กรุณากรอกข้อมูล

5 กลเม็ดเด็ด!! ต่อกรลูกตัวเล็ก กินยาก

15 มี.ค. 2561

shutterstock_132525197.jpg

เด็กๆต่างต้องการพลังงานจากอาหารที่หลากหลายในการเติบโตอย่างมีสุขภาพดี เราแนะนำให้คุณแม่ลองอ่านสาระสร้างสรรค์ดีๆจากสมาคมกุมารแพทย์อเมริกา ( American Academy of Pediatrics หรือ AAP) ในการเตรียมอาหารมื้อเช้า กลางวันและเคล็ดลับเอาใจลูกกินยากช่างเลือกดูค่ะ

เริ่มต้นวันใหม่ที่ดีด้วย…มื้อเช้า
อาหารเช้าช่วยให้พลังงานสำหรับช่วงเช้าและความกระปรี้ประเปร่ากับลูกน้อยค่ะ เด็กๆที่ไม่ได้กินอาหารเช้าจะมีสมาธิในการเรียนและพลังงานในการเล่นน้อยลง ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างขนมขบเคี้ยวต่างๆด้วย
ข้าวไม่ขัดสีกับนมเป็นทางเลือกที่ดี แต่หากลูกน้อยของคุณแม่ชอบกินซีเรียลมากกว่าข้าวแล้วล่ะก็ ซีเรียลรสหวานอาจให้น้ำตาลปริมาณมากเกินไป คุณแม่ควรอ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อทุกครั้ง แม้ว่าขอมูลดังกล่าวที่ระบุบนฉลากจะเป็นค่าพลังงานสำหรับผู้ใหญ่ แต่ก็ยังเป็นประโยชน์สำหรับคุณแม่เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกซื้อซีเรียล (และอาหารอื่นๆ) ที่อุดมด้วยโภชนาการ คุณแม่ควรเลือกซื้อซีเรียลที่มีน้ำตาลน้อยกว่า 10 กรัมและให้ปริมาณไฟเบอร์อย่างน้อย 2 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค หากลูกน้อยของคุณชอบความหวาน ให้ลูกลองซีเรียลไร้ความหวานแต่เพิ่มพีช กล้วยฝาน หรือบลูเบอรี่เสริมลงไป

สำหรับลูกน้อยที่ไม่ชอบกินเมนูอาหารเช้าทั่วไปอย่างซีเรียลหรือขนมปังปิ้ง ลองให้ลูกลองเมนูใหม่ๆเหล่านี้ดูค่ะ
          • น้ำปั่นมื้อเช้า: ปั่นน้ำสมูธตี้ผลไม้ผสมโยเกิร์ตไขมันต่ำเข้าด้วยกัน
          • เมนูกล้วย: กล้วยหอมหรือกล้วยน้ำว้าแช่แข็งจุ่มโยเกิร์ตไขมันต่ำรสชาติต่างๆ
          • มื้อเย็น: บะหมี่ผักผัดซอสไก่
          • ของหวานจากเนยถั่ว: ขนมปังโฮลวีตปาดเนยถั่ว

มื้อเที่ยงน่าลอง
การให้ลูกน้อยมีส่วนร่วมในการทำอาหารทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะกินอาหารเหล่านั้นมากขึ้น

ลองไอเดียนี้ให้ลูกคุณสนุกกับการกินมื้อเที่ยงมากกว่าเดิม
          • ทำแซนวิชเป็นรูปร่างต่างๆด้วยเครื่องตัดแซนวิช เช่น รูปเฮลโหลคิตตี้
          • โรยหน้าโจ๊กหรือข้าวต้มด้วยผักบดชนิดต่างๆ เช่น แครอท บร็อกโคลี

สำหรับลูกกินยากช่างเลือก
แม้อาหารที่คุณทำจะมีคุณค่าทางโภชนาการมากแค่ไหนก็ไร้ค่าหากลูกน้อยไม่ยอมทานนะคะ เด็กบางคนก็กินยากช่างเลือกเสียเหลือกิน ในขณะที่เด็กบางคนก็กินเฉพาะอาหารบางประเภท หรือปฏิเสธไม่กินเลย เนื่องจากเป็นวิธีการแสดงความกล้าแสดงออกในตัวเขาเองค่ะ

ลองไอเดียเหล่านี้เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวมีช่วงเวลากินอาหารอันน่ารื่นรมย์:
หากลูกน้อยปฏิเสธไม่กินอาหาร 1 อย่างจากเมนูอาหารอื่นๆทั้งหมด ให้คุณแม่ลองเมนูอาหารในกลุ่มเดิมแต่เพิ่มเมนูใหม่ เช่น
          • ลองเปลี่ยนจากผักใบเขียวมาเป็นผักสีเหลืองเข้มหรือส้ม เช่น แครอท
          • ลองเปลี่ยนจากเนื้อไม่ติดมันมาเป็นเนื้ออกไก่
          • ลองเปลี่ยนจากนมรสจืดมาเป็นนมรสชาติต่างๆดูบ้าง
เสริมคุณค่าทางโภชนาการให้เมนูอาหารด้วยการเติมวัตถุดิบพิเศษบางชนิดลงไป เช่น เติมนมไร้ไขมันในครีมซุป มิลค์เชคหรือพุดดิ้ง ผสมซูกีนีและแครอทขูดลงบนขนมปัง มัฟฟิน มีตโลฟ ลาซานญ่าและซุป

เสิร์ฟอาหารที่ลูกชอบควบคู่กับอาหารที่ลูกเคยปฏิเสธไม่กินในอดีต
พยายามเสิร์ฟอาหารที่ลูกเคยปฏิเสธไม่กินมาก่อนอีกครั้ง คุณแม่อาจต้องลองหลายๆครั้งก่อนที่ลูกจะยอมกินเมนูดังกล่าว
ให้ลูกมีส่วนร่วมในการทำอาหาร ลูกจะรู้สึกว่าการกินอาหารสนุกมากกว่าที่เคย
ทำอาหารให้ดึงดูดสายตาลูก โดยการตัดอาหารเป็นรูปทรงต่างๆที่น่าสนใจ ทำหน้าเมนูอาหารเป็นรูปตัวยิ้มด้วยชีส ผักหรือผลไม้แท่ง
ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีในการกินอาหารให้ลูกน้อยเห็น โดยหลักการแล้วควรกินอาหารพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวอย่างน้อยหนึ่งมื้อต่อวันในทุกๆวันหรือพยายามให้ได้ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์

หมายเหตุ: ปริมาณอาหารและหน่วยบริโภคอาหารที่เด็กต้องการในแต่ละวันอาจแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงอายุและความคล่องแคล่วแอคทีฟของเด็ก คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจวิตกกังวลหากลูกกินอาหารน้อย โดยเฉพาะเมื่อเทียบปริมาณอาหารกับสัดส่วนบริโภคของผู้ใหญ่ แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะเด็กกำลังโตดีจะกินอาหารในปริมาณที่เพียงพอกับตัวเขา หากคุณพ่อคุณแม่ยังกังวลอยู่ล่ะก็ ลองปรึกษาแพทย์ประจำตัวลูกดูค่ะ

ตรวจเช็คความปลอดภัย
ความปอลดภัยของอาหาร
กฎ 2 ข้อที่ควรจำเพื่อป้องกันอาหารเป็นพิษ:
     - ทุกคนต้องล้างมือก่อนและหลังอาหารทุกครั้ง
     - อาหารร้อนควรรักษาไว้ที่สภาพอุณหภูมิร้อน และอาหารเย็นควรรักษาไว้ที่สภาพอุณหภูมิเย็น

แหล่งที่มา :HealthyChildren.org. How to Please Fussy Eaters [Online]. Available: https://www.healthychildren.org/English/healthy-living/nutrition/Pages/How-To-Please-Fussy-Eaters.aspx (Nov, 2015).

แนะนำบทความนี้ให้เพื่อนๆ
ให้คะแนนบทความนี้
1คะแนน
2คะแนน
3คะแนน
4คะแนน
5คะแนน