พัฒนาการลูกน้อย อายุ 3-4 เดือน

พัฒนาการลูกน้อย อายุ 3-4 เดือน

พัฒนาการลูกน้อย อายุ 3-4 เดือน อาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย คุณพ่อ คุณแม่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการอะไรลูกได้บ้าง 
 

1 นาที อ่าน

พัฒนาการลูกน้อย อายุ 3-4 เดือน

 

  • ลูกเป็นอย่างไรในวัยนี้ 


วัยนี้ของเด็กจะเรียกว่าเขากลายเป็นเป็นหนุ่ม-สาวสังคมไปเลยก็ว่าได้ เพราะเขาสามารถส่งเสียงได้หลากหลายขึ้น จึงสนุกกับการส่งเสียงคล้ายจะคุยโต้ตอบ ยิ้ม หัวเราะกับคนที่มาเล่นด้วย จนบางครั้งอาจทำให้เขาไม่สนใจจะทำกิจกรรมอื่นแม้กระทั่งการกินนม ทำให้ดูเหมือนลูกอิ่มเร็ว และกินนมได้น้อยลง ดังนั้นเมื่อถึงมื้อนม คุณแม่ควรป้อนนมให้เขาในที่บรรยากาศเงียบสงบจนกระทั่งอิ่มเสียก่อน จึงค่อยพาเขากลับเข้าไปเล่นกับคุณพ่อหรือคนในครอบครัว

  • กระตุ้นพัฒนาการลูกได้อย่างไร  


พฤติกรรมตามวัยที่พบได้บ่อยในวัยนี้คือการอมนิ้วหรืออมมือ ซึ่งเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กวัยนี้ ที่เรียนรู้จากการนำของมาเข้าปาก นอกจากนี้เขาอาจอมมือเพื่อปลอบประโลมตนเองเมื่อเกิดความไม่สบายใจอีกด้วย เมื่อเขาโตขึ้น เล่นของเล่นได้หลายวิธีมากขึ้น และปลอบประโลมตนเองด้วยวิธีอื่น ๆ ได้ดีขึ้น พฤติกรรมนี้จะค่อย ๆ ลดลง ในระยะนี้จึงไม่จำเป็นต้องนำมือของเขาออกเมื่อเขาอม แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถเบี่ยงเบนได้ด้วยการชวนเขาพูดคุย ส่งเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ เล่นกับเขา กระตุ้นให้เขาส่งเสียงตอบและยิ้ม หัวเราะกับคุณพ่อคุณแม่ หรือนำของเล่นมาให้เขาหยิบจับแทนการอมมือ

 

พัฒนาการลูกน้อย อายุ 3-4 เดือน

 

  • อาหารอะไรเหมาะกับลูก


อาหารที่เหมาะสมที่สุดในวัยนี้ยังคงเป็นนมแม่ คุณพ่อคุณแม่ยังไม่ควรเริ่มอาหารเสริมจนกระทั่งลูกอายุ 6 เดือน การกระตุ้นพัฒนาการของเด็กวัยนี้ นอกจากการพูดคุยเล่นกับเขาดังที่กล่าวในตอนต้น คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้เขาหันตามเสียงด้วยการนำของเล่นที่เขย่าแล้วมีเสียงมาเขย่าทางด้านข้างของลูก แล้วรอให้ลูกหันมามองต้นเสียง ถ้าลูกไม่หันให้เขย่าซ้ำแล้วค่อย ๆ ประคองหน้าลูกให้หันมอง นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ควรนำของเล่นสีสดมาให้เขาฝึกคว้าจับ เด็กวัยนี้จะสามารถนำมือทั้ง 2 ข้างมาจับของเล่นไว้ที่กลางลำตัว 

 

  • เคล็ดลับคุณแม่


ในระยะที่เขาชอบสำรวจของเล่นด้วยการนำมาอมนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นทำความสะอาดของเล่นของเขาอยู่เสมอ เพื่อสุขอนามัยที่ดี 

 


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

พัฒนาการลูกน้อย อายุ 2-3 เดือน

พัฒนาการลูกน้อยวัยแรกเกิดถึง 1 เดือน  

อ้างอิง

บทความโดย แพทย์หญิงพัฎ  โรจน์มหามงคล 
กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม  โรงพยาบาลศิริราช