Add เลย กิจกรรมสนุกๆ
พร้อมรางวัลมากมาย FREE!
กรุณากรอกข้อมูล

รับมือกับไวรัสโรต้า...ก่อนพัฒนาการลูกน้อยชะงัก

08 ต.ค. 2558

33414652_m.jpg

     ไวรัสโรต้า เป็น 1 ใน 3 สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคท้องร่วงในเด็ก นอกเหนือจากเชื้อแบคทีเรีย และการท้องเสียเนื่องจากการแพ้นมวัว ซึ่งพบมากในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยอายุที่พบบ่อยคือเด็กที่มีอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปีค่ะ (ทารกแรกเกิดก็มีโอกาสพบเชื้อโรคนี้ในอุจจาระได้เช่นกันนะคะ เพียงแต่มักไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะได้รับการปกป้องและภูมิคุ้มกันจากการดื่มนมจากคุณแม่) ลองมาดูลักษณะอาการและวิธีป้องกันค่ะ

     การติดเชื้อและการติดต่อ
     เมื่อลูกน้อยก้าวสู่วัยกระเตาะกระแตะ เป็นช่วงวัยที่เด็กๆ มีความอยากรู้ อยากเห็น และอยากลองสัมผัสกับสิ่งต่างๆ รอบตัว โดยมักจะมีการนำของเล่น ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ใส่เข้าปาก ซึ่งเชื้อไวรัสโรต้านี้อาจจะติดอยู่กับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของผู้ที่ติดเชื้อ เมื่อลูกสัมผัสและเอามือเข้าปาก เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกายทันทีค่ะ ทำให้ลูกป่วยเป็นโรคท้องเสียแบบเฉียบพลัน

     สัญญาณบ่งบอก..ต้องพบแพทย์ทันที
     โดยส่วนใหญ่ เมื่อลูกติดเชื้อไวรัสโรต้า จะมีระยะฟักตัวสั้น คือ 1 – 7 วัน แต่ส่วนใหญ่จะน้อยกว่า 48 ชั่วโมง โดยลูกจะเริ่มจากมีไข้ น้ำมูก และไอเล็กน้อย คล้ายการติดเชื้อไวรัสอื่นๆ แต่จะมีอาการช่วงสั้นๆ แล้วมักจะมีอาการของโรคทางเดินอาหารตามมา อาเจียนมากประมาณ 1-2 วันแรก ต่อมาจะเริ่มถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ โดยลักษณะของอุจจาระส่วนใหญ่จะไม่มีมูกหรือเลือดปน แต่ก็อาจมีมูกปนได้เล็กน้อย ทั้งนี้ การถ่ายอุจจาระและอาเจียนมาก จะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้ด้วยนะคะ หากสังเกตเห็นว่า ลูกเริ่มมีอาการซึม ไม่มีแรง มือเท้าเย็น อาเจียนหรือถ่ายมากผิดปกติ ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่ปัสสาวะเลยเกิน 6 ชั่วโมง ควรรีบไปพบคุณหมอโดยด่วนเลยค่ะ เพราะมีโอกาสที่จะช็อกและหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจถึงแก่ชีวิตได้ ทั้งนี้หากอาการไม่รุนแรงจะหายได้เองภายใน 2-3 วัน หรืออย่างช้าไม่เกิน 1 สัปดาห์ค่ะ

     การรักษา
     การรักษาอาการท้องเสียจากเชื้อไวรัสโรต้านั้นไม่มียารักษาโดยเฉพาะ ยาปฏิชีวนะฆ่าได้แต่เชื้อแบคทีเรีย ดังนั้น การรักษาจึงทำได้แค่เพียงการรักษาตามอาการเท่านั้น
     - อาเจียนและท้องเสีย ต้องระวังเรื่องการขาดน้ำและเกลือแร่ที่เสียไปกับอาการอาเจียนและท้องเสียซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาโรคนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเซื่องซึมและปัสสาวะได้ดี ไม่หอบเหนื่อย โดยปกติเด็กที่ได้รับเชื้อไวรัสโรต้าจะมีอาการอาเจียนไม่เกิน 2 วัน ซึ่งในช่วงนั้นมักจะไม่ยอมทานหรือดื่ม คุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามเข้าใจ และไม่ต้องพยายามป้อนนะคะ เพราะน้องอาจจะอาเจียนออกตลอด คุณหมอจะให้น้ำและเกลือแร่ทางหลอดเลือดดำแทนค่ะ ทั้งนี้ คุณแม่ควรสังเกตเรื่องการปัสสาวะของลูกอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่า มีน้ำในร่างกายเพียงพอหรือไม่ โดยภายใน 4 ชั่วโมงควรปัสสาวะอย่างน้อย 1 ครั้ง
     - ให้ยาลดไข้
     - หากปวดท้องหรือท้องอืด ให้ยาขับลม ทั้งนี้ หากได้รับเกลือแร่ที่เพียงพอจะช่วยลดอาการท้องอืดได้ เพราะเกลือแร่มีโปแตสเซียมที่จะช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น

     การป้องกัน
     คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลใส่ใจสุขอนามัยของอาหารและน้ำดื่มของลูกให้สะอาด หลังเข้าห้องน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม และทุกครั้งก่อนปรุงอาหารให้ลูก คุณแม่ควรล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาด อีกทั้งควรดูแลทำความสะอาดสถานที่ ของเล่น ของใช้ และภาชนะทุกชิ้นให้ลูกน้อย และเลี่ยงการพาลูกน้อยไปยังสถานที่แออัดด้วยนะคะ

     ทั้งนี้ การป้องกันอีกทางคือ การให้วัคซีนโรต้า ซึ่งสามารถลดความรุนแรงและช่วยลดโอกาสที่ลูกน้อยต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพราะติดเชื้อได้ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก :
1.www.si.mahidol.ac.th
2.www.haamor.com 
3.www.phyathai.com

แนะนำบทความนี้ให้เพื่อนๆ
ให้คะแนนบทความนี้
1คะแนน
2คะแนน
3คะแนน
4คะแนน
5คะแนน