Add เลย กิจกรรมสนุกๆ
พร้อมรางวัลมากมาย FREE!
กรุณากรอกข้อมูล

9 เคล็ดลับ แก้ปัญหาลูกกินยาก ช่างเลือก

10 ส.ค. 2558

yummy

ปัญหาหนักอกหนักใจของพ่อแม่ที่พบได้ในเด็กทั่วไปและพบบ่อยในเด็กอายุ 1-3 ขวบนั้นคือ พฤติกรรม “กินยาก ช่างเลือก” ซึ่งในเรื่องนี้ แพทย์หญิงวิมล ลี้วิบูลย์ศิลป์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เล่าว่า เนื่องจากเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป เริ่มรับประทานอาหารที่มีลักษณะแข็งขึ้นและสนใจต่อสิ่งรอบตัวมากขึ้น ประกอบกับช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยที่เด็กมักจะสนใจกับการทำกิจกรรมใหม่ๆ จึงมักพบปัญหาการกินยาก ทว่า มักมีการตั้งคำถามว่า ทำไมคุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจและเป็นห่วงกับนิสัยกินยากช่างเลือกนี้ของลูกน้อยนัก เพราะพฤติกรรมนี้ก็พบได้บ่อยในเด็กทั่วไปและพอเด็กๆ เติบโตขึ้นพฤติกรรมเหล่านี้ก็อาจหายไปเองได้ไม่ใช่หรือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ง่ายเช่นนั้น

จากงานวิจัยพบว่า พฤติกรรมการกินที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เด็กได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็ก ดังนี้

  1. ด้านโภชนาการ: ทำให้เด็กได้รับสารอาหารบางชนิดไม่เพียงพอ ต่อความต้องการของร่างกาย
  2. ผลกระทบต่อความฉลาด ภูมิคุ้นกัน และการเจริญเติบโต:

    2.1 การเรียนรู้ต่ำกว่าเด็กทั่วไป

    จากผลวิจัยทางการแพทย์ในกลุ่มเด็กกินยากช่างเลือก เด็กที่มีพฤติกรรมเบื่ออาหาร และเด็กทั่วไปยืนยันว่า เด็กกินยากช่างเลือก จะมีระดับการเรียนรู้ (Mental Development Index หรือ MDI) อยู่ในระดับต่ำกว่าเด็กทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเด็กกินยากช่างเลือกมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 96 เทียบกับเด็กที่รับประทานอาหารได้ตามปกติจะมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 110 ขณะที่เด็กที่มีพฤติกรรมเบื่ออาหารจะมีพัฒนาด้านสติปัญญาปกติโดยมีคะแนนเฉลี่ยที่ 991

    chart-1

    2.2 เด็กกินยากช่างเลือกมีโอกาสที่จะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

    ซึ่งอาจส่งผลต่อการสร้างภูมิต้านทาน1,2,3,4

    2.3 การเจริญเติบโต

    เด็กกินยากช่างเลือก มีความเสี่ยงมากถึง 2 เท่า ที่จะมีอัตราน้ำหนักตกเกณฑ์ เมื่อเทียบกับเด็กทั่วไป2

    chart-2

  3. ผลด้านโภชนาการในระยะยาว : หากไม่ดูแลพฤติกรรมกินยาก ช่างเลือก อาจส่งผลดังนี้

    3.1 ผลต่อสุขภาพในอนาคต

    อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการไม่แก้ไขพฤติกรรมส่งผลให้เด็กติดอาการกินยากช่างเลือก เมื่อมีอายุที่มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น มีผู้ใหญ่หลายท่านที่ไม่ยอมทาน ผักผลไม้ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ไม่ได้ปลูกฝังการกินผักผลไม้ตั้งแต่เด็ก เป็นต้น

    3.2 ขาดโภชนาการที่จำเป็นต่อช่วงวัยในการเจริญเติบโต

    อันมีผลต่อการสร้างศักยภาพ เช่น ขาดแคลเซียมที่ช่วยเสริมความสูงให้เด็กในวัยเติบโต หรือ ขาดธาตุเหล็กที่เป็นสารสำคัญในเม็ดเลือดแดง ที่ช่วยลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงดูสมองเป็นต้น

การสังเกตพฤติกรรมกินยาก ช่างเลือกของลูกน้อย ทำได้ไม่ยากเลย วันนี้คุณหมอมี Check list หรือรายการที่ให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตรวจดูว่าลูกๆ มีพฤติกรรมเหล่านี้หรือเปล่า โดยการสังเกต 9 พฤติกรรมต่อไปนี้

  1. อมข้าว ลูกน้อยชอบอมไม่ยอมเคี้ยวข้าว
  2. กินช้าใช้เวลาการกินต่อมื้อนานเกินครึ่งชั่วโมง
  3. กินน้อยกินได้นิดๆ หน่อยๆ ก็บ่นว่าอิ่ม
  4. ชอบเขี่ยเขี่ยอาหารในจานเล่น ไม่ชอบกินแต่ชอบเขี่ยเล่นมากกว่า”
  5. กินแต่ของหวาน
  6. กินแต่ขนมกรุบกรอบ ของทอด ปฏิเสธที่จะกินอาหารมื้อหลัก
  7. ไม่กล้าลองอาหารใหม่ๆ
  8. กินแต่ของจุบจิบ
  9. กินซ้ำกินแต่อาหารเดิมๆซ้ำๆ

“คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจหากลูกมี 1 ใน 9 พฤติกรรมข้างต้น และควรต้องเพิ่มความใส่ใจในท่าทีเหล่านี้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรให้การดูแลเรื่องโภชนาการของลูกให้มากขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาภาวะโภชนาการไม่สมดุลซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตในเด็กตามมา”

แล้วเราจะต้องเริ่มต้นอย่างไรหล่ะ?

การรับมือพฤติกรรมดังกล่าว ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้ไข คุณหมอ ได้แนะเคล็ดวิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกินยากของลูกว่า ต้องเริ่มต้นที่คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกพฤติกรรมการกินของลูกให้ถูกต้อง นั่นก็คือ

  1. รับประทานอาหารพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว พ่อ-แม่-ลูก ลองให้เด็กๆ นั่งรับประทานอาหารพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ เพราะเด็กๆ มักจะเลียนแบบผู้ใหญ่ และอาจรู้สึกกระตุ้นให้อยากกินไปในตัว
  2. ไม่เปิดทีวีระหว่างรับประทานอาหาร จำไว้เสมอว่า เวลารับประทานอาหารไม่เหมาะจะเป็นเวลาเดียวกับการดูทีวี เพราะการรับประทานอาหารหน้าทีวีเป็นประจำจะหันเหความสนใจต่อการรับประทาน และทำให้เด็กที่มีนิสัยช่างเลือกอาหารอยู่แล้ว รับประทานได้น้อยลง
  3. ให้เวลารับประทานอาหารประมาณ 30 นาที ถ้าลูกยังไม่รับประทานอาหารเมื่อหมดเวลาแล้ว ควรให้เก็บอาหารไปจากโต๊ะ เพื่อเป็นการฝึกนิสัยตั้งแต่เด็กๆ
  4. ตักอาหารให้พอดีไม่มากเกินไป เทคนิคนี้ช่วยให้อาหารดูน่ารับประทาน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กอยากอาหาร
  5. ระหว่างรับประทานอาหารให้พูดเรื่องดีๆ มีความสุข สร้างบรรยากาศสนุกสนานน่าสนใจแล้วชวนให้เด็กรับประทาน มีการชื่นชมเด็กตามสมควรเมื่อสามารถรับประทานอาหารได้ดีขึ้น
  6. อย่าบังคับให้ลูกรับประทานอาหาร การดุและบังคับจะทำให้เกิดบรรยากาศกดดัน และการบังคับให้เด็กรับประทานอาหารจะส่งผลให้เกิดเด็กความรู้สึกในแง่ลบต่ออาหาร ที่ถูกต้องคือ คุณพ่อคุณแม่อาจลองใช้จิตวิทยาให้เด็กๆ รู้สึกดีกับการกิน เช่น ถ้าเด็กไม่ชอบกินเนื้อ ผัก หรือผลไม้ เราก็อาจลองดัดแปลงอาหารเป็นรูปแบบต่างๆ ให้น่าสนใจขึ้น ด้วยการประดิษฐ์ให้มีสีสัน หรือเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาเป็นแบบที่เด็กชอบ เช่น หน้าการ์ตูนตัวโปรด เป็นต้น
  7. งดเว้นการรับประทานอาหารขบเคี้ยวระหว่างมื้อ เช่น ขนม ของจุบจิบ เป็นต้น มิฉะนั้น เด็กจะรู้สึกอิ่มและไม่อยากรับประทานในมื้อหลัก ทั้งนี้ การกำหนดเวลามื้ออาหารและมื้อของว่างที่แน่นอน จะช่วยให้เด็กรับประทานอาหารได้ในเวลาหิวเช่นกัน
  8. อย่าสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับลูก เพื่อให้เกิดการยอมรับหรือทำตามที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการโกหกเด็ก การดุว่าหรือลงโทษอย่างไม่สมเหตุสมผลระหว่างเวลารับประทานอาหาร หรือการบังคับให้เด็กรับประทานอาหารที่พ่อแม่ต้องการ
  9. แบบอย่างพ่อแม่สำคัญที่สุด มาเริ่มต้นเป็นแม่แบบในการกินอาหารที่มีประโยชน์ ส่งเสริมนิสัยการกินให้ลูกได้เป็นอย่างดีตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ เช่น ถ้าอยากให้ลูกกินผัก ผลไม้ ดื่มนม หรืออาหารอื่นใด เราต้องกินอย่างเต็มใจให้ลูกเห็น พร้อมกับชี้แนะประโยชน์ของอาหารต่าง ๆ ให้ลูกรู้จัก

ขอบคุณข้อมูลจาก:

  1. Sheng X, Tong, M, Zhao D, etc.Ramdomized controlled trial to compare growth parameters and nutrient adequacy in children with picky eating behaviors who received nutritional counseling with or without and oral nutritional supplement. Nutrition and Metabolic Insights 2014: 7; 85-94
  2. Dubios L, Farmer A, Girard M, Peterson K, Tokuda FT.Problem eating behaviors related to social factors and body weight in preschool children: a longitudinal study. Int J Behav Nutr Phys Act. 2007;4:9
  3. Alarcon PA, Lin L-H, Noche M Jr, et al.Effect of oral supplementation on catch-up growth in picky eaters. Clin Pediatr. 2003; 42(3):209-217
  4. Yehuda S, Rabinovitz S, Mostofsky DI.Nutritional deficiencies in learning and cognition. J Pediatr Gastroenterol Nutr 2006; 43(Suppl 3):S22–S25
แนะนำบทความนี้ให้เพื่อนๆ
ให้คะแนนบทความนี้
1คะแนน
2คะแนน
3คะแนน
4คะแนน
5คะแนน