กรุณากรอกข้อมูล

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาดสุดๆ

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด เริ่มได้ตั้งแต่ขวบปีแรก ในช่วงนี้ ลูกน้อยเรียนรู้ที่จะปรับการมองเห็นของลูก การเอื้อมมือ การสำรวจ และการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวลูก พัฒนาการการเรียนรู้หรือพัฒนาการทางสมองหมายถึงกระบวนการการเรียนรู้ของหน่วยความจำ ภาษา การคิด และการใช้เหตุผล

คิดบวก หนึ่งในเคล็ดลับเลี้ยงลูกให้ฉลาดจริงหรือ

วิธีการที่ คุณพ่อคุณแม่จะเลี้ยงลูกให้ฉลาดหัวไว สามารถเริ่มได้จากการ กอด อุ้ม และเล่นกับลูกน้อยนั้นจะเป็นการสร้างพื้นฐานสำหรับการเรียนรู้ที่ลูกน้อยให้เติบโตมาเป็นเด็กฉลาดได้ง่ายขึ้นค่ะ

การเลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด ในกรณีนี้เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยได้เองง่ายๆ และเคล็ดลับการเลี้ยงลูกให้ฉลาดด้วยการคิดบวก มีทั้งหมด 9 เคล็ดลับมาฝากค่ะ

9 เคล็ดลับเลี้ยงลูกให้ฉลาด

  1. การพูดคุยกับลูกน้อย ลูกน้อยจะรู้สึกสงบสบายเมื่อได้ยินเสียงของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ
  2. รับสนองเมื่อลูกน้อยทำเสียงออกมา โดยทำเสียงตามซ้ำ หรือ เพิ่มคําขึ้นมา ซึ่งจะช่วย ให้ลูกน้อยเรียนรู้ในการใช้ภาษาค่ะ
  3. อ่านหนังสือให้ลูกน้อยฟังจะเป็นการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านการเข้าใจภาษาและการได้ยินเสียงแบบต่างๆค่ะ
  4. ร้องเพลงหรือการเล่นดนตรีให้ลูกน้อยฟัง จะช่วยให้ลูกน้อยรักในเสียงดนตรี เพราะเสียง ดนตรีช่วยให้มีการพัฒนาระบบสมองที่ดีของลูกน้อยค่ะ
  5. พูดชมเชยและแสดงความรักความเอาใจใส่ต่อลูกน้อยมากๆ
  6. ใช้เวลาในการกอดและอุ้มลูกน้อย ซึ่งจะช่วยให้ลูกรู้สึกว่าลูกรับการดูแลห่วงใย และรู้สึก ปลอดภัยค่ะ
  7. เล่นกับลูกน้อยในขณะที่ลูกตื่นตัวและผ่อนคลาย และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเมื่อลูก น้อยแสดงสัญญาณของความเหนื่อยหรือหงุดหงิด เพื่อหยุดพักจากเล่นหรือกิจกรรม ต่างๆค่ะ
  8. หันเหความสนใจของลูกน้อยจากของเล่นและย้ายที่ลูกไปที่ที่ปลอดภัยเมื่อลูกเริ่มเข้าใกล้หรือจะสัมผัสสิ่งที่ไม่ควรสัมผัสค่ะ
  9. ดูแลตัวเองทั้งทางร่างกาย จิตใจและอารมณ์ การเป็นพ่อแม่คนถือเป็นงานหนักมาก ซึ่งมันง่ายกว่าถ้าคุณสนุกกับลูกน้อยและเป็นคุณพ่อคุณแม่คิดบวก น่ารักเมื่อคุณรู้สึกดีกับตัวเอง ซึ่งถือเป็นวิธีการเลี้ยงลูกให้ฉลาดเช่นกัน

เลี้ยงลูกให้ฉลาดอย่างไร

ลูกยิ่งเล่น ยิ่งฉลาด

หนึ่งในวิธีที่นักวิชาการแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด คือการปล่อยให้ลูกได้เล่น ได้รับประสบการณ์ต่างๆ ด้วยตัวเองบ้าง แทนที่จะเปิดโอกาสให้ลูกน้อยได้เล่นเต็มที่ตามวัยที่เค้าควรจะได้เล่น เรากลับสกัดกั้น ห้ามนู่นห้ามนี่มากมาย คุณพ่อคุณแม่บางรายถึงขั้นมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระไปเลยก็มี ทั้งที่จริงแล้ว “ยิ่งเล่น ยิ่งฉลาด” ต่างหากค่ะ

ความจริงแล้วเลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด เคล็ดลับง่ายๆ ก็คือ “ยิ่งเล่น ยิ่งฉลาด”

เพราะจากงานวิจัยในปัจจุบันทําให้เราทราบมากขึ้นได้ว่า การเล่นไม่ใช่เป็นวิธีการเรียนรู้อย่างหนึ่งเท่านั้น แต่การเล่นยังช่วยให้เกิดการปรับเปลี่ยนพื้นฐานของโครงสร้างและการทํางานของสมอง การปล่อยให้ลูกได้เล่น คือหนึ่งในวิธีการเลี้ยงลูกให้ฉลาดที่สำคัญมาก

การเลี้ยงลูกให้ขาดการเล่น สามารถสร้างปัญหาให้เด็กในการพัฒนาสมอง ทำให้ฉลาดน้อยลง และการเข้าสังคมได้ เด็กที่ไม่ได้เล่นจะขาดความคิดสร้างสรรค์ ขาดจินตนาการ ไม่ค่อยยืดหยุ่น ไม่รู้จะเริ่มต้นเข้าหาคนอื่นอย่างไร ปรับตัวได้ช้า ส่งผลให้เข้าสังคมยาก ซึ่งนอกจากจะให้กับการพัฒนาความฉลาดแล้ว ยังอาจสร้างปัญหาต่อการดำเนินชีวิตอย่างถาวรให้กับตัวเองและสังคม คนรอบข้างได้

แม้การเล่นจะเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กทุกคน แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจพัฒนาการของลูกที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงตลอดอายุ 3 ปีแรก และเอาใจใส่หาเวลาเล่นสนุกให้ถูกกับวัยของลูกอยู่เสมอ การเล่นก็จะเป็นเสมือนเชื้อเพลิงที่ขับดันพัฒนาการของลูกในด้านต่างๆ ให้รุดหน้ายิ่งขึ้น

Victoria Youcha ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กวัย 0-3 ปีจากวอชิงตันบอกเอาไว้ว่า“เด็กในวัยนี้ไม่สามารถนั่งอยู่นิ่งๆได้ และไม่มีใครจะหยุดความอยากรู้อยากเห็นและความอยากปลดปล่อยพลังภายในของเด็กได้ แม้แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ตาม”

คุณพ่อคุณแม่นี่หล่ะกลับต้องทําหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุน ให้อิสระและเสรีภาพแก่ลูกน้อยในวัยนี้ที่จะเคลื่อนไหวตัวเองไปไหนๆได้ (หากสิ่งเหล่านั้นไม่เกินอันตรายกับตัวลูกน้อย)

การเลี้ยงลูกให้ฉลาดด้วยการให้เล่น แต่ต้องเล่นให้ถูกวิธี

ถึงตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ควรปรับทัศนคติตนเองเสียใหม่ว่า การเลี้ยงลูกให้ฉลาดด้วยการปล่อยให้แกได้เล่น แม้จะเป็นความวุ่นวายแต่ก็นํามาซึ่งพัฒนาการทางร่างกายที่ดีของลูก และเพิ่มความสุข ไม่ใช่แค่ฉลาดอย่างเดียว ที่สำคัญเด็กๆ จะมีความสุข ว่าไปแล้วช่วงวัยเด็กของคนเราทุกคนก็เหมือนเป็นช่วงพักผ่อนของชีวิต ที่วันๆ มีแต่เล่น กิน นอน ดังนั้นเราควรให้สิ่งเหล่านี้อยู่กับเด็กในวัยที่เค้าต้องการให้มากที่สุด ก่อนที่พวกเขาจะต้องเติบโตไปพบกับภาระต่างๆ และความเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่จะมากขึ้นไปตามวัย

คราวนี้แหละวัยเด็กที่แสนสุขก็จะเรียกกลับคืนมาไม่ได้แล้ว ดูอย่างไมเคิล แจ็กสัน นักร้องผู้โด่งดัง มีชื่อเสียง มีเงินทองมากมาย แต่กลับมีชีวิตส่วนตัวที่น่าสงสาร เพราะสิ่งที่เขาโหยหาก็คือวัยเด็กที่ (ควร) มีความสุข แม้จะใช้เงินเนรมิตสวนสนุกราคาหลายร้อยล้านมาอยู่ในบ้านตอนโตแล้ว แต่ก็ไม่ได้ช่วยเติมเต็มความสุขในวัยเด็ก หรือแก้ปัญหาทางจิตเมื่อโตขึ้นมาได้เลย

 

แหล่งที่มา: Division of Human Development and Disabilities, National Center on Birth Defects and Developmental Disabilities, Centers for Disease Control and Prevention. (2015, November 4). Positive Parenting Tips. Centers for Disease Control and Prevention [Online]. Available: http://www.cdc.gov/ncbddd/childdevelopment/positiveparenting/infants.html (November 4, 2015)

เล่นอย่างไรให้ลูกฉลาดหัวไว

การเล่นสำคัญมาก ข้อนี้ได้รับการยืนยันจากแพทย์ว่า เด็กยิ่งเล่นยิ่งฉลาด แนะพ่อแม่ส่งเสริมการเล่นอย่างอิสระ 7 ประการ พัฒนาสมอง เติบโตอย่างมีคุณภาพ ไอคิวสูง

“โดยนพ.จอม ชุมช่วย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวใน "การประชุมคณะทำงานพัฒนาวิชาการเพื่อเพื่อสนับสนุนคณะกรรมการประสานนโยบายการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย จัดโดยมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ และ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ว่า เด็กปฐมวัยอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ เป็นวัยที่มีพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสมองมีการพัฒนาสูงสุด หากเด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมก็จะมีพัฒนาการเติบโตที่ดี ซึ่งเครื่องมืออย่างหนึ่งที่มีความสำคัญและสัมพันธ์ต่อพัฒนาการของสมอง ก็คือ การเล่น เนื่องจากสมองจะทำงานสูงสุดขณะเล่นและพร้อมที่จะเรียนรู้ ดังนั้นหากผู้ปกครองสนับสนุนการเล่นในเด็กปฐมวัยอย่างเหมาะสมแล้ว จะช่วยให้เด็กเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพรอบด้านในอนาคต”

เด็กเล่นให้ฉลาดได้ แต่ต้องเล่นให้ถูกวิธี

นพ.จอม ยังบอกอีกว่า การเล่นอย่างอิสระตามธรรมชาติ หรือ ฟรีเพลย์ (Free Play) คือสิ่งสำคัญ นั่นคือเด็กได้เล่นกันอย่างอิสระ ซึงก็จะมีคุณลักษณะ 7 ประการต่อไปนี้ค่ะ

  1. เล่นอย่างมีเป้าหมายที่จะเล่น ไม่ใช่ตั้งใจเล่นเพื่อให้พ่อแม่ชื่นชม หรือได้ขนมหรือเงินทอง
  2. เด็กเต็มใจเล่นโดยไม่ได้เกิดจากการถูกบังคับให้เล่น
  3. เด็กมีความสนุก รู้สึกดี ตื่นเต้น คลายความเบื่อเหงา
  4. ไม่สนใจเรื่องเวลา ว่าเล่นไปนานเท่าไหร่แล้ว
  5. ไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์ ว่าตัวเองจะดูงุ่มง่ามไม่สวย ไม่เข้าท่า แต่มีโลกของจินตนาการที่เด็กอาจเป็นนั่นเป็นนี่
  6. เกิดขึ้นทันทีหรือด้นสด โดยเด็กสามารถปรับเปลี่ยน ลื่นไหลตามความคิดที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
  7. มีความต้องการอยากเล่นอย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ หากมีอุปสรรคก็จะหาทางปรับเปลี่ยนแก้ไขเองเพื่อให้ได้เล่นต่อเนื่อง

ขอขอบคุณข้อมูล “เล่นอย่างไรให้ลูกฉลาด” จากกระทรวงศึกษาธิการ: http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=22392&Key=knowledge

ย้อนกลับ
แนะนำบทความนี้ให้เพื่อนๆ
ให้คะแนนบทความนี้
1คะแนน
2คะแนน
3คะแนน
4คะแนน
5คะแนน