กรุณากรอกข้อมูล

ปัญหาโลกแตก! กับทางออกของลูกกินยาก (ตอน 2)

15 มี.ค. 2561

เขียนโดย Elizabeth M. Ward, MS, RD

2.jpg

ปัญหา: จะรับมือกับลูกวัย 3 ขวบที่ไม่ยอมกินข้าวเย็นเกือบทุกวัน แถมยังโยนอาหารให้สุนัขกินอีกอย่างไรดีคะ?
ทางออก: “เด็กเล่นอาหารเป็นเรื่องปกติและสนุกสำหรับเขาค่ะ” เคอรี่กล่าว หากเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเสมอๆ คุณแม่อาจต้องหาวิธีรับมือ
ลูกน้อยวัยเตาะแตะที่เหนื่อยล้าอาจไม่รู้สึกหิวมื้อเย็นเสมอไปและมักแบ่งอาหารให้หมาเป็นเรื่องปกติ
หรือลูกอาจไม่ยอมกินอาหารเพื่อทดสอบปฏิกิริยาของคุณ
“ลูกน้อยวัยเตาะแตะมักทดสอบทุกสิ่งอย่าง” ซานนา นักกำหนดอาหารกล่าว
คุณแม่จะแก้ปัญหาพฤติกรรมการกินของลูกน้อยวัยเตาะแตะโดยการส่งสัญญาณบอกลูกน้อยอย่างใจเย็นว่าเวลาของมื้ออาหารเป็นเวลาของการกิน ไม่ใช่เวลาเล่น หรือให้อาหารหมาน้อย
“เมื่อลูกน้อยให้อาหารหมาหรือปาอาหารลงพื้น คุณแม่ต้องอุ้มเค้าลงจากเก้าอี้เด็กอย่างใจเย็น” คุณหมอเจนนิเฟอร์แนะนำ “หากเขายืนยันจะกินอาหารต่อ ก็ให้คุณแม่อุ้มลูกกลับไปนั่งบนเก้าอี้ หากคุณอุ้มเขาขึ้นลงเก้าอี้ได้สักสองครั้ง ก็ให้ถือว่าสิ้นสุดมื้ออาหารสำหรับลูกน้อยแล้ว”
แน่นอนว่า การนำหมาออกจากห้องเมื่อถึงเวลาอาหารจะช่วยลดความพยายามให้อาหารหมาของลูกน้อยแล้วล่ะค่ะ

ปัญหา: ลูกน้อยอยากกินข้าวเอง เมื่อไหร่ที่ฉันสามารถให้ถ้วยอาหารและช้อนส้อมกับเขาดีคะ?
ทางออก: เวลาที่เหมาะสมอาจมาถึงเร็วกว่าที่คุณแม่คิดค่ะ
คุณหมอเจนนิเฟอร์แนะว่า คุณแม่สามารถให้ช้อนพลาสติกสำหรับเด็ก แก้วน้ำ ขวดนมหรือขวดนมบรรจุนมแม่ ให้ลูกถือเมื่อเริ่มให้อาหารแข็งกับลูกในช่วงระหว่างอายุ 6-9 เดือนค่ะ
แต่อย่าเพิ่งให้ส้อมปลายแหลมสำหรับเด็กนะคะ เพราะ “เด็กส่วนใหญ่จะถือส้อมได้เมื่ออายุย่างเข้า 3-4 ขวบปี” คุณหมอเจนนิเฟอร์กล่าว
คุณแม่ต้องไม่คาดหวังว่าลูกจะกินอาหารหรือดื่มน้ำคำโตในระยะแรก และเตรียมตัวไว้เลยว่ามื้ออาหารนี้ต้องเละเทะแน่นอน แต่อย่าเพิ่งลดละความพยายามเมื่อลูกพยายามหัดกินอาหารเองนะคะ
เคอรี่กล่าวว่า “เด็กๆเรียนรู้จากการเลียนแบบพฤติกรรมและต้องการการฝึกฝนในการกินอาหารเองค่ะ”

ปัญหา: ลูกอายุ 3 ขวบแล้วแต่ยังให้ป้อนอาหารเหมือนเด็กเล็กๆ จะทำอย่างไรดีคะ?
ทางออก: คุณหมอเจนนิเฟอร์กล่าวว่า “ลูกวัยเตาะแตะมีแนวโน้มที่จะอยากกินอาหารเองเมื่อเห็นคนอื่นๆกินอาหารเองได้ ถ้าเป็นไปได้ ให้ทุกคนในครอบครัวนั่งกินอาหารพร้อมหน้าเพื่อให้ลูกน้อยได้เลียนแบบพฤติกรรมดังกล่าวค่ะ”
เคอรี่กล่าวว่า หากลูกน้อยของคุณเคยกินอาหารเองได้แล้วหยุดพฤติกรรมนี้ไป เขาอาจมีเหตุผลบางอย่างก็ได้ เช่น ลูกพี่ลูกน้องวัยเด็กกว่าดึงความสนใจเหล่านั้นไปจากเขาค่ะ
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เคอรี่เตือนให้คุณแม่ระวังสงครามย่อมๆที่อาจเกิดขึ้นจากพฤติกรรมการกินของลูกค่ะ และนี่คือเคล็ดลับบางส่วนที่ช่วยกระตุ้นให้ลูกน้อยกินอาหารเอง:
     • เตรียมอาหารกินง่ายที่ลูกน้อยหยิบเข้าปากด้วยตัวเองได้เอาไว้ (finger food)
     • ใช้จานและแก้วที่ลูกชอบสำหรับใส่อาหาร
ซานนา นักกำหนดอาหารแนะว่า “หากคุณแม่รู้ว่าลูกกินอาหารเองได้แล้ว ให้ยื่นอาหารและภาชนะให้ลูก ปล่อยเขาไว้อย่างที่เขาเป็น ก็มีโอกาสที่เขาจะเข้าหาอาหารเองค่ะ”
คุณหมอเจนนิเฟอร์กล่าวว่า เด็กบางคนอาจมีพัฒนาการล่าช้าซึ่งทำให้เขายังไม่ยอมกินอาหารเอง คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์หากวิตกกังวลใจ

ปัญหา: ฉันสังเกตว่าลูกน้อยวัยเตาะแตะกินอาหารน้อยมาก จะทำอย่างไรให้เขากินมากขึ้นดีคะ?
ทางออก: ในกรณีนี้ ลูกของคุณอาจไม่ได้มีพฤติกรรมกินยากช่างเลือกค่ะ การกินจุบจิบหรือดื่มน้ำถี่ๆ ตลอดทั้งวัน หรือพฤติกรรมทั้งสองอย่างรวมกันอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกกินน้อยลงค่ะ
ซานนากล่าวว่า “เด็กกินจุบจิบจะไม่ค่อยหิวเมื่อถึงเวลาอาหาร”
คุณแม่สามารถลดพฤติกรรมกินจุบจิบโดยผ่อนปรนตารางอาหารและของว่างเพื่อสุขภาพลง ของว่างอาจเปลี่ยนเป็นมื้อเล็กๆ และให้คุณแม่เสิร์ฟอาหารที่คุณแม่ต้องการในมื้อเช้า เที่ยงและเย็นแทน เช่น อาหารที่มีโปรตีน ธัญพืช ผักและผลไม้
เมื่อคุณเสิร์ฟของว่างเพื่อสุขภาพให้ลูก คุณแม่อย่าวิตกกังวลไปหากลูกกินอาหารหลักมื้อต่อไปน้อยลงค่ะ
นอกจากการเสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพให้ลูกตลอดทั้งวันแล้ว คุณแม่ควรเชื่อสัญญาณระดับความหิวของลูกน้อยที่เขาแสดงออกมาด้วยค่ะ
เคอรี่กล่าวว่า “เด็กๆจะควบคุมความอยากอาหารจากสัญชาติญาณโดยการกินเมื่อหิว และหยุดกินเมื่ออิ่มค่ะ”

ปัญหา: ดูเหมือนว่าลูกน้อยวัยเตาะแตะของฉันไม่ค่อยกินอาหารเลยค่ะ แล้วจะรู้ได้ไงว่าลูกของฉันมีพฤติกรรมการกินที่ปกติดี?
ทางออก: ในช่วงขวบปีแรกของชีวิต เด็กมักมีน้ำหนักขึ้นกว่าเดิมสามเท่าตัวและส่วนสูงเพิ่มขึ้นได้ถึง 10 นิ้ว การเจริญเติบโตของเขาจะช้าลงหลังอายุครบหนึ่งปี เช่นเดียวกับความอยากอาหารค่ะ
เคอรี่กล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องผิดปกติหรอกที่เด็กๆในช่วงวัยนี้จะกินอาหารน้อยลง”
แล้วข่าวดีเกี่ยวกับปัญหาพฤติกรรมการกินของเด็กกลุ่มนี้คืออะไรล่ะ? ปล่อยลูกไปค่ะ เพราะเด็กๆมีแนวโน้มจะกินอาหารเมื่อเขาต้องการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เด็กบางคนอาจกินอาหารไม่พอจริงๆอันเนื่องมาจากหลายสาเหตุ
เพื่อบรรเทาความกลัวของคุณแม่ ให้ปรึกษาแพทย์ว่าลูกคุณมีอัตราการเจริญเติบโตตามเกณฑ์หรือไม่ (เช่น ความยาวของรอบศีรษะ) คุณแม่อาจต้องปรึกษานักโภชนากรหรือบุคลากรทางการแพทย์

แหล่งที่มา : Elizabeth M. Ward, MS, RD. Solutions for Toddler Feeding Problems [Online]. Available : http://www.webmd.com/parenting/guide/solutions-for-toddler-eating-problems (September 22, 2015)

 

แนะนำบทความนี้ให้เพื่อนๆ
ให้คะแนนบทความนี้
1คะแนน
2คะแนน
3คะแนน
4คะแนน
5คะแนน