Add เลย กิจกรรมสนุกๆ
พร้อมรางวัลมากมาย FREE!
กรุณากรอกข้อมูล

เมื่อต้องเป็น Working Mom...ต้องเตรียมอะไร อย่างไรบ้าง???

04 พ.ย. 2558

p11s-mom_1200x600.jpg

       และแล้วก็ถึงเวลาที่คุณแม่มือใหม่ต้องปรับตัวเข้าสู่โหมดการเป็น Working Woman อีกครั้งแต่การกลับไปทำงานครั้งนี้ เราต้องไม่ลืมว่าเรายังมีหน้าที่ของคุณแม่และภรรยาที่ไม่ขาดตกบกพร่องอีกด้วยค่ะ เราลองมาดูกันดีกว่าว่าเราต้องเตรียมอะไร อย่างไรบ้าง

เตรียมตัว
       ก่อนอื่นคุณแม่ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับงานหนัก ทั้งการดูแลลูกและการทำงาน ระวังตัวจากสาเหตุต่างๆ ที่จะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ เช่น หวัด กรดไหลย้อน ปวดหัวเรื้อรัง กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นต้น ดังนั้นการออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายเราสามารถปรับตัวต่อสภาวะแวดล้อมได้มากขึ้น ทานอาหารที่มีประโยชน์ตามเวลาและพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ

เตรียมจิตใจและอารมณ์
       เตรียมจิตใจให้พร้อมรับกับความตึงเครียด เหนื่อยล้า ความวุ่นวาย ความกังวลจากเรื่องงานและเรื่องลูก ด้วยหลักการคิดบวก ลองคิดแต่เรื่องดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น บรรยากาศสนุกๆ ในที่ทำงานเรื่องที่น่าตื่นเต้นของลูกน้อยในแต่ละวันจะช่วยให้คุณแม่มีความรู้สึกในทางบวกเมื่อมีเรื่องที่ทำให้อารมณ์ไม่ดีเข้ามา ให้ลองนึกถึงลูกเป็นอันดับแรก เพื่อเป็นกำลังใจมีแรงมาลุยงานต่อไปนะคะ

เตรียมจัดเวลา
       ให้ถือคติที่ว่า “งานเป็นงาน บ้านเป็นบ้าน” คือไม่เอาเวลาเรื่องงานมาปะปนกับเวลาของครอบครัว ให้พยายามแยกเวลากันให้ชัดเจน จะเป็นวิธีที่สามารถป้องกันความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างดีเชียวค่ะ

เตรียมปิ่นโตให้ลูก
       สำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูก การทำสต็อกน้ำนมเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก เพราะแม้ตัวแม่ต้องไปทำงาน ลูกก็จะได้ดื่มนมแม่จากสต็อกที่แม่ปั๊มเก็บไว้นั่นเอง เช่น ตอนเช้าให้ลูกดูดจากเต้าก่อนไปทำงานพอถึงที่ทำงานก็ปั๊มน้ำนมเก็บไว้ตามเวลา (ทุก 3 ชั่วโมง) พยายามกำหนดเวลาให้ตรงกันทุกวัน ปั๊มใส่ถุงเก็บนมแม่แล้วแช่ตู้เย็นหรือกระติกเก็บความเย็นที่เตรียมไป นำกลับมาเพื่อให้ลูกกินในวันถัดไปส่วนวันหยุด ก็ให้ลูกดูดจากเต้าทุกมื้อเพื่อรักษาปริมาณน้ำนม เพราะการดูดนมของลูกเป็นเครื่องปั๊มที่ดีที่สุดแล้วค่ะ

เตรียมพี่เลี้ยง
       หากคุณแม่ไม่มีญาติคอยช่วยดูแลลูกควรมองหาพี่เลี้ยงให้มาลองช่วยเลี้ยง 1 เดือนก่อนหน้าที่คุณแม่จะต้องกลับไปทำงาน เพื่อสร้างความคุ้นเคย ความไว้วางใจ เพราะพี่เลี้ยงถือเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ลูกใกล้ชิดมากที่สุด และควรพิจารณาคุณสมบัติพี่เลี้ยงดังนี้
          - มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ วิจารณญาณที่เหมาะสม ควรเป็นผู้ใหญ่พอสมควร
          - สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว หรือเจ็บป่วยบ่อย
          - มีประสบการณ์ การดูแลเด็กมาก่อน เช่น เคยเลี้ยงลูก หลานมาบ้างแล้ว
          - มีการศึกษา ระดับพื้นฐานและใฝ่เรียนรู้ หากเคยฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก หรือการเลี้ยงดูเด็กมาก่อนด้วยจะยิ่งดีมากนะคะ เพราะพี่เลี้ยงที่มีความรู้อาจมีส่วนช่วยสังเกตอาการผิดปกติหรือพัฒนาการที่แปลกไปของลูกได้อีกทางหนึ่งด้วย
          - มีนิสัยใจคอที่ดี รักความสะอาดละเอียดลออ รอบคอบ ใจเย็น ชอบพูดคุยและเล่นกับเด็ก ร่าเริงตื่นตัว มีความคิดสร้างสรรค์ในการจะทำกิจกรรมกับเด็ก เช่น เล่านิทาน ร้องเพลง เป็นต้น

       และสุดท้าย ต้องไม่ลืมว่ายังมีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณแม่กับคุณพ่อที่ยังต้องดำเนินต่อไป ควรหาเวลาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล เรื่องราวในครอบครัวช่วยกันแก้ปัญหาและเป็นกำลังใจต่อกันหมั่นหากิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัวช่วงวันว่างก็ช่วยกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นยาใจที่ช่วยให้คุณแม่ทำหน้าที่ Working Mom ได้อย่างเต็มที่ต่อไปค่ะ

ย้อนกลับ
แนะนำบทความนี้ให้เพื่อนๆ
ให้คะแนนบทความนี้
1คะแนน
2คะแนน
3คะแนน
4คะแนน
5คะแนน