กรุณากรอกข้อมูล

ลูกน้อยวัย 2 ปีกับพัฒนาการด้านอารมณ์

01 ก.ค. 2559

T6.png

มันเป็นเรื่องยากมากที่จะตามอารมณ์ขึ้นๆลงๆของเจ้าตัวเล็กวัย 2 ขวบ เดี๋ยวก็ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นมิตร เดี๋ยวก็บูดบึ้งขี้แง และไม่ค่อยมีเหตุผลเอาซะเลย อารมณ์แปรปรวนเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเติบโตของลูกซึ่งเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เมื่อลูกต้องต่อสู้เพื่อควบคุมการกระทำของตัวเอง แรงกระตุ้น ความรู้สึกและร่างกายของเขาเองค่ะ

ในวัยนี้ลูกต้องการสำรวจโลกและแสวงหาการผจญภัย เป็นผลให้ลูกใช้เวลาส่วนใหญ่ทดสอบขีดจำกัดไม่ว่าจะเป็นขีดจํากัดของลูกเอง ของคุณและสภาพแวดล้อมของลูกค่ะ แต่น่าเสียดายที่ลูกน้อยยังขาดทักษะหลายอย่างที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จที่ลูกต้องทำและลูกมักต้องการให้คุณพ่อคุณแม่ปกป้องดูแลค่ะ

เมื่อลูกน้อยทำอะไรลํ้าเส้นและถูกห้ามไม่ให้ทำ ลูกมักแสดงความโกรธและความไม่พอใจตอบโต้ออกมาค่ะ ลูกอาจมีอารมณ์ฉุนเฉียวโกรธหรือบูดบึ้ง อาจแสดงออกด้วยกริยาตีกลับ กัดหรือเตะได้ค่ะ ในวัยนี้ลูกน้อยยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ดังนั้นความโกรธและความไม่พอใจของลูกมีแนวโน้มที่จะปะทุขึ้นมาทันทีในรูปแบบของการร้องไห้ การตีหรือการกรีดร้องค่ะ ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่ลูกใช้รับมือกับความยากลำบากในการใช้ชีวิต ลูกอาจถึงขั้นแสดงกริยาบางอย่างออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจแต่อาจเป็นอันตรายต่อตัวเองหรือคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ส่วนหนึ่งของเด็กวัย 2 ขวบค่ะ

พี่เลี้ยงเด็กหรือญาติๆที่เคยช่วยดูแลลูกน้อยของคุณเคยบอกคุณไหมว่าเจ้าตัวน้อยของคุณไม่เคยมีพฤติกรรมไม่ดีขณะที่พวกเขาดูแลลูกให้คุณ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ลูกน้อยวัยเตาะแตะนี้จะน่ารักราวนางฟ้าเมื่อคุณไม่ได้อยู่ข้างๆเขาค่ะ เพราะลูกไม่ไว้ใจคนเหล่านี้มากพอที่จะทดสอบขีดจำกัดของลูกเองค่ะ แต่กับคุณแล้วลูกน้อยวัยเตาะแตะของคุณจะเต็มใจลองสิ่งที่อาจจะเป็นอันตรายหรือยาก เพราะลูกรู้ว่าคุณจะช่วยเขาทันทีเมื่อเขาตกอยู่ในปัญหาค่ะ

ไม่ว่ารูปแบบการประท้วงที่ลูกน้อยเป็นอยู่ในช่วงปลายขวบปีแรกอาจยังดำเนินมาอยู่บ้างจนถึงทุกวันนี้ เช่น เมื่อคุณต้องปล่อยให้ลูกอยู่กับพี่เลี้ยงเด็ก ลูกอาจโกรธและอาละวาดเมื่อต้องแยกกับคุณ หรือลูกอาจครวญครางหรือทําสะอึกสะอื้นเกาะคุณไม่ปล่อย หรือลูกอาจแค่ข่มอารมณ์และเงียบไป ไม่ว่าพฤติกรรมของลูกเป็นอย่างไรก็ตาม ให้คุณพยายามไม่แสดงออกโดยการดุหรือลงโทษลูกนะคะ กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือการสร้างความมั่นใจให้ลูกว่าเดี๋ยวคุณก็กลับมา และเมื่อคุณกลับมาก็ให้ชื่นชมในความอดทนของลูกที่รอคุณมารับค่ะ คุณแม่เบาใจขึ้นได้เลยค่ะว่าการแยกจากลูกน้อยจะเป็นเรื่องง่ายขึ้นเมื่อลูกอายุได้สามขวบค่ะ

ยิ่งลูกน้อยรู้สึกมั่นใจและรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเท่าไหร่ ลูกจะเป็นอิสระจากคุณและมีแนวโน้มที่จะประพฤติตัวดีมากขึ้นค่ะ คุณสามารถช่วยลูกน้อยพัฒนาความรู้สึกเชิงบวกเหล่านี้ได้โดยการส่งเสริมให้ลูกประพฤติตัวเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น โดยการสร้างขอบเขตจํากัดที่เหมาะสมให้ลูกได้สำรวจและฝึกความอยากรู้ของลูกค่ะ แต่ควรอยู่ในขอบเขตของพฤติกรรมที่ไม่เป็นอันตรายหรือต่อต้านสังคมนะคะ ด้วยแนวทางเหล่านี้ลูกน้อยจะเริ่มรู้ว่าการกระทำใดทำได้และอะไรที่ทําไม่ได้ ขอยํ้าว่ากุญแจสำคัญคือความสม่ำเสมอในการชี้นำลูกให้ปฏิบัติตามไกด์ไลน์ของคุณค่ะ ให้ชื่นชมลูกน้อยทุกครั้งที่ลูกเล่นกับเด็กคนอื่นได้ดี หรือเมื่อใดก็ตามที่ลูกทานอาหาร แต่งตัวหรือถอดเสื้อผ้าด้วยตัวเองโดยปราศจากความช่วยเหลือของคุณ หรือชื่นชมลูกน้อยเมื่อคุณช่วยลูกเริ่มต้นทำกิจกรรมและลูกทําสําเร็จได้ด้วยตัวเอง หากคุณแม่ทำได้เช่นนี้ ลูกน้อยจะเริ่มรู้สึกดีกับความสำเร็จเหล่านี้และรู้สึกดีกับตัวเองค่ะ เมื่อลูกภูมิใจในตนเองมากขึ้น เขาจะพัฒนาภาพลักษณ์ของตัวเองให้เป็นคนที่มีพฤติกรรมอยู่ในลู่ทาง เป็นพฤติกรรมที่คุณให้การสนับสนุนและพฤติกรรมเชิงลบก็จะเริ่มหายไปค่ะ

เนื่องจากลูกน้อยวัย 2 ปี มักแสดงอารมณ์ที่หลากหลาย ให้คุณเตรียมพร้อมรับมือทุกอารมณ์ตั้งแต่ความสุขถึงความโกรธเลยค่ะ อย่างไรก็ตามคุณควรปรึกษาคุณหมอถ้าลูกน้อยดูเหมือนไม่มีปฎิกิริยาเชิงรุกใดๆหรือเก็บเนื้อเก็บตัว ซึมเศร้าอยู่ตลอดเวลาหรือชอบออกคำสั่งและมักไม่ค่อยพอใจกับอะไรเลย อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะซึมเศร้าที่เกิดจากความเครียดบางอย่างที่ซ่อนอยู่หรือปัญหาบางอย่างทางร่างกาย ถ้าคุณหมอสงสัยว่าลูกของคุณมีภาวะซึมเศร้า คุณหมออาจแนะนําให้คุณพาลูกไปพบจิตแพทย์เด็กเพื่อรับคำปรึกษาค่ะ

แหล่งที่มา :
American Academy of Pediatrics (2015). Emotional Development: 2 Year Olds. Healthy Children [Online]. Available: https://www.healthychildren.org/English/ages-stages/toddler/Pages/Emotional-Development-2-Year-Olds.aspx [Nov. 21,2015]

แนะนำบทความนี้ให้เพื่อนๆ
ให้คะแนนบทความนี้
1คะแนน
2คะแนน
3คะแนน
4คะแนน
5คะแนน