กรุณากรอกข้อมูล

ข้อกังวลใจในลูกน้อยวัยแรกเกิด...(ที่ไม่ต้องกังวลไป)

42394614_xxl.jpg

เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยแรกเกิดกลับบ้าน อาจจะมีลักษณะอาการหลายๆอย่างเกิดขึ้นกับลูกน้อยของคุณ ซึ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลใจว่า อาการที่เกิดขึ้นกับลูกนั้นเป็นภาวะปกติหรือภาวะผิดปกติหรือไม่อย่างไรควรไปพบแพทย์ทันทีมั้ยคำถามต่างๆนานาเกิดขึ้นเสมอค่ะ

แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่พบอาการที่จะพูดถึงต่อไปนี้ เลิกวิตกกังวลใจได้เลยค่ะ เพราะเป็นอาการปกติของทารกแรกเกิดโดยทั่วไปค่ะ

การเห็นช่องว่างนิ่มๆ 

(กระหม่อม)

 

ขึ้นบนกะโหลกศีรษะของลูกน้อยจะเต้นตุ๊บๆ อย่างชัดเจนเป็นภาวะปกติของทารกแรกเกิดค่ะ การเต้นตุ๊บๆ เกิดจากการทำงานปกติของระบบไหลเวียนเลือดทำให้หลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงที่เต้นตามจังหวะชีพจรเรามองเห็นได้เพราะแผ่นกะโหลกศีรษะลูกน้อยยังไม่เชื่อมปิดค่ะ กระหม่อมปิดจะอยู่ในช่วงที่ลูกอายุ 6-18 เดือน ซึ่งลูกน้อยแต่ละคนกระหม่อมจะปิดช้าหรือปิดเร็วต่างกันค่ะ

 

การมีตกขาวหรือเลือดออกทางช่องคลอดในลูกน้อยเพศหญิง 

ในระหว่างที่ตั้งครรภ์ลูกน้อยจะได้รับฮอร์โมนเพศหญิงจากคุณแม่ ฮอร์โมนนี้ทำให้มดลูกในเด็กผู้หญิงหนาตัว เมื่อลูกคลอดออกมาฮอร์โมนจากคุณแม่ลดลงอย่างรวดเร็วผนังมดลูกจะลอกตัวจึงมีเลือดออกทางช่องคลอด ส่วนตกขาวและอวัยวะเพศบวมก็เกิดจากฮอร์โมนจากคุณแม่เช่นกันเมื่อฮอร์โมนหมดภาวะต่างๆ เหล่านี้จะหายไปประมาณ 1 สัปดาห์หลังคลอดค่ะ

สะอึก 

เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในลูกน้อยแรกเกิดถึงอายุ 4-5 เดือนมักเป็นหลังกินนมซึ่งแก้ไขโดยให้ดูดน้ำหรือนมเร็วๆการสะอึกจะน้อยลงแล้วหายไปเอง และการสะอึกนี้จะน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้นจนหายไปเองค่ะ

สำรอกนม

(แหวะนม) อาเจียนหลังกินนมประมาณ 1 ชม.เป็นนมที่ยังย่อยไม่เสร็จเป็นก้อนเล็กๆ ปนกับน้ำนมปริมาณไม่มากซึ่งไม่ใช่ภาวะผิดปกติไม่ต้องวิตกกังวลนะค่ะคุณแม่ แต่ในลูกน้อยบางคนอาจมีการอาเจียนหลังกินนมทันทีซึ่งมีหลายสาเหตุ คือ กินนมมากเกินไป หรือภาวะการไหลย้อนกลับของนมเนื่องจากหูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารเจริญไม่เต็มที่ ภาวะนี้ถ้าอาเจียนเล็กน้อยลูกกินนมต่อได้ค่ะ

ถ่ายอุจจาระบ่อยจากการกินนมแม่

ลูกน้อยที่กินนมแม่อุจจาระจะมีสีเหลืองทอง เละอาจมีน้ำปนเล็กน้อย ในช่วงอายุ 1-2 เดือนแรกจะถ่ายบ่อยถึง 5-6ครั้งต่อวันหลังจากนั้นจะถ่ายลดลงเหลือ 1-2 ครั้งต่อวัน ถ้าลูกกินนมแม่แล้วถ่ายลักษณะนี้ไม่ต้องกังวลใจค่ะ

มีสิวผื่นบนใบหน้า 

เนื่องจากฮอร์โมนของคุณแม่ยังคงหมุนเวียนในร่างกายของลูกน้อยเป็นจำนวนมาก ซึ่งมักจะเกิดขึ้นระหว่าง 2 สัปดาห์ - 2 เดือน ไม่เป็นอันตรายค่ะ แค่ทำความสะอาดก็พอ

ร้องเวลาถ่ายปัสสาวะ 

เมื่ออายุใกล้ 1 เดือน ลูกน้อยบางรายเริ่มรับรู้ความรู้สึกปวดปัสสาวะได้ ทำให้ลูกน้อยเหมือนมีการเจ็บปวดก่อนถ่ายปัสสาวะ ภาวะนี้เป็นเฉพาะเวลาที่ลูกน้อยถ่ายปัสสาวะขณะตื่น หากถ่ายปัสสาวะขณะนอนหลับลูกน้อยจะไม่ร้อง ลูกน้อยจะไม่มีอาการถ่ายปัสสาวะเป็นหยดๆ หรือเบ่ง อาการนี้จะหายไปเองภายใน 1 เดือนค่ะ

นมมีลักษณะเป็นเต้า 

พบได้ทั้งเพศหญิงและชาย บางครั้งอาจมีน้ำนม ภาวะนี้จะปรากฏอยู่หลายสัปดาห์ในลูกน้อยเพศหญิงอาจปรากฏจนถึงขวบปีแรก ภาวะนี้เป็นลักษณะเฉพาะของทารกครบกำหนด อาจเป็นผลของฮอร์โมนที่ผ่านรกมาสู่ลูกน้อยคนสูงอายุมีความเชื่อว่าต้องบีบให้นมแห้ง และเต้านมยุบ จึงต้องแนะนำให้หลีกเลี่ยงการบีบเค้นเพราะอาจทำให้เต้านมอักเสบเป็นฝีได้ค่ะ

อาการคัดจมูก 

ลูกน้อยจะมีน้ำมูกในจมูกออกมาทุกวัน ควรเช็ดน้ำมูกให้ลูกหลังอาบน้ำเช้า-เย็นโดยใช้ไม้พันสำลีหรือกระดาษทิชชู่ม้วนเล็กๆเช็ดให้ลูกเบาๆ ระวังไม้กระแทกจมูกลูก ลูกจะเจ็บและต่อไปอาจไม่ยอมให้ทำอีกค่ะ

ร้อง 3 เดือนหรือการปวดท้องโคลิก 

เกิดหลังจากออกจากโรงพยาบาลหรือเมื่ออายุ3-4 สัปดาห์ลูกจะร้องตอนหัวค่ำ ร้องเป็นพักๆนาน 1-3 ชั่วโมง ภาวะนี้เชื่อว่าเกิดจากลูกมีการปวดท้องเมื่อลำไส้บีบตัวลูกน้อยจะร้องเป็นพักๆอาจเนื่องจากลำไส้ของลูกยังเจริญไม่เต็มที่ วิธีแก้ไข ควรอุ้มลูกน้อยพาดบ่า ปลอบโยนลูกอาจให้ญาติผู้ใหญ่ช่วยอุ้ม อย่าเครียดเพราะลูกน้อยจะรับรู้และยิ่งร้องมาก ถ้าอุ้มเดินแล้วลูกร้องน้อยลงจนหลับได้ก็ไม่ต้องให้ยาแต่ถ้าร้องมากอาจให้ยาแก้ท้องอืด ลูกน้อยจะสบายขึ้นแต่ในรายที่ร้องมากอาจต้องให้ยาแก้ปวดท้องซึ่งต้องใช้ด้วยความระมัดระวังควรปรึกษาแพทย์ด้วยนะค่ะ

ไม่ดูดน้ำ 

น้ำนมแม่มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ถึง 88 เปอร์เซ็นต์ นมผงก่อนที่จะป้อนทารกก็ต้องผสมน้ำในอัตราส่วนที่พอเหมาะเพื่อให้มีส่วนประกอบใกล้เคียงกับนมแม่ลูกน้อยจึงได้น้ำอย่างเพียงพอจากน้ำนมแล้วค่ะ

การกระตุก 

หากลูกน้อยหลับในระดับที่ลูกตามีการกรอก ลูกน้อยมีการกระตุกเล็กน้อยที่แขนหรือที่ขา เวลาตื่นไม่มีการกระตุก ผู้ใหญ่บางครั้งก็มีการกระตุกก่อนรู้สึกตัวตื่นเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่ใช้อาการเดียวกับการชักของเด็กนะค่ะอย่าพึ่งตกใจหรือกังวลค่ะ

การสะดุ้งหรือผวา

เมื่อมีเสียงดังหรือเวลาสัมผัสลูกน้อย การสะดุ้งหรือผวาเป็นอาการที่ลูกน้อย ทุกคนต้องมีเพราะแสดงถึงระบบประสาทที่ปรกติและเป็นการทดสอบอย่างคร่าวๆว่าลูกน้อยได้ยินเสียง ลูกน้อยจะตอบสนองโดยการยกแขนและขา แบมือ และกางแขนออกแล้วโอบแขนเข้าหากัน การตอบสนองแบบนี้พบเมื่อลูกน้อยหลับสนิท การผวาพบได้จนถึงอายุ 6 เดือนค่ะ

ยังมีภาวะปกติของลูกน้อยแรกเกิดอีกมากมายค่ะ จริงๆแล้วภาวะปรกติเหล่านี้ไม่ต้องทำการรักษาใดๆ บ่อยครั้งที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยไปพบบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นภาวะปรกติ และได้รับคำแนะนำหรือการรักษาที่ไม่จำเป็น หรือการหายามารักษาเองอาจเป็นอันตรายแก่ลูกน้อยได้

แหล่งที่มา : By Denise Schipani from American Baby http://www.parents.com/baby/care/newborn/newborn-worries-not-to-worry-about1/

 

แนะนำบทความนี้ให้เพื่อนๆ
ให้คะแนนบทความนี้
1คะแนน
2คะแนน
3คะแนน
4คะแนน
5คะแนน