การพัฒนาสมอง และภู​มิต้านทาน

2 สิ่งสำคัญสำหรับเด็กผ่าคลอด เพื่อการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ

เมื่อคุณแม่รู้ตัวว่าเริ่มตั้งครรภ์ก็มักจะมีความกังวลใจ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางสรีระของตนเอง และพัฒนา การต่างๆของลูกน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์เป็นครั้งแรก ซึ่งถ้าคุณแม่มีความจำเป็นต้องผ่าคลอด หรือเป็นความต้องการของคุณแม่ที่ต้องการผ่าคลอด ระดับความกังวลใจก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เนื่องจากการคลอดทางช่องคลอดถือว่าเป็นช่องทางคลอดที่เหมาะสมที่สุด และถือว่าเป็นกระบวนการที่ดำเนินไปตามธรรมชาติ...

การผ่าท้องคลอดนั้นเด็กจะถูกนำตัวออกมาผ่านหน้าท้องของคุณแม่ ทำให้ไม่ได้รับจุลินทรีย์สุขภาพผ่านทางช่องคลอดของคุณแม่ ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการระบบภูมิต้านทานตั้งต้นที่ช้ากว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติ มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ และเจ็บป่วยบ่อย นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กผ่าคลอดมีความเสี่ยงด้านพัฒนาการทางสมองอีกด้วย ดังนั้นคุณแม่ควรเตรียมความพร้อมของลูก เพื่อให้ลูกมีพัฒนาการทางสมองและภูมิต้านทานที่ดีเหมือนเด็กที่คลอดธรรมชาติ

การพัฒนาสมองและภูมิต้านทาน

และยังมีการศึกษาของ Deoni ในปี 2019 ที่แสดงถึงพัฒนาการสมองของเด็กที่ผ่าคลอด ส่วนคอร์ปัส คาโลซัมซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างสมองซีกซ้าย และซีกขวาพบว่าเด็กที่ผ่าคลอดมีการสร้างไมอีลินในสมองน้อยกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติอย่างมี นัยสำคัญ ตั้งแต่อายุ 3 เดือนจนถึง 3 ปี

 

นมแม่เป็นโภชนาการแรกที่เด็กควรได้รับตั้งแต่แรกเกิด เป็นแหล่งรวมสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน และมีองค์ประกอบที่หลากหลาย ในการพัฒนาสมองและร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไขมันกลุ่ม ฟอสโฟไลปิดที่ชื่อว่า “สฟิงโกไมอีลิน” ที่ช่วยในการสร้างปลอกไมอีลิน ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมอง ให้คิดเร็ว เรียนรู้ไว รวมทั้งยังมี จุลินทรีย์สุภาพ เช่น กลุ่มบิฟิโดแบคทีเรียม แล็กทิส (Bifidobacterium lactis หรือ B. lactis) ที่สามารถส่งต่อให้ลูกน้อย เพื่อสร้างภูมิต้านทานตั้งต้นได้อีกด้วย

จากการศึกษาพบว่า 1,000 วันแรกถือเป็นช่วงเวลาทอง เป็นเวลาสำคัญในการพัฒนาสมองของลูกน้อย โดยเด็กที่ทานนมแม่ จะมีการสร้างปลอกไมอีลินในสมองที่เพิ่มขึ้น และมีความสัมพันธ์ไปในทางเดียวกันกับความสามารถในการเรียนรู้

สฟิงโกไมอีลิน เพื่อพัฒนาสมองและเรียนรู้ไว

 

สฟิงโกไมอีลิน เป็นสารอาหารสำคัญในการสร้างปลอกไมอีลินของวงจรประสาทในสมอง ซึ่งไมอีลินช่วยให้สมองสามารถส่งสัญญาณประสาทได้อย่างรวดเร็วแบบก้าว กระโดด สมองจึงสามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิด การเรียนรู้ จดจำ คิดวิเคราะห์ และการพัฒนาสมองอย่างรวดเร็วเต็มศักยภาพ นอกจากนี้ไมอีลินยังมีบทบาทในการเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาท (brain connectivity) เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกันของสมองที่รวดเร็ว ทั้งนี้นักวิจัย พบว่าแขนงประสาทนำออกที่มีปลอกไมอีลินห่อหุ้มจะส่งสัญญาณประสาทได้เร็วกว่า ที่ไม่มีถึง 60 เท่า โดยกระบวนการการสร้างไมอีลินในสมองของลูกจะเริ่มต้นตั้งแต่ อยู่ในครรภ์คุณแม่ และยังคงมีการสร้างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสมอง เพื่อการเรียนรู้ในแต่ละส่วนตามช่วงวัยของลูก

 

สฟิงโกไมอีลิน เพื่อพัฒนาสมองและเรียนรู้ไว

จุลินทรีย์สุขภาพบิฟิโดแบคทีเรียม แล็กทิส (Bifidobacterium lactis or B. lactis) เป็นจุลินทรีย์สุขภาพที่พบ ได้มากในนมแม่ และลำไส้ของเด็กที่คลอดธรรมชาติ ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน