กรุณากรอกข้อมูล

หอบหืด จากคุณพ่อคุณแม่สู่ลูกน้อย...ถ่ายทอดกันได้จริงหรือไม่

31241400_m.jpg

       อย่าเพิ่งตกใจค่ะ! ไม่จำเป็นว่า คุณพ่อคุณแม่เป็นโรคหอบหืดแล้ว ลูกจะต้องเป็นด้วยค่ะ

       โรคหอบหืด มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีสาเหตุจากภูมิแพ้ และชนิดที่ไม่ได้เกิดจากโรคภูมิแพ้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วชนิดที่เกิดจากโรคภูมิแพ้อาจถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ แต่ไม่ใช่เสมอไป เพราะโรคภูมิแพ้ก็มีหลายชนิด จากการศึกษาพบว่า ถ้าคุณพ่อหรือคุณแม่คนใดคนหนึ่งเป็นโรคภูมิแพ้เพียงฝ่ายเดียว โอกาสที่ลูกอาจจะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยคิดเป็น 25% แต่ถ้าทั้งคุณพ่อและคุณแม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ทั้ง 2 ฝ่าย แต่เป็นคนละชนิดกัน เช่น คุณแม่เป็นโรคหอบหืด แต่คุณพ่อเป็นโรคแพ้อากาศ โอกาสที่ลูกอาจจะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยคิดเป็น 50% ในกรณีที่คุณพ่อคุณแม่เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดเดียวกัน เช่น เป็นโรคหอบหืดทั้งคู่ ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้สูงกว่า 75%

       นอกเหนือจากสาเหตุทางพันธุกรรมแล้ว บางกรณีอาจเกิดจากสิ่งกระตุ้นโดยตรงที่ทำให้เกิดสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ตัวไรในฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ ละอองเชื้อรา เศษชิ้นส่วนของแมลงสาบ ยุง แมลงวัน ขนหรือรังแคของสัตว์เลี้ยงที่มีขน ควันบุหรี่ ควันพิษจากสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ซึ่งไปกระตุ้นให้หลอดลมของผู้ป่วยหดเกร็ง เยื่อบุภายในหลอดลมบวมขึ้น ส่งผลให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง มีการสร้างเสมหะมากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการหอบหืดขึ้น

       

สัญญาณบ่งบอก อาการจับหืด


       ส่วนใหญ่จะเริ่มจากอาการหวัด ไอ มีเสมหะ ถ้าไอมากขึ้นเรื่อยๆ ก็มักจะมีเสียงดังหวีด ในช่วงหายใจออก บางครั้งถ้าหลอดลมไม่ได้มีการเกร็งตัวมาก อาการก็จะไม่มาก อาจเป็นๆ หายๆ และเป็นเรื้อรัง ลูกอาจมีอาการไออย่างเดียว และมักจะมีอาการอาเจียนร่วมไปด้วย ซึ่งอาการไอจะดีขึ้น หลังจากที่เด็กอาเจียนเอาเสมหะออก แต่ถ้ามีอาการรุนแรง ร่างกายขาดออกซิเจนมากขึ้น ลูกจะกระสับกระส่าย นอนไม่ได้ เหนื่อยและหอบมาก ริมฝีปากเขียว ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที

       

อาการแบบนี้ รีบพาไปหาหมอ


       1.หายใจไม่ออกทันที
       2.ริมฝีปากเขียว เล็บมือ ปลายนิ้วมือ เป็นสีม่วงคล้ำ
       3.ซึมลง สับสน ชัก หรือหมดสติ
       4.ไข้สูง หรือตัวร้อนจัด
       5.ซีดมาก หรือแดงก่ำผิดปกติ
       6.หายใจมีเสียงหวีด หรือเสียงครืดคราด เพราะหลอดลมตีบ หรือมีสิ่งอุดกั้นในหลอดลม เช่น เสมหะ น้ำ สิ่งแปลกปลอม สายเสียงอักเสบบวม หรืออื่นๆ

       

การรักษา


       1.ยาขยายหลอดลม มีทั้งชนิดพ่น และชนิดรับประทาน คุณหมอจะจ่ายยานี้ให้เมื่อลูกมีอาการหอบ เพื่อช่วยให้ลูกสามารถหายใจได้โล่งขึ้น ซึ่งสามารถให้ได้ในเด็กเล็กๆ และอาจแนะนำให้ใช้พ่นก่อนมีอาการเพื่อป้องกันการหอบหืด ที่เกิดจากการออกกำลังกาย
       2.ยากลุ่มสเตียรอยด์ คุณหมอจะให้ใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และใช้เพียงระยะเวลาสั้นๆ 3 – 5 วันเท่านั้นเพื่อรักษา และป้องกันไม่ให้มีอาการรุนแรงขึ้น
       3.ยาป้องกัน ซึ่งจะต้องใช้ทุกวันสม่ำเสมอ เพื่อช่วยป้องกันเยื่อบุหลอดลมไม่ให้เกิดอาการหดเกร็งได้ง่าย เวลาที่โดนสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่น ไรฝุ่นในบ้าน ทั้งนี้ เมื่ออาการดีขึ้นคุณหมออาจจะพิจารณาปรับลดปริมาณ

       

ฉลาดรู้ทันโรค


       คุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้เกิดอาการหอบหืด เช่น ควันบุหรี่ ตัวไรฝุ่น ฝุ่น โดยนำหมอน พรม ไปผึ่งแดดบ่อยๆ ไม่ควรนำตุ๊กตาที่มีขนวางในห้องนอน ไม่ใช้พรมในห้องนอน ควรเช็ดฝุ่นทุกวัน ทั้งนี้ ถ้าสามารถควบคุมอาการหอบหืดได้ดี ลูกจะไม่มีอาการไอ หรือหายใจเสียงร้องหวีด ในช่วงกลางคืนเลย การที่ลูกนอนไม่ได้เพราะไอ จะส่งผลต่อสุขภาพ ซึ่งปัญหาการนอนไม่พอ จะทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง ควรรีบปรึกษาแพทย์

 

       

ขอบคุณข้อมูลจาก

:
       1.บทความเรื่อง “โรคภูมิแพ้และหอบหืดในเด็ก” มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เว็บไซต์ www.med.cmu.ac.th 
       2.บทความเรื่อง “หอบ หืด” มูลนิธิหมอชาวบ้าน เว็บไซต์ www.doctor.or.th 
       3.บทความเรื่อง “เด็กโรคหืด” เว็บไซต์ www.haamor.com
       4.บทความเรื่อง “อาการหอบ” เว็บไซต์ www.bangkokhealth.com 

 

แนะนำบทความนี้ให้เพื่อนๆ
ให้คะแนนบทความนี้
1คะแนน
2คะแนน
3คะแนน
4คะแนน
5คะแนน