กรุณากรอกข้อมูล

10 เรื่องโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย ที่คุณแม่ต้องรู้

06 ส.ค. 2558

food-for-baby

องค์การอนามัยโลก ได้ให้คำแนะนำว่า ควรให้นมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และให้นมแม่ต่อเนื่อง ควบคู่กับอาหารเสริมที่ปลอดภัย มีคุณค่าและเหมาะกับอายุ ตั้งแต่เดือนที่ 6 จนลูกอายุ 2 ขวบหรือนานกว่านั้น เพราะนมแม่ ถือว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุดของลูก เพราะอุดมไปด้วยคุณค่าอาหารมากมายที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูก และยังช่วยให้ลูกได้รับสัมผัสใกล้ชิดจากอกอุ่นของคุณแม่ด้วยนะคะ

มารู้จัก 10 ข้อปฏิบัติการให้อาหารเพื่อสุขภาพที่ดี

ทารกอายุ 0 – 12 เดือนเด็กเล็ก (อายุ 1 – 5 ปี)

1. ให้นมแม่อย่างเดียวตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน ไม่ต้องให้อาหารอื่นแม้แต่น้ำ

2. เริ่มให้อาหารตามวัยเมื่ออายุ 6 เดือนควบคู่ไปกับนมแม่ เพื่อฝึกให้ทารกรู้จักอาหารอื่นนอกจากนม และฝึกทักษะการกลืนอาหาร โดยในช่วงวัยนี้ ทารกจำเป็นต้องได้รับพลังงานและสารอาหารบางชนิดเพิ่มเติมจากอาหารตามวัย เช่น โปรตีน เหล็ก แคลเซียม สังกะสี ไอโอดีน วิตามินเอ เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตสมวัยตามปกติ

3. เพิ่มจำนวนมื้ออาหารตามวัยเมื่ออายุลูกเพิ่มขึ้น จนครบ 3 มื้อ เมื่อลูกอายุ 10 – 12 เดือน

4. ให้อาหารตามวัยที่มีคุณภาพ และครบ 5 หมู่ทุกวัน

5. ค่อยๆ เพิ่มปริมาณ และความหยาบของอาหารขึ้นตามอายุ เช่น เมื่อทารกมีอายุ 6-8 เดือน ควรเริ่มด้วยอาหารเนื้อค่อนข้างละเอียด เช่น ข้าวบดไข่แดง-ตำลึง เพื่อฝึกทักษะการเคี้ยวและกลืน เมื่อทารกเริ่มเคี้ยวและกลืนได้ดีขึ้น อายุ 8 – 9 เดือนก็อาจให้ฟักทองนึ่ง มันต้มที่หั่น เป็นชิ้นยาว และจากนั้นอาจให้เป็นข้าวต้มที่มีเนื้อสัตว์ชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ทารกคุ้นเคยกับอาหารชิ้นเล็กๆ

6. ให้อาหารรสธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการปรุงแต่งรสด้วย น้ำตาล น้ำผึ้ง ผงชูรส ผงปรุงรส

7. ให้อาหารสะอาดและปลอดภัย

8. ให้ดื่มน้ำสะอาด งดเครื่องดื่มรสหวานและน้ำอัดลม

9. ฝึกวิธีดื่มกินให้สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัย

10. เล่นกับลูก สร้างความผูกพัน หมั่นติดตามการเจริญเติบโตและพัฒนาการ

1. ให้อาหารมื้อหลัก 3 มื้อ และอาหารว่างไม่เกิน 2 มื้อต่อวัน

2. ให้อาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย เป็นประจำ ทุกวัน

3. ให้นมแม่ต่อเนื่อง จนถึงอายุ 2 ปี เสริมนมรสจืดวันละ 2 – 3 แก้ว

4. ฝึกให้กินผัก ผลไม้ จนเป็นนิสัย โดยเฉพาะผักใบเขียว และสีส้ม

5. ให้อาหารว่างที่มีคุณภาพ เช่น ผลไม้ตามฤดูกาล หลีกเลี่ยงขนมที่มีรสหวานจัด มันจัด เค็มจัด และขนมที่เหนียวติดฟัน

6. ฝึกให้กินอาหารรสธรรมชาติ ไม่หวานจัด มันจัด และเค็มจัด

7. ให้อาหารสะอาดและปลอดภัย

8. ให้ดื่มน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มปรุงแต่งรสหวาน และน้ำอัดลม

9. ฝึกวินัยการกินอย่างเหมาะสมตามวัย จนเป็นนิสัย

10. เล่นกับลูก สร้างความผูกพัน หมั่นติดตามการเจริญเติบโตและพัฒนาการ

คุณแม่บอกต่อ

  • อาหารที่มีเหล็กสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ ตับ เลือด ไข่แดง
  • อาหารที่มีสังกะสีสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ ตับ อาหารทะเล
  • อาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม เต้าหู้ ผักใบเขียว
  • อาหารที่มีวิตามินเอสูง ได้แก่ ตับ ไข่แดง นม ผักและผลไม้สีเหลืองส้ม เช่น ฟักทอง แครอท มะละกอสุก เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก: คู่มืออาหารตามวัยสำหรับทารกและเด็กเล็ก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พ.ศ. 2552

แนะนำบทความนี้ให้เพื่อนๆ
ให้คะแนนบทความนี้
1คะแนน
2คะแนน
3คะแนน
4คะแนน
5คะแนน