กรุณากรอกข้อมูล

5 สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนคลอด

food

ยิ่งใกล้คลอดเท่าไรคุณแม่หลายๆ ท่านยิ่งกังวลว่าเมื่อถึงเวลาคลอดจริงๆ แล้วควรเตรียมสิ่งใดและทำอะไรก่อน คุณแม่มือใหม่สามารถลดความกังวลใจและสร้างความสบายใจง่ายๆ ด้วยการเตรียมตัวก่อนคลอดดังนี้ค่ะ

1. เตรียมลางาน

คุณแม่ทำงานควรศึกษาเกณฑ์การลาคลอดและสิทธิต่างๆ ที่จะได้รับให้เข้าใจจากนั้นก็เตรียมตารางลางานล่วงหน้าไว้ได้เลยค่ะ ซึ่งตามกฎหมายแล้วคุณแม่สามารถลาคลอดได้ 90 วันเต็ม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณแม่ที่เป็นพนักงานบริษัทเอกชนจำเป็นต้องศึกษาขั้นตอนการลางานและนโยบายของบริษัทในการอนุญาตให้ลาคลอดในจำนวนที่กำหนด เพื่อที่คุณแม่จะได้วางแผนในการจัดการต่างๆ รวมถึงการเลี้ยงลูกได้อย่างเหมาะสมต่อไปค่ะ

2. เตรียมไปโรงพยาบาล

เมื่อถึงวันคลอดจริงๆ คุณแม่จะเจ็บท้อง และคุณพ่ออาจจะตื่นเต้นจนดูจะวุ่นวายไปเสียหมด เพราะฉะนั้นควรอย่างยิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรมีกระเป๋าที่บรรจุทุกอย่างและพร้อมจะหิ้วไปโรงพยาบาลได้ทันที

สิ่งสำคัญที่ต้องใส่กระเป๋าไว้เลย

  • ใบฝากครรภ์ซึ่งมีข้อมูลสำคัญต่างๆ

    เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ของคุณแม่ ไม่ว่าจะเป็นประวัติการตรวจร่างกายความเสี่ยงต่างๆ ที่คุณแม่มี แผนการต่างๆ ที่คุณหมอได้วางไว้ หรือประวัติการตรวจโรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ประวัติการตรวจโรคเบาหวาน โรคธาลัสซีเมียระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงน้ำหนักตัวของคุณแม่ ขนาดมดลูก และการดิ้นของลูกในครรภ์ เป็นต้น ใบฝากครรภ์จะช่วยให้คุณหมอสามารถรู้ถึงประวัติของคุณแม่ได้อย่างครบถ้วนทันที แม้ว่าคุณแม่จะเจ็บครรภ์ฉุกเฉินไม่สามารถไปโรงพยาบาลที่ฝากได้ ใบฝากครรภ์ก็จะช่วยให้คุณหมอรักษาได้ทันที อีกทั้งคุณแม่ควรเตรียมสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนไว้ในซองเดียวกันด้วย

  • ของใช้จำเป็นสำหรับคุณแม่และของลูกน้อย

    ควรเตรียมพร้อมไว้อย่างน้อย 1 อาทิตย์ เช่น สบู่ ยาสีฟัน แชมพู เสื้อผ้าที่เปิดปิดได้ง่าย ยกทรงสำหรับให้นมลูกและแผ่นซับน้ำนม ชุดลำลองเวลาใส่กลับบ้าน ผ้าอ้อมและเสื้อผ้าสำหรับลูก ถุงมือ ถุงเท้า ฟองน้ำ ผ้าห่มไว้ห่อตัวลูก เป็นต้น ทีนี้เมื่อถึงเวลาคลอด เพียงแค่คุณแม่หรือคุณพ่อหยิบกระเป๋าใบนี้ไปโรงพยาบาลด้วย ก็ไม่ต้องลืมอะไร หรือวิ่งหาอะไรจนวุ่นวายแล้วค่ะ

3. เตรียมคน

การเจ็บท้องคลอดนั้นถือเป็นภาวะฉุกเฉินอย่างหนึ่งเลยนะคะ คุณแม่ควรไปโรงพยาบาลโดยมีคนใกล้ชิดไปคอยดูแลด้วย แต่หากคุณแม่เกิดเจ็บท้องในช่วงที่คุณพ่อติดธุระกะทันหัน ไม่สามารถพาคุณแม่มาส่งโรงพยาบาลได้ คุณแม่ควรโทรหาญาติสนิทหรือคนใกล้ชิดที่สามารถติดต่อได้ง่ายเพื่อช่วยเหลือเราได้ทันท่วงทีค่ะ นอกจากคนแล้ว พาหนะในการพาคุณแม่ท้องโตไปโรงพยายบาลก็จำเป็นมากเช่นกัน คุณแม่จำเป็นต้องมีเบอร์ติดต่อรถแท็กซี่ หรือรถโรงพยาบาลเตรียมพร้อมไว้ด้วย เผื่อได้ใช้ในวันเจ็บท้องคลอดและไม่สามารถไปโดยรถส่วนตัวได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าคุณแม่จะไปโรงพยาบาลด้วยวิธีใด ก็จำเป็นต้องมีคุณสามีหรือคนใกล้ชิดติดตามไปด้วยเสมอค่ะ

4. เตรียมค่าใช้จ่าย

คุณแม่อาจทราบค่าใช้จ่ายในการคลอดล่วงหน้าจากโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ จึงสามารถวางแผนการใช้เงินได้คร่าวๆ ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง แต่ขอแนะนำให้คุณแม่ควรเผื่อวงเงินไว้ที่อัตราสูงสุดที่โรงพยาบาลตั้งไว้นะคะ เพราะเมื่อถึงเวลาคลอดจริงๆ คุณแม่อาจไม่สามารถคลอดเองได้ และคุณหมอต้องตัดสินในให้ผ่าคลอดทันที เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกน้อยค่ะ ซึ่งการคลอดเองกับผ่าคลอดนั้นมีค่าใช้จ่ายที่ต่างกันมากทีเดียวนะคะการเตีรยมวงเงินไว้ในอัตราที่สุงสุดจึงเป็นการวางแผนทาง การเงินเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกค่ะ นอกจากจะเตรียมเงินไว้สำหรับการคลอดแล้ว การเตรียมเงินสำหรับภาวะเสี่ยงหลังคลอดก็จำเป็นไม่ต่างกัน เพราะหลังจากการคลอดแล้วอาจเกิดภาวะต่างๆ ทั้งกับตัวคุณแม่และลูกน้อยได้ค่ะ ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามอาการและจำนวนวันที่พักฟื้น

5. เตรียมทุกสิ่งเพื่อเจ้าตัวเล็ก

คุณพ่อและคุณแม่ควรเตรียมห้องลูกไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อว่าหลังคลอดและออกจากโรงพยาบาลจะสามารถพาลูกมายังห้องที่เตรียมไว้ได้เลย ซึ่งห้องนี้ควรเป็นห้องที่มีอากาศถ่ายเท สะอาด และปลอดเชื้อโรค มีอุปกรณ์และข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กแรกเกิดเพื่อให้คุณแม่สะดวกในการหยิบใช้ ทั้งนี้การเตรียมข้าวของเครื่องใช้ และเสื้อผ้าลูกนั้น อาจเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปตามการเจริญเติบโตของและพัฒนาการของลูกค่ะ คุณพ่อคุณแม่ที่มีงบไม่มากไม่ต้องกังวลกับการเตรียมข้าวของเครื่องใช้มากนะคะ เตรียมเฉพาะสิ่งจำเป็นที่เราสามารถจ่ายได้ก็พอค่ะ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะให้ลูกได้นั้น ไม่ใช่เสื้อผ้า เครื่องใช้ หรือของเล่นราคาแพง แต่ คือ การมอบความรักและความอบอุ่นค่ะ

คุณแม่บอกต่อ

คุณพ่อและคุณแม่ควรเผื่อเวลาในการเดินทางมาคลอดให้ดีนะคะ เพราะระยะเวลาเจ็บท้องคลอดนั้นจะแตกต่างกัน ถ้าเป็นท้องแรกการเจ็บท้องคลอดอาจใช้เวลานานค่ะ โดยปกติหลังจากปากมดลูกเปิดแล้ว ปากมดลูกจะขยายชั่วโมงละ 1 เซนติเมตร จึงอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะคลอด คุณแม่ควรมาถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด คุณหมอก็จะดูให้เองว่าพร้อมคลอดแล้ว หรือแค่เจ็บเตือน

ขอบคุณข้อมูลจาก:

  1. www.Momypedia.com เรียบเรียงจากการสัมภาษณ์ นพ.วิชัย ชวาลไพบูลย์ สูติ-นรีแพทย์ โรงพยาบาลกลาง อ้างอิงจากนิตยสารรักลูก
  2. www.pregnancysquare.com ไปคลอดเตรียมอะไรบ้าง อ้างอิงจากนิตยสารPregnancy Advisor & Diary
แนะนำบทความนี้ให้เพื่อนๆ
ให้คะแนนบทความนี้
1คะแนน
2คะแนน
3คะแนน
4คะแนน
5คะแนน