กรุณากรอกข้อมูล

การที่เด็กช่างถาม มีส่วนช่วยในการสร้างสมองได้อย่างไร

15 มี.ค. 2561

click-bait3.jpg

โดย ดร. นัฐพร โอภาสานนท์(ดร. แนน)
Ph.D. (Medicine) in Mental health University of Aberdeen

      ฉบับที่แล้วเราได้คุยกันถึงความสำคัญของการเป็นเจ้าหนูจำไม ขี้สงสัยและช่างซักถาม ความขี้สงสัยทำให้โลกใบนี้มีการปรับเปลี่ยน ทำให้โลกใบนี้มีการพัฒนา ถ้านึกย้อนไปตั้งแต่เราเป็นเด็กของใช้ต่างๆก็มีการพัฒนา ปรับปรุงให้ใช้งานได้ง่ายหรือมีประโยชน์มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ความเจริญก้าวหน้าในศาสตร์ต่างๆ โดยเฉพาะศาสตร์ทางการแพทย์ก็มีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดทั้งปวงก็เริ่มมาจากจุดเล็กๆที่เรียกว่าความสงสัยนั่นเองค่ะ

      ถ้าความขี้สงสัยมีผลต่อโลกแล้วกับตัวเด็กๆล่ะมันมีผลอย่างไร? ขอยกตัวอย่างแบบนี้นะคะถ้าเปรียบเทียบร่างกายเป็นคอมพิวเตอร์ ระบบประสาทรับสัมผัส ตา หู จมูก ปาก ลิ้นและผิวหนังก็คือคีย์บอร์ดหรือเมาส์ที่ทำหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลไปยังสมองซึ่งทำหน้าที่เสมือนหน่วยประมวลผลกลาง (ซีพียู) ของคอมพิวเตอร์ เมื่อสมองคิดคำนวณเรื่องต่างๆเสร็จก็จะใช้อวัยวะ เช่น แขน ขาหรือปากเป็นตัวแสดงผลเหมือนหน้าจอหรือเครื่องพิมพ์เอกสารของเรา ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าเด็กก็รับข้อมูลอะไรบางอย่างผ่านระบบรับสัมผัสของเขาแล้วส่งข้อมูลนี้ไปให้สมองตีความ ซึ่งการที่ยังขาดประสบการณ์อยู่สมองก็ตีความสิ่งที่เห็นตรงหน้าไม่ได้ว่าคืออะไร ทำงานอย่างไรหรือทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ในที่สุดสมองก็สั่งให้ปากแสดงผลออกมาเป็นคำถามแบบนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องรับมืออยู่ทุกวันนั่นแหละค่ะ

       ถ้าคิดแบบนี้แสดงว่าการที่เด็กๆถามก็แสดงว่าพวกเขามีการ “คิด” ใช่ไหมคะ? ยิ่งถามมากก็ดูจะคิดมากด้วยสิ ตรงนี้แหละที่สมองของเราทำงานต่างจากคอมพิวเตอร์เพราะคอมพิวเตอร์คือยิ่งใช้งานมันมากๆมันก็ยิ่งเสื่อมสภาพ แต่สมองของเรายิ่งใช้มาก ใช้บ่อยและใช้หลากหลายมันยิ่งเฉียบคมขึ้น ประเด็นนี้เห็นจากงานวิจัยจำนวนมากที่ค้นพบว่าการที่เราใช้สมองบ่อยๆจะชะลอการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ค่ะ เกริ่นนำมาแค่นี้คุณพ่อคุณแม่คงพอจะเห็นภาพกว้างๆว่าการเป็นเด็กขี้สงสัยส่งผลอย่างไรต่อสมอง ในฉบับหน้าเรามาคุยกันว่าสมองพัฒนาอย่างไรจากคำถามเหล่านี้นะคะ

อ้างอิง Carlson, N. R. (2010). Physiology of behavior. Boston: Allyn & Bacon.

แนะนำบทความนี้ให้เพื่อนๆ
ให้คะแนนบทความนี้
1คะแนน
2คะแนน
3คะแนน
4คะแนน
5คะแนน