใต้ท้องเครื่องให้ โดยรถเข็นเด็กพับได้ส่วนใหญ่จะไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมค่ะ 8
- เบาะนั่งนิรภัยของเด็ก: สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) แนะนำให้ใช้คาร์ซีทที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับเครื่องบินโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ลูกน้อยในกรณีเกิดความปั่นป่วนระหว่างบิน 3, 5 คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามกับสายการบินว่าอนุญาตให้นำคาร์ซีทรุ่นใดขึ้นเครื่องได้บ้างค่ะ
7. เคล็ดลับการเดินทางพร้อมลูกน้อยเพื่อการโดยสารบนเครื่องที่ราบรื่น
เตรียมสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยให้ลูกน้อยเพลิดเพลินระหว่างเที่ยวบิน ลดอาการเบื่อและงอแงได้มากค่ะ
- เตรียมของเล่นขนาดเล็กที่ไม่มีเสียงดัง เช่น สมุดระบายสี ดินสอสีแท่งใหญ่ หนังสือนิทาน หรือตุ๊กตาตัวโปรดของลูก 7
- พกอาหารขบเคี้ยวที่ลูกชอบติดไป เช่น ขนมปังกรอบ ผลไม้หั่นชิ้นเล็ก ๆ ช่วยให้ลูกไม่หงุดหงิดเพราะหิว
- นำหมอนใบโปรดหรือผ้าห่มที่ลูกคุ้นเคยมาด้วย จะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกอุ่นใจเหมือนอยู่บ้าน
- ถ้าเป็นเที่ยวบินยาว อาจเตรียมอุปกรณ์วาดรูปหรือสติกเกอร์ชุดเล็กไว้ให้ลูกเล่นเป็นระยะ ๆ >

ทริปไหนก็คล่องตัวด้วย “นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง” ตัวช่วยคุณแม่ตอนเดินทาง
เปลี่ยนเรื่องการเตรียมสัมภาระที่ยุ่งยากให้เป็นเรื่องง่าย ด้วยตัวช่วยใหม่ “นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง” ที่ออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวของพ่อแม่ยุคใหม่โดยเฉพาะ
- สะดวก แค่เตรียมใส่กระเป๋าไว้ เมื่อลูกต้องการก็สามารถเปิดใช้งานได้ทันที เพียงแค่บิดฝาแล้วเท ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมนมที่ยุ่งยาก
- ประหยัดพื้นที่ในกระเป๋า ไม่ต้องพกอุปกรณ์ต่างๆ ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เดินทางได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น ให้พ่อแม่ดูแลลูกได้สะดวกแม้ในช่วงเวลาที่เร่งรีบค่ะ
- สะอาด มั่นใจ ด้วยบรรจุภัณฑ์มาตรฐานที่ปิดสนิท มั่นใจได้ในคุณภาพ มีสารอาหารสำคัญเทียบเคียงนมผง เท่ากันทุกหยด เพื่อช่วยสนับสนุนพัฒนาการและการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ของลูกน้อยได้ทุกที่ทุกเวลาค่ะ
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง คลิกที่นี่
รับมือยังไงถ้าเด็กร้องงอแงบนเครื่องบิน
เมื่อต้องพาลูกน้อยขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก อาจมีบ้างที่ลูกร้องไห้งอแงเพื่อส่งสัญญาณว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตอาการของลูก เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นระหว่างเที่ยวบิน โดยเมื่อลูกร้องไห้อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ค่ะ
- หิว เบื่อ หรือไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว ซึ่งหมายความว่า อาจได้เวลาที่ต้องให้อาหารขบเคี้ยว ให้ของเล่นที่ลูกชอบ หรือถึงเวลาที่ลูกต้องการเปลี่ยนผ้าอ้อม ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เด็กร้องไห้ค่ะ
- อุณหภูมิบนเครื่องบินอาจหนาวเกินไปสำหรับเด็ก จากข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ความชื้นในห้องโดยสารจะต่ำกว่าปกติ 4 หากลูกน้อยมีอาการเหมือนเป็นหวัดไม่สบาย แนะนำให้สวมใส่เสื้อผ้าที่อุ่นขึ้น หรือห่มผ้าให้ลูกน้อยค่ะ
- ลูกมีอาการปวดแก้วหู หรือหูอื้อ เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนความดันอากาศภายในห้องโดยสาร จากการศึกษาวิจัยพบว่า ทารกและเด็กเล็กมักไม่สามารถทำการปรับความดันในหูด้วยตัวเองได้เหมือนผู้ใหญ่ 3 พยายามให้ลูกดูดนม ดูดจุกหลอก หรือดื่มน้ำ ในช่วงที่เครื่องกำลังไต่ระดับขึ้นหรือลดระดับลง เพื่อกระตุ้นการกลืนซึ่งจะช่วยเปิดท่อยูสเตเชียนและบรรเทาอาการปวดหูได้ค่ะ 3 , 6 หากลูกมีอาการรุนแรงมากให้แจ้งพนักงานของสายการบินทันที เพราะบนเครื่องบินจะมียาและเวชภัณฑ์ฉุกเฉินเก็บอยู่บนเครื่องค่ะ
- ในเด็กที่เป็นหวัดอาจมีอาการคัดจมูก ในระหว่างเดินทางสามารถหยดน้ำเกลือลงไปในรูจมูกทั้ง 2 ข้างของเด็กทารก ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที จากนั้นใช้เครื่องดูดน้ำมูกดูดออก โดยสามารถทำได้ทุก ๆ 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ ควรให้เด็กดื่มนมหรือน้ำอย่างสม่ำเสมอในระหว่างการเดินทางด้วย เพราะบนเครื่องบินอากาศจะแห้งกว่าปกติค่ะ 9
การพาลูกน้อยขึ้นเครื่องบินอาจดูเป็นเรื่องท้าทาย แต่หากคุณพ่อคุณแม่มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมที่ดี จะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นมากกว่าที่คิดค่ะ เริ่มจากศึกษาข้อกำหนดของสายการบิน จัดเตรียมเอกสารแสดงตนของลูกให้ครบถ้วน เลือกเที่ยวบินที่ตรงกับเวลานอนของเด็ก และเตรียมสิ่งของจำเป็นทั้งนม ผ้าอ้อม ของเล่น และยาประจำตัวให้พร้อมค่ะ
สิ่งสำคัญที่สุดคือพาลูกไปพบกุมารแพทย์ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะทารกที่อายุยังน้อย เพื่อให้แพทย์ประเมินความพร้อมของร่างกายและรับคำแนะนำที่เหมาะสมค่ะ หากลูกน้อยมีอาการปวดหูระหว่างเครื่องขึ้น-ลง สามารถให้ลูกดูดนมหรือใช้จุกหลอกเพื่อช่วยปรับความดันในหูได้ค่ะ ขอให้คุณพ่อคุณแม่ทำใจให้สบาย เพราะเมื่อเตรียมตัวดี การเดินทางครั้งแรกของลูกน้อยจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีของครอบครัวอย่างแน่นอนค่ะ
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ให้นม
- วัยทอง 2 ขวบ ลูกดื้อมาก รับมือวัยทองเด็ก 2 ขวบ ยังไงดี
- วัยทอง 3 ขวบ ลูกกรี๊ดเอาแต่ใจ รับมือวัยทองเด็ก 3 ขวบ ยังไงดี
- เด็กคว่ำกี่เดือน เด็กนอนคว่ำได้ตอนไหน พร้อมวิธีฝึกเด็กนอนคว่ำ
- เด็กนั่งได้กี่เดือน ทารกนั่งได้ตอนกี่เดือน แบบไหนคือพัฒนาการล่าช้า
- เด็กตั้งไข่กี่เดือน ฝึกลูกตั้งไข่ตอนไหน ลูกตั้งไข่แล้วล้มผิดปกติไหม
อ้างอิง:
- พาลูกขึ้นเครื่องบินอย่างไร ไม่ให้รบกวนเพื่อนร่วมทาง, โรงพยาบาลสมิติเวช
- เด็กเดินทางโดยเครื่องบิน ใช้เอกสารการเดินทางอะไร?, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
- Air travel and children's health issues, Paediatrics & Child Health
- Fitness to fly in the paediatric population, how to assess and advice, European Journal of Pediatrics
- Flying With Baby: Parent FAQs & Tips for Safer, Easier Air Travel, HealthyChildren.org (AAP)
- Traveling Safely with Infants and Children, CDC Yellow Book
- Air travel with infant: Is it safe?, Mayo Clinic
- รถเข็นเด็กแบบพับได้, Bangkok Airways
- ดูแลทารก บนเครื่องบินอย่างไร, hellokhunmor
- เทคนิคลูกเล็กขึ้นเครื่องบิน เรื่องที่ควรรู้ก่อนพาลูกเดินทาง (Flying with an Infant), พญ.ทานตะวัน พระโสภา
- ทารกเดินทางโดยเครื่องบินได้หรือไม่?, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
- การเดินทางกับทารก, สายการบินไทย
- เงื่อนไขควรรู้นำนมแม่ขึ้นเครื่องบิน, AOT Official
อ้างอิง ณ วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569