กรุณากรอกข้อมูล

ประโยชน์ของน้ำนมแม่มีมากกว่าที่คุณคิด

นมแม่ คุณอาจจะเคยได้ยินใครๆ ก็ว่ากัน ว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย แต่น้ำนมแม่จะดีมีประโยชน์จริงแค่ไหน และทำไมทุกคนถึงว่าดีมีประโยชน์ มาหาคำตอบกันค่ะ องค์การอนามัยโลกแนะนำไว้ ตั้งแต่ลูกเกิดมาจนถึง 6 เดือน อาหารที่ดีมีประโยชน์ที่สุดของลูกน้อยคือน้ำนมแม่ ดังนั้น แม่ควรให้น้ำนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และหลังจากนั้น ก็ควรให้นมแม่ต่อเนื่องควบคู่กับอาหารเสริมที่ปลอดภัย มีประโยชน์ และเหมาะกับอายุของลูก นับจากเดือนที่ 6 ไปจนทารกอายุ 2 ขวบ หรือนานกว่านั้น เพราะประโยชน์ของน้ำนมแม่จะมีสารอาหารครบถ้วนสำหรับทารก ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ และวิตามิน เพียงพอกับความต้องการ และมีจำนวนแคลอรี่เหมาะสมกับทารกมากที่สุด

ประโยชน์ของน้ำนมแม่ที่เปลี่ยนแปลงได้

การให้นมแม่ในแต่ละเดือน อาจสังเกตว่า น้ำนมแม่ก็มีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะภายนอกและส่วนประกอบของน้ำนม หลังคลอดใหม่ ในช่วงวันแรกๆ สีน้ำนมแม่จะเป็นสีเหลือง หลังจากนั้น สีของน้ำนมก็จะเริ่มเปลี่ยนมาเป็นสีขาว อะไรคือสาเหตุให้สีของน้ำนมแม่เปลี่ยนไป และการเปลี่ยนแปลงของสีนม เกี่ยวหรือไม่กับประโยชน์ของน้ำนมแม่ ระยะหัวน้ำนม เรียกว่า “น้ำนมเหลือง” (Colostrum) เป็นน้ำนมจากเต้าในระยะ 1 ถึง 4 วันแรกหลังคลอด ซึ่งจะมีสีเหลือง เข้มข้นกว่าน้ำนมปรกติ เพราะมีความเข้มข้นของแคลเซียม โพแทสเซียม โปรตีน และวิตามินที่ละลายในไขมัน เกลือแร่ และภูมิต้านทาน สูงกว่าน้ำนมปรกติ

ประโยชน์ของน้ำนมแม่

ประโยชน์สูงสุดของน้ำนมเหลืองของแม่

น้ำนมเหลือง มีสารภูมิคุ้มกันในปริมาณมาก: secretary LgA, ไลโซไซม์, เอมไซม์ที่มีฤทธิ์ย่อยสลายผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรียทำให้เชื้อตาย, เม็ดเลือดขาว, lactoferrin โปรตีนที่ช่วยต่อต้านเชื้อโรค และ bifidus growth factor สารช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของแล็กโตบาซิลัส ทำให้แบคทีเรียไม่สามารถอยู่ในลำไส้ของลูกได้ น้ำนมเหลือง ยังจะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อของเด็กแรกเกิด ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อประมาณร้อยละ 10 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด แม่จะมีน้ำนมเหลืองนี้ปริมาณ 100 มล. ต่อวัน แล้วค่อยๆ เพิ่มเป็น 200-400 มล. ต่อวัน แม้ น้ำนมเหลือง จะมีปริมาณไม่มาก แต่ประโยชน์ของน้ำนมแม่ หรือสารอาหารในนมแม่ในช่วงนี้คือสิ่งพิเศษ นั่นคือ น้ำนมเหลือง จะมีปริมาณภูมิต้านทานสูงให้กับลูกมาก ซึ่งจะช่วยปกป้องลูกจากการติดเชื้อในระยะแรกของชีวิต ดังนั้น แม่จึงควรให้ลูกดูดนมเร็ว ตั้งแต่ตอนแรกคลอดค่ะ ให้เริ่มดูดเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

ความเปลี่ยนแปลงของคุณค่าอาหารในน้ำนมแม่

จากการเปลี่ยนแปลงของน้ำนมแม่ทั้ง 3 ระยะ:

  • 1. ระยะน้ำนมเหลือง (Colostrum) ไปยัง
  • 2. ระยะน้ำนมปรับเปลี่ยน (Transitional Milk) และสุดท้ายคือ
  • 3. ระยะน้ำนมแม่ (Mature Milk)

คุณค่าอาหารของน้ำนมแม่เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างใน 3 ระยะนี้

หลังจากช่วงของ น้ำนมเหลือง สั้นๆ เพียงไม่กี่วัน จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นน้ำนมสีขาว ประโยชน์ของน้ำนมแม่ก็เปลี่ยนตามไปด้วย เรียกว่าเป็นช่วง 2 คือระยะน้ำนมปรับเปลี่ยน (Transitional Milk) เป็นช่วงกลาง

 

ระยะระหว่างการเปลี่ยนจาก น้ำนมเหลือง เป็น น้ำนมแม่ ซึ่งจะมีในช่วงหลังคลอด 7 ถึง 10 วัน ไปจนถึง 2 สัปดาห์ค่ะ สุดท้ายคือระยะที่ 3 น้ำนมแม่ (Mature Milk) เป็นน้ำนมในช่วงระยะประมาณวันที่ 10 หลังคลอด ไปจนถึงช่วงสุดท้ายของการให้นม เรียกว่า เป็นช่วงน้ำนมจริง น้ำนมจริง มีประโยชน์ อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นในการเติบโตของเด็ก ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน:

 

1. ประโยชน์ของน้ำนมแม่ ในส่วนดูแลร่างกาย:

1.1 ส่วนที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน เช่น อิมมูโนโกลบูลิน (immunoglobulins), เม็ดเลือดขาว (white blood cell), โปรตีนที่ช่วยต่อต้านเชื้อโรค ได้แก่ แลคโตเฟอริน (lactoferrin), ไลโซไซม์ (lysozyme), โปรเท็กทีฟลิปิค (protective lipids), น้ำตาลโอลิโกแซคคาไรด์ (oligosaccharides)

 

1.2 ส่วนที่เกี่ยวกับการเติบโต (maturation) เช่น growth factor : epidermal growth factor, nerve growth factor, insulin-like growth factor, transforming growth factor cytokines, immunomodulator

 

1.3. สารช่วยระบบการย่อยและฮอร์โมนต่างๆ เช่น Bile salt Stimulated Lipase (BSSL), เอนไซม์ และฮอร์โมนต่างๆ

2. ประโยชน์น้ำนมจริง ในส่วนสารอาหาร:

2.1 สารอาหารกลุ่มให้พลังงาน (macronutrient) ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต (น้ำตาลแลคโตส และน้ำตาลโอลิโกแซคคาไรด์) ไขมัน โปรตีน 2.2 สารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน (micronutrient) แต่ช่วยปกป้องร่างกาย ได้แก่ วิตามิน (เช่น วิตามินเอ ดี อี เค ซี และบี 6) และเกลือแร่ (เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม)

ปริมาณการให้นมแม่กับลูก ต้องให้นมเท่าไหร่

นอกจากเรื่องของประโยชน์ของน้ำนมแม่ แม่มือใหม่หลายคนมีปัญหาไม่เข้าใจว่าควรให้นมแม่กับลูกเท่าไหร่กันแน่ จะรู้ได้ยังไงว่าลูกน้อยกินนมอิ่มหรือยัง และสิ่งที่จะทำให้แม่รู้ สามารถสังเกตเห็นได้ว่ากินในปริมาณที่พอเหมาะแล้ว จากปัจจัยดังนี้ค่ะ

  • เมื่อลูกอิ่ม ลูกจะปล่อยหัวนมแม่ออกจากปากเอง ถ้าหลับคาเต้าโดยที่ยังอมหัวนมแม่อยู่ ควรกระตุ้นให้ลูกน้อยดูดนมแม่ต่อจนกว่าจะอิ่มค่ะ
  • ลูกนอนหลับได้ดี ไม่งอแง และตื่นขึ้นมากินนมทุก 2-3 ชั่วโมง แต่ในช่วงเดือนแรก อาจจะตื่นขึ้นมาดูดบ่อยทุก 1-2 ชั่วโมงได้
  • ขณะที่ลูกกำลังดูดนมข้างหนึ่ง เต้านมอีกข้างก็มีน้ำนมไหลด้วย (แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ได้หมายความว่าน้ำนมแม่น้อยเกินไป)
  • ปัสสาวะของลูกมีสีเหลืองอ่อนใส ชุ่มผ้าอ้อมประมาณวันละ 6-8 ครั้ง (ในกรณีที่ลูกกินนมแม่อย่างเดียว ไม่ได้ให้น้ำเปล่าเลย)
  • ความนิ่มของอุจจาระ โดยปกติลูกน้อยจะถ่ายประมาณวันละ 2-3 หรือทุกครั้งที่กินนมแม่ ซึ่งในสัปดาห์แรกควรจะถ่ายอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน เมื่ออายุ 1-4 สัปดาห์ อาจจะถ่ายถึง 5 ครั้งต่อวันหรือมากกว่านั้น แต่เมื่อลูกโตขึ้นจะเว้นระยะห่างในการถ่ายมากขึ้น อาจเว้นหลายๆ วันถ่ายครั้งก็ได้
  • น้ำหนักทารกขึ้นตามปกติ หรือตามเกณฑ์ปกติหรือไม่

อื่นๆ เกี่ยวกับประโยชน์น้ำนมแม่

นํ้านมแม่ เมื่อออกมาจากต่อมนํ้านม ก็จะไม่มีเชื้อโรคหลงเหลืออยู่ นํ้านมแม่จะมีสภาพเป็นกรดหรือเป็นกลางก็ได้ แต่ไม่มีสภาพเป็นด่าง ซึ่งสารอาหารในน้ำนมแม่จะประกอบด้วยนํ้า คาร์โบไฮเดรต โปรตีน เกลือแร่และวิตามิน ในระยะ 1-4 วันแรกหลังคลอด ร่างกายของคุณแม่จะสร้างนํ้านมเหลือง (colostrum) หรือเรียกว่า ยอดนํ้านม หรือ หัวนํ้านม

 

ลักษณะมีความใส สีเหลืองขุ่นๆ ในปริมาณน้อย น้ำนมเหลือง เป็นนมแม่ที่ย่อยง่าย มีโปรตีนและเกลือแร่สูงกว่านํ้านม มีแลกโตส และมีไขมันตํ่า นํ้านมเหลืองมีคุณประโยชน์กับเด็กมากที่สุดในเรื่องของภูมิต้านทาน เสริมความต้านทานโรค ได้แก่ อาการร้องไห้เพราะปวดท้อง (colic) โรคผิวหนังและโรคทางเดินายใจ และเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยระบายขี้เทาทําให้ลูกหายตัวเหลืองเร็วด้วย เสมือนวัคซีนหยดแรกของชีวิตลูกที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ ป้องกันไม่ให้ลูกเป็นภูมิแพ้

 

เพราะนมแม่มีสารที่ปกป้องลําไส้จากการติดเชื้อ มีกรดอะมิโนในนมแม่ช่วยการเจริญของลําไส้ ทั้งหมดนี้กระตุ้นการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายทารกให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ทารกที่เพิ่งเกิดมาใหม่ๆยังสร้างภูมิคุ้มกันเองได้น้อยมาก ต้องอาศัยรับภูมิต้านทานโรคต่างๆมาจากนมแม่ น่าเสียดายที่หลายคนอาจไม่รู้ประโยชน์ของน้ำนมเหลืองนี้

 

โดยเฉพาะในบางท้องถิ่นสอนกันมาว่า นํ้านมใสสีเหลืองนี้ควรบีบทิ้ง อย่าให้ลูกดื่มเพราะจะทําให้ท้องเสีย ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างมากค่ะ

ตารางเทียบสารอาหารและปริมาณน้ำนมแม่ ระหว่างระยะ 1 และ ระยะ 3

 

สารอาหาร (ต่อ 100ซีซี)

ระยะ 1 หัวน้ำนม

ระยะ 3 น้ำนมแม่

พลังงาน

โปรตีน

น้ำตาลแลคโตส

ไขมัน

58-67

2.3

5.3

2.9

70-75

0.9

7.3

4.2

 

 

ขอบคุณข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำนมแม่ จาก:

       1.กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (http://hpe4.anamai.moph.go.th/hpe/bf/composition.php)

       2.หนังสือคู่มือตั้งครรภ์ทันสมัย โดย พญ.ปิยะรัตน์ สัมฤทธิ์ประดิษฐ์ สำนักพิมพ์พริม พ.ศ. 2552

       3.ตำราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ : มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ตุลาคม พ.ศ. 2555

       4.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ www.bumrungrad.com

 

ย้อนกลับ
แนะนำบทความนี้ให้เพื่อนๆ
ให้คะแนนบทความนี้
1คะแนน
2คะแนน
3คะแนน
4คะแนน
5คะแนน