กิจกรรมฝึกสมองเด็กวัยซน (3 – 5 ปี)

กิจกรรมฝึกสมองเด็กวัยซน (3 – 5 ปี)

เด็ก ๆ วัย 3 – 5 ปี เป็นช่วงวัยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง มีความคิดสร้างสรรค์ ช่างสังเกต อยากรู้อยากเห็น สนใจทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว และเป็นตัวของตัวเองสูง จนทำให้ผู้ใหญ่มองว่า เด็กวัยนี้ดื้อและซนมาก แต่ถ้าหากพ่อแม่ลองทำความเข้าใจธรรมชาติ และสนับสนุนให้ลูกได้ทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ จะช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้นพบพรสวรรค์ได้อย่างรวดเร็ว

 

กิจกรรมฝึกสมองเด็กวัยซน (3 – 5 ปี)

กิจกรรมฝึกสมองสำหรับเด็กวัยซน ควรสอดคล้องกับความสนใจของลูกเป็นหลัก เพราะการได้เล่นอย่างอิสระ หรือได้ทำในสิ่งที่ชอบ ไปพร้อม ๆ สมาชิกในบ้าน ถือเป็นอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้เด็ก ๆ มีสมาธิจดจ่อกับกิจกรรมได้นานยิ่งขึ้น 

 

5 กิจกรรมฝึกสมองสำหรับเด็กวัยซน

1.วาดรูป 
เด็กวัย 3 ขวบขึ้นไป เริ่มควบคุมการใช้งานกล้ามเนื้อมัดเล็กและนิ้วมือต่าง ๆ ได้คล่องแคล่วมากขึ้น พ่อแม่สามารถชวนลูกน้อยวาดรูปด้วยดินสอสีต่าง ๆ อาจเริ่มต้นจากการวาดรูปทรงเลขาคณิตง่าย ๆ เช่น ทรงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ตามตัวอย่าง หากลูกวาดไม่ได้ ให้พ่อแม่จับมือวาดก่อน แล้วให้ลองพยายามวาดเองในครั้งต่อไป จากนั้นค่อย ๆ เพิ่มระดับความยาก สลับกับเปิดโอกาสให้ลูกได้สร้างสรรค์งานศิลปะอย่างอิสระ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ พัฒนาทักษะการทำงานประสานกันของประสาทสัมผัสไปพร้อม ๆ กัน 

2.ร้องเพลง
การร้องเพลง เป็นทางลัดในการพัฒนาทักษะด้านการใช้ภาษาพร้อมกันหลายด้าน ทั้งการอ่าน ฟัง พูด นอกจากนี้ยังช่วยฝึกฝนความจำ ทำให้เด็ก ๆ อารมณ์ดี ได้เต้นตามจังหวะดนตรี และยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ลูกอีกด้วย

3.เปรียบเทียบความแตกต่างและเปลี่ยนแปลงของสิ่งของใกล้ตัว
พ่อแม่สามารถดึงความช่างสังเกตและขี้สงสัยของลูกมาใช้ในการเล่นเกมพัฒนาสมองง่าย ๆ อย่าง ให้ลูกลองเปรียบเทียบขนาดสิ่งของที่มีรูปทรงเดียวกัน เช่น บล็อกไม้ ช้อน จานข้าว รองเท้า เสื้อผ้า สัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ ยังสามารถชวนลูกปลูกต้นไม้ แล้วให้เด็ก ๆ คอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ และแยกแยะความแตกต่างได้ดี

 

กิจกรรมฝึกสมองเด็กวัยซน (3 – 5 ปี)

4.อ่านหนังสือนิทาน

พ่อแม่สามารถปลูกฝังทักษะการอ่าน และเสริมสร้างจินตนาการมากมายได้จากนิทานเล่มโปรดของลูกรัก นอกจากจะชวนกันอ่านอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมงแล้ว พ่อแม่ยังต่อยอดจินตนาการได้ด้วยการชวนสมาชิกในบ้านมาเล่นสวมบทบาทสมมติเป็นตัวละครในหนังสือได้อีกด้วย

5.ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กวัยซนได้ปลดปล่อยพลังงานเต็มที่ นอกจากนี้ การวิ่งเล่นอย่างอิสระในพื้นที่โล่งกว้าง ยังช่วยลดความเครียด ความเบื่อหน่าย คลายความกังวล ลดโอกาสการเป็นโรคซึมเศร้า ช่วยให้ลูกรักมีพัฒนาการด้านอารมณ์ (E.Q.) ที่ดี และมีร่างกายแข็งแรงกว่าเด็กที่ถูกจำกัดให้อยู่นิ่ง ๆ หรือนั่งเล่นแต่สมาร์ทโฟน ทั้งยังช่วยให้สมองปลอดโปร่ง พร้อมเรียนรู้อยู่เสมอ


สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการดี คือ กำลังใจจากคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนเล่นและเป็นคุณครูคนแรก คอยให้คำแนะนำอยู่ข้าง ๆ ให้ความช่วยเหลือเมื่อลูกต้องการ เอ่ยคำชมเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อลูกทำสำเร็จ ไปพร้อม ๆ กับการดูแลด้านโภชนาการ ให้ลูกได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน เพื่อนำไปใช้ในการบำรุงสมอง ให้ลูกมีความเฉลียวฉลาด และเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ 


 


บทความอื่นๆ ที่สนใจ 

กินอะไรให้ลูกฉลาด  

อาหารตามวัย บำรุงร่างกายและสมองลูก